หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการสืบสวนหรือสอบสวนในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2538

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการสืบสวนหรือสอบสวนในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2538 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับทันตแพทยสภา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการสืบสวนหรือสอบสวนในกรณีที่มีการ

กล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

พ.ศ. ๒๕๓๘

-------------------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๔) (ฒ) และด้วยความเห็นชอบของ

สภานายกพิเศษ ตามมาตรา ๒๗  แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะ

กรรมการทันตแพทยสภา ออกข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยการสืบสวนหรือ

สอบสวนในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ไว้ดังต่อไปนี้

 

                        ข้อ    ในข้อบังคับนี้

                        "การสืบสวน" หมายความว่า การแสวงหาข้อเท็จจริง และหลักฐานซึ่งคณะอนุ

กรรมการจรรยาบรรณได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งการประพฤติ

ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ

                        "การสอบสวน" หมายความว่า การรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินการ

ต่างๆ ซึ่งคณะอนุกรรมการสอบสวนทำไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริง หรือพิสูจน์

การประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมของผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ  เพื่อเสนอให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาวินิจฉัยชี้ขาด

                        "สำนวนการสอบสวน" หมายความว่า บันทึก หนังสือใดที่คณะอนุกรรมการ

สอบสวนจดไว้เป็นหลักฐานแห่งรายละเอียดทั้งหลายในการดำเนินการสอบสวนการประพฤติผิด

จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม รวมถึงการให้ถ้อยคำของผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษหรือ

พยาน ตลอดจนบันทึกคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษด้วย

                        "เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา" หมายความว่า ในการปฏิบัติตาม

อำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณหรือคณะอนุกรรมการสอบสวนให้นำความตาม

มาตรา ๑๓๖ ถึงมาตรา ๒๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ

                        "เอกสาร วัตถุ" หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ใดซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานใน

การดำเนินการสืบสวน สอบสวนได้ และให้รวมถึง จดหมาย โทรเลข โทรสาร เอกสารอย่างอื่น

ตลอดจนถึงสิ่งของใดๆ

 

 

 

 

                                                                   หมวด ๑

                                              สิทธิในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ

 

                        ข้อ    ผู้มีสิทธิกล่าวหาหรือกล่าวโทษการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

ทันตกรรม ได้แก่

                        (๑)  บุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย เพราะการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชา

ชีพทันตกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม มีสิทธิกล่าวหาผู้ก่อให้เกิดความเสียหายนั้น โดยทำ

เรื่องกล่าวหาเป็นหนังสือพร้อมทั้งลงลายมือชื่อของตนยื่นต่อทันตแพทยสภา

                        (๒)  บุคคลอื่น มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมว่าประพฤติผิด

จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม โดยแจ้งเรื่องกล่าวโทษเป็นหนังสือพร้อมทั้งลงลายมือชื่อของตนยื่นต่อทันตแพทยสภา

                        (๓)  กรรมการทันตแพทยสภา  มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมว่า

ประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม โดยแจ้งเรื่องกล่าวโทษเป็นหนังสือพร้อมทั้งลงลายมือชื่อของตนยื่นต่อทันตแพทยสภา

                        (๔)  คณะกรรมการทันตแพทยสภา เมื่อคณะกรรมการทันตแพทยสภามีมติว่ามี

พฤติการณือันสมควรให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

 

                                                                 หมวด 

                                          อายุความในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ

 

                        ข้อ  ๓ สิทธิในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษตามข้อ ๒ สิ้นสุดลงเมื่อเข้ากรณีใด

กรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

                        (๑)  พ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหาย หรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่อง

การประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม และรู้ตัวผู้ประพฤติผิด

                        (๒)  เกินสามปี นับแต่วันที่มีการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม

 

                                                               หมวด 

                                        การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ

 

                        ข้อ    การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นหรือแจ้งไว้ต่อทันต

แพทยสภาแล้วนั้น ไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการสืบสวน การสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด

การประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม ตามพระราชบัญญัติแห่งวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗

 

                                                                 หมวด 

                                    อนุกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการสอบสวน

 

                        ข้อ    ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ

ประกอบด้วยประธานคนหนึ่งและอนุกรรมการมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคน

                                    คณะกรรมการทันตแพทยสภา อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยา

บรรณเกินกว่าหนึ่งคณะก็ได้

 

                        ข้อ    อนุกรรมการจรรยาบรรณ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                        (๑)  เป็นสมาชิกทันตแพทยสภา

                        (๒)  เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

                        (๓)  เป็นผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้

ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

                        (๔)  เป็นผู้ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย

 

                        ข้อ    คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  สืบสวนหาข้อเท็จจริงในการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม

ของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ

                        (๒)  เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

                        (๓)  มีอำนาจเรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้เสียหายหรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำหรือมีหนังสือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ

                        (๔)  ทำรายงาน พร้อมทั้งความเห็นเสนอคณะกรรมการทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ    ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน

ประกอบด้วยประธานคนหนึ่งและคณะอนุกรรมการมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคน

                                    คณะกรรมการทันตแพทยสภา อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน

เกินกว่าหนึ่งคณะก็ได้

 

                        ข้อ    อนุกรรมการสอบสวนต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับอนุกรรมการ

จรรยาบรรณตามข้อ ๖

 

                        ข้อ  ๑๐ ให้อนุกรรมการสอบสวนมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  ทำการสอบสวนในการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมของ

ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ

                        (๒)  เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

                        (๓)  มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือมี

หนังสือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสอบสวน

                        (๔)  สรุปผลการสอบสวนและเสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อ

คณะกรรมการทันตแพทยสภาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

 

                                                             หมวด 

                                                   การดำเนินการสืบสวน

 

                        ข้อ  ๑๑ เมื่อทันตแพทยสภาได้รับเรื่องการกล่าวหา หรือการกล่าวโทษผู้

ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามข้อ  ๒ ให้เลขาธิการทันตแพทยสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธาน

อนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า

 

                        ข้อ ๑๒ ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณการสืบสวนหาข้อเท็จจริงโดยดำเนิน

การตามอำนาจและหน้าที่ในข้อ ๗ และเมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำรายงานพร้อมทั้ง

ความเห็นเสนอคณะกรรมการทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ  ๑๓  การเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ

มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานของ

คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณตามข้อ ๗ (๓)  ต้องทำเป็นหนังสือซึ่งมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                        (๑)  สถานที่ที่ออกหนังสือเรียก

                        (๒)  วันเดือนปีที่ออกหนังสือเรียก

                        (๓)  ชื่อ และที่อยู่ของประธานคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณที่ออกหนังสือเรียก

หรืออนุกรรมการจรรยาบรรณที่ได้รับมอบหมายจากประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณให้เป็นผู้ออกหนังสือเรียก

                        (๔)  เหตุที่ต้องเรียกผู้นั้นมาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งให้ผู้นั้นต้องส่งเอกสารหรือวัตถุ

มาให้

                        (๕)  สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่จะให้ผู้นั้นไปถึงเพื่อให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร

หรือวัตถุไปให้

                        (๖)  ลงลายมือชื่อของบุคคลตามข้อ  ๑๓ (๓) และประทับตราทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ  ๑๔ การส่งหนังสือเรียกให้แก่ผู้ถูกเรียก ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือ

ส่งให้แก่ผู้นั้นตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกของทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ  ๑๕ เอกสารที่คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณเป็นผู้จัดทำ จะต้องเขียนด้วย

น้ำหมึกหรือปากกาลูกลื่น หรือพิมพ์ดีด หรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออกให้ขีดฆ่าคำผิดนั้น

แล้วเขียนใหม่ บุคคลผู้แก้ไขนั้นต้องลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้างกระดาษ

                                     ถ้อยคำตกเติมในเอกสารดังกล่าวในวรรคแรก ต้องลงนามย่อของ

บุคคลผู้ซึ่งตกเติมนั้นกำกับไว้

 

                        ข้อ  ๑๖  คณะกรรมการทันตแพทยสภา เมื่อได้รับรายงานและความเห็นของ

คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาพิจารณารายงานและความ

เห็นดังกล่าว แล้วมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้คือ

                        (๑)  ให้ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าว

โทษนั้นไม่มีมูล

                        (๒)  ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาพิจารณา

                        (๓)  ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหา

หรือข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล

 

                                                                หมวด 

                                                     การดำเนินการสอบสวน

 

                        ข้อ  ๑๗ คณะอนุกรรมการสอบสวน เมื่อได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้

ประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากคณะกรรมการทันตแพทยสภา ให้ประธานคณะอนุกรรมการสอบ

สวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษ

ให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกล่าวโทษทราบ ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน

 

                        ข้อ  ๑๘ หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษตามข้อ ๑๖ ต้องมีข้อความ

อย่างน้อยดังนี้

                        (๑)  สถานที่ที่ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ

                        (๒)  วันเดือนปีที่ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ

                        (๓)  ชื่อ และที่อยู่ของประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนที่ออกหนังสือแจ้งข้อ

กล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ หรืออนุกรรมการสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะ

อนุกรรมการสอบสวนให้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ

                        (๔)  ข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ

                        (๕)  สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษไปถึงเพื่อทำ

การสอบสวน

                        (๖)  ลงลายมือชื่อของบุคคลตามข้อ ๑๘ (๓) และประทับตราทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ  ๑๙  การส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ ให้ส่งทางไปรษณีย์ลง

ทะเบียน หรือส่งให้แก่ผู้นั้นตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกของทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ  ๒๐ ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ มีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลัก

ฐานใดๆ มาให้คณะอนุกรรมการสอบสวน

                                     คำชี้แจงหรือพยานหลักฐานดังกล่าวในวรรคแรก ให้ยื่นต่อประธาน

อนุกรรมการสอบสวนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวน หรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนขยายให้

 

                        ข้อ  ๒๑ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ไม่มาให้คณะอนุกรมการสอบสวน

ทำการสอบสวน ณ สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนแจ้งให้ทราบใน

หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ หรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนได้

ขยายให้ หรือไม่ทำคำชี้แจงหรือไม่นำพยานหลักฐานใดๆ ตามข้อ ๒๐ มาให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่

 

                        ข้อ  ๒๒ ในการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษของคณะกรรมการ

สอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ถามชื่อตัว ชื่อสกุล สัญชาติ ชื่อบิดา มารดา อายุ อาชีพ ที่

อยู่ ที่เกิด และแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทราบ และต้อง

บอกให้ทราบก่อนว่า ถ้อยคำที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษกล่าวนั้น อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน

ในการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมได้ เมื่อผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูก

กล่าวโทษ เต็มใจให้การอย่างใด ก็ให้จดคำให้การไว้ แต่ถ้าไม่เต็มใจให้การเลย ก็ให้บันทึกไว้ด้วย

 

                        ข้อ  ๒๓ การเรียกให้ผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งให้บุคคล

ใดๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุของคณะอนุกรรมการสอบสวน ตามข้อ ๑๐ (๓) ต้องทำเป็นหนังสือ ซึ่งมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                        (๑)  สถานที่ที่ออกหนังสือเรียก

                        (๒)  วันเดือนปีที่ออกหนังสือเรียก

                        (๓) ชื่อ และที่อยู่ของประธานอนุกรรมการสอบสวนที่ออกหนังสือเรียก หรือ

อนุกรรมการสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนให้เป็นผู้ออก

หนังสือเรียก

                        (๔)  เหตุที่ต้องเรียกผู้นั้นมาให้ถ้อยคำหรือแจ้งให้ผู้นั้นต้องส่งเอกสารหรือวัตถุมาให้

                        (๕)  สถานที่ วันเดือนปี และเวลาที่จะให้ผู้นั้นไปถึงเพื่อให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร

หรือวัตถุไปให้

                        (๖)  ลงลายมือชื่อของบุคคลตามข้อ ๒๓ (๓) และประทับตราทันตแพทยสภา

 

                        ข้อ  ๒๔ ผู้เสียหาย หรือบุคคลใดๆ ที่คณะอนุกรรมการสอบสวนเรียกมาให้ถ้อย

คำ ให้คณะอนุกรมการสอบสวนถามปากคำบุคคลนั้นไว้

                                     การถามปากคำตามวรรคแรก คณะอนุกรรมการสอบสวนจะให้ผู้ให้

ถ้อยคำสาบานหรือปฏิญาณตัวเสียก่อนก็ได้

                                     ห้ามมิให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ตักเตือน พูดให้ท้อใจ หรือใช้กล

อุบายอื่น เพื่อป้องกัน หรือขัดขวางบุคคลใดให้ถ้อยคำซึ่งอยากจะให้ด้วยความเต็มใจ

 

                        ข้อ  ๒๕ ห้ามมิให้คณะอนุกรมการสอบสวน ทำหรือจัดให้ทำการใดๆ ซึ่งเป็นการ

ล่อลวงหรือขู่เข็ญหรือให้สัญญากับผู้ถูกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ หรือผู้มาให้ถ้อยคำ เพื่อจูงใจให้

เขาให้การอย่างใดๆ ในเรื่องที่ถูกกล่าวหา หรือถูกกล่าวโทษการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชา

ชีพทันตกรรมนั้น

 

                        ข้อ  ๒๖ การสอบสวนให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้าจำเป็นต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษา

ต่างประเทศ หรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย จะใช้ล่ามแปลก็ได้

                                    ก่อนที่ล่ามจะทำหน้าที่แปล ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำ

หน้าที่สุจริตใจจะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปล

                                    เมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่นๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้องและให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้น

 

                        ข้อ  ๒๗ เอกสารที่คณะอนุกรรมการสอบสวนเป็นผู้จัดทำ คำกล่าวหาคำกล่าว

โทษ คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ จะต้องเขียนด้วยน้ำหมึกหรือปากกาลูกลื่น หรือ

พิมพ์ดีด หรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใด ห้ามมิให้ลบออกให้ขีดฆ่าคำผิดนั้น แล้วเขียนใหม่ บุคคลผู้แก้ไขนั้นต้องลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้างกระดาษ

                                     ถ้อยคำตกเติมในเอกสารดังกล่าวในวรรคแรก ต้องลงนามย่อของ

บุคคลผู้ซึ่งตกเติมนั้นกำกับไว้

 

                        ข้อ  ๒๘ สำนวนการสอบสวน ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำ

ฟัง ถ้ามีข้อความ แก้ไข ทักท้วง หรือเพิ่มเติม ให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือมิฉะนั้นก็ให้บันทึกไว้ และให้ผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้อง

                                    ถ้าผู้ที่ต้องลงลายมือชื่อในสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถหรือไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกหรือรายงานเหตุนั้นไว้

 

                        ข้อ  ๒๙ สำนวนการสอบสวน ต้องระบุสถานที่ วันเดือนปีที่ทำ นามและตำแหน่ง

ของผู้ทำ และให้ผู้ทำสำนวนการสอบสวน ลงลายมือชื่อของตนไว้ในสำนวนการสอบสวน

 

                        ข้อ  ๓๐ ให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ทำบันทึกการสอบสวนให้เป็นไปตามที่

กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ และให้เอาบันทึก เอกสารอื่นที่ได้มา รวมเข้าไว้ในสำนวนการสอบสวน

                                     เอกสารที่ยื่นเป็นพยาน ให้รวมเข้าสำนวนการสอบสวน ถ้าเป็นสิ่งของ

อย่างอื่นให้ทำบัญชีรายละเอียดรวมเข้าสำนวนการสอบสวนไว้

 

                        ข้อ  ๓๑ คณะอนุกรรมการสอบสวน เมื่อทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้สรุปผล

การสอบสวนเสนอสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการทันตแพทยสภาโดยไม่ชักช้าเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

 

                                                            หมวด 

                                     การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการทันตแพทยสภา

                        ข้อ  ๓๒ เมื่อคณะกรรมการทันตแพทยสภาได้รับสำนวนการสอบสวน และความ

เห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาพิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นโดยไม่ชักช้า

                        คณะกรรมการทันตแพทยสภา อาจมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้คือ

                        (๑)  ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนที่จะวินิจฉัยชี้

ขาด

                        (๒)  คณะกรรมการทันตแพทยสภามีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

                               (ก)  ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ

                               (ข)  ว่ากล่าวตักเตือน

                               (ค)  ภาคทัณฑ์

                               (ง)  พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี

                               (จ)  เพิกถอนใบอนุญาต

                        คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการทันตแพทยสภาตามข้อ ๓๒ วรรคสอง (๒)

(ง) และ (จ) เมื่อได้รับความเห็นของจากสภานายกพิเศษแล้ว ให้ทำเป็นคำสั่งทันตแพทยสภาพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด และให้ถือเป็นที่สุด จะนำไปฟ้องร้องขอความเป็นธรรมที่ใดหรืออย่างใดอีกไม่ได้

 

                        ข้อ  ๓๓  ให้เลขาธิการทันตแพทยสภา แจ้งคำสั่งทันตแพทยสภาตามข้อ ๓๒ ไป

ยังผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และให้บันทึกข้อความตามคำสั่งนั้นไว้ใน

ทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมด้วย

 

                        ข้อ  ๓๔ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการทันตแพทยสภาตามข้อ ๓๒ วรรค

สอง (๒) (ง) (จ) หากสภานายกพิเศษยับยั้งมตินั้นภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติที่นายกทันตแพทยสถานเสนอ ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภาประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการยับยั้ง ในการประชุมนั้น ถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้ ถ้าหากมีเสียงยืนยันมติน้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ให้มตินั้นตกไป

 

                                                            หมวด 

                                                            เบ็ดเตล็ด

 

                        ข้อ  ๓๕ การสืบสวนหรือสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของ

ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่ข้อบังคับนี้ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ให้นำบทบัญญัติตามประมวล

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                                                            ประกาศ  ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘

                                                                               พลโท พิศาล เทพสิทธา

                                                                                 นายกทันตแพทยสภา

 

[รก.๒๕๓๙/๑๗ง/๔๘/๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙]

 

                                                                                    ฐาปนี / แก้ไข

                                                                                    ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๕

                                                                                    B+A(C)