ข้อบังคับทันตแพทยสภา
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการสืบสวนหรือสอบสวนในกรณีที่มีการ
กล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
พ.ศ. ๒๕๓๘
-------------------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๔) (ฒ) และด้วยความเห็นชอบของ
สภานายกพิเศษ ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะ
กรรมการทันตแพทยสภา ออกข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการสืบสวนหรือ
สอบสวนในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในข้อบังคับนี้
"การสืบสวน" หมายความว่า การแสวงหาข้อเท็จจริง และหลักฐานซึ่งคณะอนุ
กรรมการจรรยาบรรณได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งการประพฤติ
ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ
"การสอบสวน" หมายความว่า การรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินการ
ต่างๆ ซึ่งคณะอนุกรรมการสอบสวนทำไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริง หรือพิสูจน์
การประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมของผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาวินิจฉัยชี้ขาด
"สำนวนการสอบสวน" หมายความว่า บันทึก หนังสือใดที่คณะอนุกรรมการ
สอบสวนจดไว้เป็นหลักฐานแห่งรายละเอียดทั้งหลายในการดำเนินการสอบสวนการประพฤติผิด
จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม รวมถึงการให้ถ้อยคำของผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษหรือ
พยาน ตลอดจนบันทึกคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษด้วย
"เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา" หมายความว่า ในการปฏิบัติตาม
อำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณหรือคณะอนุกรรมการสอบสวนให้นำความตาม
มาตรา ๑๓๖ ถึงมาตรา ๒๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ
"เอกสาร วัตถุ" หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ใดซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานใน
การดำเนินการสืบสวน สอบสวนได้ และให้รวมถึง จดหมาย โทรเลข โทรสาร เอกสารอย่างอื่น
ตลอดจนถึงสิ่งของใดๆ
หมวด ๑
สิทธิในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ
ข้อ ๒ ผู้มีสิทธิกล่าวหาหรือกล่าวโทษการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
ทันตกรรม ได้แก่
(๑) บุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย เพราะการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชา
ชีพทันตกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม มีสิทธิกล่าวหาผู้ก่อให้เกิดความเสียหายนั้น โดยทำ
เรื่องกล่าวหาเป็นหนังสือพร้อมทั้งลงลายมือชื่อของตนยื่นต่อทันตแพทยสภา
(๒) บุคคลอื่น มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมว่าประพฤติผิด
จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม โดยแจ้งเรื่องกล่าวโทษเป็นหนังสือพร้อมทั้งลงลายมือชื่อของตนยื่นต่อทันตแพทยสภา
(๓) กรรมการทันตแพทยสภา มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมว่า
ประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม โดยแจ้งเรื่องกล่าวโทษเป็นหนังสือพร้อมทั้งลงลายมือชื่อของตนยื่นต่อทันตแพทยสภา
(๔) คณะกรรมการทันตแพทยสภา เมื่อคณะกรรมการทันตแพทยสภามีมติว่ามี
พฤติการณือันสมควรให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
หมวด ๒
อายุความในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ
ข้อ ๓ สิทธิในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษตามข้อ ๒ สิ้นสุดลงเมื่อเข้ากรณีใด
กรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) พ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหาย หรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่อง
การประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม และรู้ตัวผู้ประพฤติผิด
(๒) เกินสามปี นับแต่วันที่มีการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม
หมวด ๓
การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ
ข้อ ๔ การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นหรือแจ้งไว้ต่อทันต
แพทยสภาแล้วนั้น ไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการสืบสวน การสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด
การประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม ตามพระราชบัญญัติแห่งวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗
หมวด ๔
อนุกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการสอบสวน
ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ
ประกอบด้วยประธานคนหนึ่งและอนุกรรมการมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคน
คณะกรรมการทันตแพทยสภา อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยา
บรรณเกินกว่าหนึ่งคณะก็ได้
ข้อ ๖ อนุกรรมการจรรยาบรรณ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) เป็นสมาชิกทันตแพทยสภา
(๒) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
(๓) เป็นผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้
ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
(๔) เป็นผู้ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
ข้อ ๗ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(๑) สืบสวนหาข้อเท็จจริงในการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม
ของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ
(๒) เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
(๓) มีอำนาจเรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้เสียหายหรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำหรือมีหนังสือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ
(๔) ทำรายงาน พร้อมทั้งความเห็นเสนอคณะกรรมการทันตแพทยสภา
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน
ประกอบด้วยประธานคนหนึ่งและคณะอนุกรรมการมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคน
คณะกรรมการทันตแพทยสภา อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน
เกินกว่าหนึ่งคณะก็ได้
ข้อ ๙ อนุกรรมการสอบสวนต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับอนุกรรมการ
จรรยาบรรณตามข้อ ๖
ข้อ ๑๐ ให้อนุกรรมการสอบสวนมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(๑) ทำการสอบสวนในการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมของ
ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ
(๒) เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
(๓) มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือมี
หนังสือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสอบสวน
(๔) สรุปผลการสอบสวนและเสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อ
คณะกรรมการทันตแพทยสภาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
หมวด ๕
การดำเนินการสืบสวน
ข้อ ๑๑ เมื่อทันตแพทยสภาได้รับเรื่องการกล่าวหา หรือการกล่าวโทษผู้
ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามข้อ ๒ ให้เลขาธิการทันตแพทยสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธาน
อนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า
ข้อ ๑๒ ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณการสืบสวนหาข้อเท็จจริงโดยดำเนิน
การตามอำนาจและหน้าที่ในข้อ ๗ และเมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำรายงานพร้อมทั้ง
ความเห็นเสนอคณะกรรมการทันตแพทยสภา
ข้อ ๑๓ การเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ
มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานของ
คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณตามข้อ ๗ (๓) ต้องทำเป็นหนังสือซึ่งมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ที่ออกหนังสือเรียก
(๒) วันเดือนปีที่ออกหนังสือเรียก
(๓) ชื่อ และที่อยู่ของประธานคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณที่ออกหนังสือเรียก
หรืออนุกรรมการจรรยาบรรณที่ได้รับมอบหมายจากประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณให้เป็นผู้ออกหนังสือเรียก
(๔) เหตุที่ต้องเรียกผู้นั้นมาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งให้ผู้นั้นต้องส่งเอกสารหรือวัตถุ
มาให้
(๕) สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่จะให้ผู้นั้นไปถึงเพื่อให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร
หรือวัตถุไปให้
(๖) ลงลายมือชื่อของบุคคลตามข้อ ๑๓ (๓) และประทับตราทันตแพทยสภา
ข้อ ๑๔ การส่งหนังสือเรียกให้แก่ผู้ถูกเรียก ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือ
ส่งให้แก่ผู้นั้นตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกของทันตแพทยสภา
ข้อ ๑๕ เอกสารที่คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณเป็นผู้จัดทำ จะต้องเขียนด้วย
น้ำหมึกหรือปากกาลูกลื่น หรือพิมพ์ดีด หรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออกให้ขีดฆ่าคำผิดนั้น
แล้วเขียนใหม่ บุคคลผู้แก้ไขนั้นต้องลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้างกระดาษ
ถ้อยคำตกเติมในเอกสารดังกล่าวในวรรคแรก ต้องลงนามย่อของ
บุคคลผู้ซึ่งตกเติมนั้นกำกับไว้
ข้อ ๑๖ คณะกรรมการทันตแพทยสภา เมื่อได้รับรายงานและความเห็นของ
คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาพิจารณารายงานและความ
เห็นดังกล่าว แล้วมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้คือ
(๑) ให้ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าว
โทษนั้นไม่มีมูล
(๒) ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาพิจารณา
(๓) ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหา
หรือข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล
หมวด ๖
การดำเนินการสอบสวน
ข้อ ๑๗ คณะอนุกรรมการสอบสวน เมื่อได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้
ประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากคณะกรรมการทันตแพทยสภา ให้ประธานคณะอนุกรรมการสอบ
สวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษ
ให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกล่าวโทษทราบ ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน
ข้อ ๑๘ หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษตามข้อ ๑๖ ต้องมีข้อความ
อย่างน้อยดังนี้
(๑) สถานที่ที่ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
(๒) วันเดือนปีที่ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
(๓) ชื่อ และที่อยู่ของประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนที่ออกหนังสือแจ้งข้อ
กล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ หรืออนุกรรมการสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะ
อนุกรรมการสอบสวนให้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
(๔) ข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
(๕) สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษไปถึงเพื่อทำ
การสอบสวน
(๖) ลงลายมือชื่อของบุคคลตามข้อ ๑๘ (๓) และประทับตราทันตแพทยสภา
ข้อ ๑๙ การส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ ให้ส่งทางไปรษณีย์ลง
ทะเบียน หรือส่งให้แก่ผู้นั้นตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกของทันตแพทยสภา
ข้อ ๒๐ ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ มีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลัก
ฐานใดๆ มาให้คณะอนุกรรมการสอบสวน
คำชี้แจงหรือพยานหลักฐานดังกล่าวในวรรคแรก ให้ยื่นต่อประธาน
อนุกรรมการสอบสวนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวน หรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนขยายให้
ข้อ ๒๑ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ไม่มาให้คณะอนุกรมการสอบสวน
ทำการสอบสวน ณ สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนแจ้งให้ทราบใน
หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ หรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนได้
ขยายให้ หรือไม่ทำคำชี้แจงหรือไม่นำพยานหลักฐานใดๆ ตามข้อ ๒๐ มาให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่
ข้อ ๒๒ ในการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษของคณะกรรมการ
สอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ถามชื่อตัว ชื่อสกุล สัญชาติ ชื่อบิดา มารดา อายุ อาชีพ ที่
อยู่ ที่เกิด และแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทราบ และต้อง
บอกให้ทราบก่อนว่า ถ้อยคำที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษกล่าวนั้น อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน
ในการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมได้ เมื่อผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูก
กล่าวโทษ เต็มใจให้การอย่างใด ก็ให้จดคำให้การไว้ แต่ถ้าไม่เต็มใจให้การเลย ก็ให้บันทึกไว้ด้วย
ข้อ ๒๓ การเรียกให้ผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งให้บุคคล
ใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุของคณะอนุกรรมการสอบสวน ตามข้อ ๑๐ (๓) ต้องทำเป็นหนังสือ ซึ่งมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ที่ออกหนังสือเรียก
(๒) วันเดือนปีที่ออกหนังสือเรียก
(๓) ชื่อ และที่อยู่ของประธานอนุกรรมการสอบสวนที่ออกหนังสือเรียก หรือ
อนุกรรมการสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนให้เป็นผู้ออก
หนังสือเรียก
(๔) เหตุที่ต้องเรียกผู้นั้นมาให้ถ้อยคำหรือแจ้งให้ผู้นั้นต้องส่งเอกสารหรือวัตถุมาให้
(๕) สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่จะให้ผู้นั้นไปถึงเพื่อให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร
หรือวัตถุไปให้
(๖) ลงลายมือชื่อของบุคคลตามข้อ ๒๓ (๓) และประทับตราทันตแพทยสภา
ข้อ ๒๔ ผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ ที่คณะอนุกรรมการสอบสวนเรียกมาให้ถ้อย
คำ ให้คณะอนุกรมการสอบสวนถามปากคำบุคคลนั้นไว้
การถามปากคำตามวรรคแรก คณะอนุกรรมการสอบสวนจะให้ผู้ให้
ถ้อยคำสาบานหรือปฏิญาณตัวเสียก่อนก็ได้
ห้ามมิให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ตักเตือน พูดให้ท้อใจ หรือใช้กล
อุบายอื่น เพื่อป้องกัน หรือขัดขวางบุคคลใดให้ถ้อยคำซึ่งอยากจะให้ด้วยความเต็มใจ
ข้อ ๒๕ ห้ามมิให้คณะอนุกรมการสอบสวน ทำหรือจัดให้ทำการใดๆ ซึ่งเป็นการ
ล่อลวงหรือขู่เข็ญหรือให้สัญญากับผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ หรือผู้มาให้ถ้อยคำ เพื่อจูงใจให้
เขาให้การอย่างใดๆ ในเรื่องที่ถูกกล่าวหา หรือถูกกล่าวโทษการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชา
ชีพทันตกรรมนั้น
ข้อ ๒๖ การสอบสวนให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้าจำเป็นต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษา
ต่างประเทศ หรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย จะใช้ล่ามแปลก็ได้
ก่อนที่ล่ามจะทำหน้าที่แปล ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำ
หน้าที่สุจริตใจจะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปล
เมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่นๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้องและให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้น
ข้อ ๒๗ เอกสารที่คณะอนุกรรมการสอบสวนเป็นผู้จัดทำ คำกล่าวหาคำกล่าว
โทษ คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ จะต้องเขียนด้วยน้ำหมึกหรือปากกาลูกลื่น หรือ
พิมพ์ดีด หรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใด ห้ามมิให้ลบออกให้ขีดฆ่าคำผิดนั้น แล้วเขียนใหม่ บุคคลผู้แก้ไขนั้นต้องลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้างกระดาษ
ถ้อยคำตกเติมในเอกสารดังกล่าวในวรรคแรก ต้องลงนามย่อของ
บุคคลผู้ซึ่งตกเติมนั้นกำกับไว้
ข้อ ๒๘ สำนวนการสอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำ
ฟัง ถ้ามีข้อความ แก้ไข ทักท้วง หรือเพิ่มเติม ให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือมิฉะนั้นก็ให้บันทึกไว้ และให้ผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้อง
ถ้าผู้ที่ต้องลงลายมือชื่อในสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถหรือไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกหรือรายงานเหตุนั้นไว้
ข้อ ๒๙ สำนวนการสอบสวน ต้องระบุสถานที่ วันเดือนปีที่ทำ นามและตำแหน่ง
ของผู้ทำ และให้ผู้ทำสำนวนการสอบสวน ลงลายมือชื่อของตนไว้ในสำนวนการสอบสวน
ข้อ ๓๐ ให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ทำบันทึกการสอบสวนให้เป็นไปตามที่
กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ และให้เอาบันทึก เอกสารอื่นที่ได้มา รวมเข้าไว้ในสำนวนการสอบสวน
เอกสารที่ยื่นเป็นพยาน ให้รวมเข้าสำนวนการสอบสวน ถ้าเป็นสิ่งของ
อย่างอื่นให้ทำบัญชีรายละเอียดรวมเข้าสำนวนการสอบสวนไว้
ข้อ ๓๑ คณะอนุกรรมการสอบสวน เมื่อทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้สรุปผล
การสอบสวนเสนอสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการทันตแพทยสภาโดยไม่ชักช้าเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
หมวด ๗
การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการทันตแพทยสภา
ข้อ ๓๒ เมื่อคณะกรรมการทันตแพทยสภาได้รับสำนวนการสอบสวน และความ
เห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาพิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นโดยไม่ชักช้า
คณะกรรมการทันตแพทยสภา อาจมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้คือ
(๑) ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนที่จะวินิจฉัยชี้
ขาด
(๒) คณะกรรมการทันตแพทยสภามีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(ก) ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
(ข) ว่ากล่าวตักเตือน
(ค) ภาคทัณฑ์
(ง) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี
(จ) เพิกถอนใบอนุญาต
คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการทันตแพทยสภาตามข้อ ๓๒ วรรคสอง (๒)
(ง) และ (จ) เมื่อได้รับความเห็นของจากสภานายกพิเศษแล้ว ให้ทำเป็นคำสั่งทันตแพทยสภาพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด และให้ถือเป็นที่สุด จะนำไปฟ้องร้องขอความเป็นธรรมที่ใดหรืออย่างใดอีกไม่ได้
ข้อ ๓๓ ให้เลขาธิการทันตแพทยสภา แจ้งคำสั่งทันตแพทยสภาตามข้อ ๓๒ ไป
ยังผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และให้บันทึกข้อความตามคำสั่งนั้นไว้ใน
ทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมด้วย
ข้อ ๓๔ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการทันตแพทยสภาตามข้อ ๓๒ วรรค
สอง (๒) (ง) (จ) หากสภานายกพิเศษยับยั้งมตินั้นภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติที่นายกทันตแพทยสถานเสนอ ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการยับยั้ง ในการประชุมนั้น ถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้ ถ้าหากมีเสียงยืนยันมติน้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ให้มตินั้นตกไป
หมวด ๘
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๓๕ การสืบสวนหรือสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของ
ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่ข้อบังคับนี้ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ให้นำบทบัญญัติตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘
พลโท พิศาล เทพสิทธา
นายกทันตแพทยสภา
[รก.๒๕๓๙/๑๗ง/๔๘/๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙]
ฐาปนี / แก้ไข
๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๕
B+A(C)