หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่าง ๆ พ.ศ. 2539

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่าง ๆ พ.ศ. 2539 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับทันตแพทยสภา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร

แสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่าง ๆ

พ.ศ. 2539

_______

 

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23 (4) (ฏ) และด้วยความเห็นชอบ

ของสภานายกพิเศษตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537

คณะกรรมการทันตแพทยสภา ออกข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสือ

อนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่าง ๆ

ไว้ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 ในข้อบังคับนี้

               อนุมัติบัตร หมายความว่า หนังสือแสดงความรู้ความชำนาญ

ในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใดสาขาหนึ่งตามหมวด 1 แห่งข้อบังคับนี้ซึ่ง

ทันตแพทยสภาออกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข

ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

               วุฒิบัตร หมายความว่า หนังสือแสดงความรู้ความชำนาญ

ในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใดสาขาหนึ่งตามหมวด 1 แห่งข้อบังคับนี้ซึ่ง

ทันตแพทยสภาออกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข

ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

               แม็กซิลโลเฟเชียล หมายความว่า ขากรรไกร และกระดูกใบหน้า

ที่เกี่ยวเนื่องกับขากรรไกร

               วิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก หมายรวมถึง เวชศาสตร์ช่องปาก

พยาธิวิทยาช่องปาก และรังสีวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล

               โรค หมายความว่า ความเจ็บป่วย การบาดเจ็บ ความผิดปกติ

ของฟัน อวัยวะที่เกี่ยวกับฟัน อวัยวะในช่องปาก ขากรรไกรและกระดูกใบหน้าที่เกี่ยว

เนื่องกับขากรรไกร และหมายรวมถึงอาการที่เกิดจากภาวะดังกล่าว

               คณะอนุกรรมการสอบ หมายความว่า คณะอนุกรรมการสอบ

ความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อรับอนุมัติบัตรในแต่ละสาขา

ที่ทันตแพทยสภาแต่งตั้งขึ้น

               คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ หมายความว่า

คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

เพื่อรับวุฒิบัตรในแต่ละสาขา ที่ทันตแพทยสภาแต่งตั้งขึ้น

               การฝึกอบรมแบบแยกส่วน หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้า

รับการฝึกอบรมสามารถสะสมหน่วยกิตในการเรียนภาควิชาการและภาคปฏิบัติในสาขา

นั้นเป็นส่วน ๆ และรวบรวมเข้าด้วยกันได้ ในสถาบันที่ทันตแพทยสภารับรอง                   

               สถาบันหลัก หมายความว่า สถาบันที่ให้การฝึกอบรมเป็น

ผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ ทางทันตกรรมที่ทันตแพทยสภารับรอง และทันตแพทยสภา

ประกาศในระเบียบทันตแพทยสภาเป็นสถาบันหลัก

               สถาบันสมทบ หมายความว่า สถาบันที่ให้การฝึกอบรมเป็น

ผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ ทางทันตกรรมที่ทันตแพทยสภารับรองโดยอยู่ในการกำกับ

ดูแลของสถาบันหลัก และทันตแพทยสภาประกาศในระเบียบทันตแพทยสภาเป็นสถาบัน

สมทบ

 

                             หมวด 1

             สาขาที่ออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ

                    ในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

          ข้อ 2 สาขาการประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่ออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดง

ความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม มีดังนี้

               (1) ศัยลศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล

               (2) ปริทันตวิทยา

               (3) ทันตกรรมสำหรับเด็ก

               (4) ทันตกรรมจัดฟัน

               (5) ทันตกรรมประดิษฐ์

               (6) ทันตสาธารณสุข

               (7) วิทยาเอ็นโดดอนด์

               (8) ทันตกรรมหัตถการ

               (9) วิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก

               (10) ทันตกรรมทั่วไป

               (11) สาขาอื่น ๆ โดยออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา

              

                             หมวด 2

                การออกอนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ

                    ในการประกอบวิชาชีดทันตกรรม

 

                            ส่วนที่ 1

                    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขออนุมัติบัตร

                เป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

          ข้อ 3 ผู้ยื่นคำขออนุมัติเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

สาขาใด ต้อง

          1) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพ

ทันตกรรม พ.ศ. 2537 และ

          2) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4 ข้อ 5

หรือข้อ 6 แห่งข้องบังคับนี้

          ข้อ 5 ผู้ที่ได้รับการศึกษาหรือฝึกอบรม และหรือมีประสบการณ์ในการ

ปฏิบัติงานสาขานั้น ตามหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

          (1) ได้รับวุฒิบัตรหรือเทียบเท่า แสดงความรู้ความชำนาญในการ

ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในสาขานั้นจากสถาบันในต่างประเทศที่ทันตแพทยสภา

รับรอง

          (2) ได้รับปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขานั้นจากสถาบันที่ทบวง

มหาวิทยาลัยหรือทันตแพทยสภารับรอง และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานใน

สาขานั้นติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

          (3) สำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมในสาขานั้นที่มีหลักสูตรการศึกษา

หรือฝึกอบรมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี จากสถาบันที่ทบวงมหาวิทยาลัยหรือ

ทันตแพทยสภารับรอง และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นติดต่อกัน

เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

          (4) ได้รับประกาศนียบัตรบัณทิตหรือเทียบเท่าในสาขานั้นที่มีหลักสูตร

การศึกษาหรืออบรมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี จากสถาบันที่ทบวงมหาวิทยาลัย

หรือทันตแพทยสภารับรอง และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นติดต่อกัน

เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ปี

          (5) มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นไม่น้อยกว่า 10 ปี

          ข้อ 6 ผู้ที่ได้รับการศึกษาหรือฝึกอบรม หรือมีประสบการณ์ในการปฏิบัติ

งานในสาขานั้น ตามหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

          (1) ได้รับวุฒิบัตรหรือเทียบเท่า แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบ

วิชาชีพทันตกรรมในสาขานั้น จากสถาบันในต่างประเทศที่ทันตแพทยสภารับรอง

          (2) ได้รับปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขานั้น และได้รับการศึกษาหรือ

ฝึกอบรมในสาขานั้นที่มีระยะเวลาศึกษาหรือฝึกอบรมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

จากสถาบันที่ทบวงมหาวิทยาลัยหรือทันตแพทยสภารับรอง

          (3) ได้รับประกาศนียบัตรบัณทิตชั้นสูงในสาขานั้น จากสถาบันที่ทบวง

มหาวิทยาลัยหรือทันตแพทยสภารับรอง

          (4) สำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมในสาขานั้นที่มีหลักสูตรการศึกษาหรือ

ฝึกอบรมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จากสถาบันที่ทบวงมหาวิทยาลัยหรือทันตแพทย

สภารับรอง

          (5) ได้รับประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือปริญญาโทในสาขานั้นจากสถาบันที่

ทบวงมหาวิทยาลัยหรือทันตแพทยสภารับรอง และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขา

นั้นติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี

          (6) มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นไม่น้อยกว่า 5 ปี

 

 

                             ส่วนที่ 3

                   การขอและออกอนุมัติบัตรสาขาต่าง ๆ

          ข้อ 7 ผู้ประสงค์ขออนุมัติบัตร ให้ยื่นคำขอและชำระเงินค่าสมัครที่

สำนักงานเลขาธิการทันตแพทยสภา ภายในระยะเวลาที่ทันตแพทยสภากำหนด

พร้อมด้วยเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้

          (1) คำขอ ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบังคับนี้

          (2) หลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

          (3) หลักฐานการฝึกอบรม การปฏิบัติงาน

          (4) ใบสำคัญแสดงความรู้เฉพาะทางในการประกอบโรคศิลปะตาม

กฎหมายว่าด้วยการควบคุการประกอบโรคศิลปะ ในสาขาที่ประสงค์ขออนุมัติบัตร

          (5) เอกสาร หรือหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)

          (6) ค่าสมัครสอบความรู้เพื่อขออนุมัติบัตร สาขาละ 2,000 บาท

(สองพันบาทถ้วย) เงินค่าสมัครสอบจำนวนนี้ ทันตแพทยสภาจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณี

ใด ๆ ผู้สมัครที่มุคุณสมบัติตามข้อ 4 แห่งข้อบังคับนี้ ไม่ต้องชำระเงินค่าสมัครสอบ

 

 

                             ส่วนที่ 3

                   การประเมินคุณสมบัติผู้ขออนุมัติบัตร

          ข้อ 8 ให้เลขาธิการทันตแพทยสภารวบรวมคำขอ เอกสารและหลักฐาน

ต่าง ๆ ขอผุ้ยื่นคำขออนุมัติบัตรและให้ดำเนินการดังนี้

          (1) ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติตามข้อ 4 แห่งข้อบังคับนี้ ให้เลขาธิการ

ทันตแพทยสภาตรวจสอบคำขอ เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้

เสนอคณะกรรมการทันตแพทยสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติ

          (2) ผู้ยื่นคำขอที่มีผู้สมบัติตามข้อ 5 หรือ ข้อ 6 แห่งข้อบังคับนี้ให้

เลขาธิการทันตแพทยสภาส่งคำขอ เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ให้คณะอนุกรรมการ

สอบสาขานั้น ๆ พิจารณาประเมินคุณสมบัติ

          ข้อ 9 เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสาขานั้นได้ประเมินคุณสมบัติ และอนุมัติ

ให้ผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิสอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการสอบสาขานั้น ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ

ให้เลขาธิการทันตแพทยสภาเพื่อประกาศและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

45 วัน ก่อนวันสอบ

          ในกรณีที่เร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้ยื่นคำขอ เลขาธิการทันตแพทยสภา

อาจจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบล่วงหน้าน้อยว่าระยะเวลาดังกล่าวในวรรคแรกก็ได้

 

 

                             ส่วนที่ 4

                        การสอบเพื่ออนุมัติบัตร

          ข้อ 10 ผู้ยื่นคำขออนุมัติบัตรสาขาใด ต้องสอบความรู้ความชำนาญใน

การประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากคณะอนุกรรมการสอบสาขานั้น ตามหลักเกณฑ์วิธีการ

เงื่อนไข และหลักสูตรในการสอบเพื่ออนุมัติบัตร ตามที่คณะอนุกรรมการสอบสาขานั้น ๆ

กำหนด โดยอนุมัติคณะกรรมการทันตแพทยสภา

          หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และหลักสูตรในการสอบเพื่ออนุมัติบัตรทุกสาขา

ให้ออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา

          ข้อ 11 การสอบเพื่ออนุมัติบัตร ให้คณะอนุกรรมการสอบดำเนินการดังนี้

          (1) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 แห่งข้อบังคับนี้ ให้คณะอนุกรรมการสอบ จัดให้

มีการสอบดังต่อไปนี้

               (ก) การสอบปากเปล่า

               (ข) การสอบอื่น ๆ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร

          (2) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 แห่งข้อบังคับนี้ ให้คณะอนุกรรมการสอบ

จัดให้มีการสอบดังต่อไปนี้

               (ก) การสอบข้อเขียน ประกอบด้วย การสอบความรู้ทาง

วิทยาศาสตร์การแพทยพื้นฐาน หรือวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สอบนั้น

และการสอบความรู้ทางวิชาการในสาขานั้นด้วย และ

               (ข) การสอบปากเปล่า

               (ค) การสอบอื่น ๆ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร

          การสอบข้อเขียนตาม (ก) ให้เก็บสะสมไว้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปี

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขากำหนดโดยอนุมัติ

คณะกรรมการทันตแพทยสภา

          ข้อ 12 การสอบเพื่ออนุมัติให้จัดให้มีขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

          กำหนดการสอบ วัน เวลา และสถานที่สอบ ให้เลขาธิการทันตแพทยสภา

จัดทำเป็นประกาศทันตแพทยสภา และทำหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิสอบทราบล่วงหน้า

ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการสอบ

          ข้อ 13 การปฏิบัติในการเข้าสอบเพื่ออนุมัติบัตร ให้ผู้เข้าสอบปฏิบัติตาม

ระเบียบทันตแทพยสภาว่าด้วยการปฏิบัติในการเข้าสอบของสมาชิกทันตแพทยสภา

พ.ศ. 2538                                                 

          ข้อ 14 เกณฑ์การตัดสิน ผู้ที่ได้รับอนุมัติบัตรในสาขาใด จะต้องสอบผ่าน

ดังนี้

          (ก) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 แห่งข้อบังคับนี้ จะต้องสอบผ่านการสอบ

ปากเปล่า และการสอบอื่น ๆ (ถ้ามี)

          (ข) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 แห่งข้อบังคับนี้จะต้องสอบผ่านการสอบ

ข้อเขียน และการสอบปากเปล่า หรือการสอบอื่น ๆ (ถ้ามี)

          ข้อ 15 ให้อนุกรรมการสอบแต่ละสาขา รายงานผลการสอบเพื่อ

อนุมัติบัตรต่อเลขาธิการทันตแพทยสภาเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการทันตแพทยสภา

เพื่อพิจารณาอนุมัติ

          ข้อ 16 ให้ทันตแพทยสภาออกอนุมัติให้แก่ผู้ที่คณะกรรมการทันตแพทย

สภาอนุมัติให้ได้รับอนุมัติบัตรในสาขานั้น

          ข้อ 17 แบบอนุมัติบัตรให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในท้ายข้อบังคับนี้

 

                             ส่วนที่ 5

                        คณะอนุกรรมการสอบ

          ข้อ 18 ให้คณะกรรมการทันตแทพยสภา แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบ

แต่ละสาขา มีจำนวนอย่างน้อยสาขาละ 5 คน แต่ไม่เกินสาขาละ 15 คน

          ข้อ 19 ให้คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขา เลือกประธาน และ

เลขานุการเอง

          ข้อ 20 อนุกรรมการสอบ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

               (1) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพ

ทันตกรรม พ.ศ. 2537 ไม่น้อยกว่า 10 ปี

               (2) ได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขานั้น หรือสาขาที่เกี่ยวเนื่อง

จากทันตแพทยสภา หรือที่ทันตแทพยสภารับรอง

               (3) ไม่เคยถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ

ทันตกรรมจากทันตแพทยสภา

               (4) เป็นผู้มีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีทันตกรรม

          ข้อ 21 วาระของอนุกรรมการสอบแต่ละสาขา อยู่ในตำแน่งตามวาระ

ของคณะกรรมการทันตแพทยสภา และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้

          ข้อ 22 นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ อนุกรรมการสอบพ้นจากตำแหน่ง

เมื่อ

          (1) ตาย

          (2) ลาออก

          (3) พ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

          (4) คณะกรรมการทันตแพทยสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

          ข้อ 23 ค่าตอบแทนอนุกรรมการสอบ ให้เป็นไปตามระเบียบทันตแพทยสภา

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายของทันตแพทยสภา พ.ศ. 2538

         

                             หมวด 3

                  การออกวุฒิบัติแสดงความรู้ความชำนาญ

                   ในการประกอบวิชาชีพทางทันตกรรม

 

                             ส่วนที่ 1

                     คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอวุฒิบัตร

                เป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

          ข้อ 24 ผู้ยื่นคำขอวุฒิบัตรเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

สาขาใด ต้อง

          (1) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม

พ..ศ. 2537 และ

          (2) เป็นผู้ได้ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบ

วิชาชีพทันตกรรมสาขานั้นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ตามหลักสูตรของทันตแพทยสภา

หรือที่ทันตแพทยสภารับรอง จากสถาบันที่ทันตแพทยสภารับรอง

          การยื่นคำขอวุฒิบัติเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใด

ผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมของต่างประเทศตามข้อตกลงความร่วมมือ

ระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่คณะกรรมการทันตแพทย

สภากำหนด โดยออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา

 

                             ส่วนที่ 2

                    การขอและออกวุฒิบัติสาขาต่าง ๆ

          ข้อ 25 ผู้ประสงค์ของวุฒิบัติ ให้ยื่นคำขอและชำระเงินค่าสมัครที่สำนักงาน

เลขาธิการทันตแทพยสภา ภายในระยะเวลาที่ทันตแพทยสภากำหนด พร้อมด้วยเอกสาร

หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้

          (1) คำขอ ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบังคับนี้

          (2) หลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

          (3) หลักฐานการฝึกอบรมเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกาอบวิชาชีพ

ทันตกรรมสาขานั้น ตามข้อ 24 (2)

          (4) เอกสาร หรือหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)

          (5) ค่าสมัครสอบความรู้เพื่อขอวุฒิบัตร สาขาละ 2,000 บาท

(สองพันบาทถ้วน) เงินค่าสมัครสอบจำนวนนี้ ทันตแพทยสภาจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ

 

                              ส่วนที่ 3

                     การประเมินคุณสมบัติผู้ขอวุฒิบัตร

          ข้อ 26 ให้เลขาธิการทันตแทพยสภารวบรวมคำขอ เอกสารและหลักฐาน

ต่าง ๆ ของผู้ยื่นคำขอวุฒิบัติส่งให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขาเพื่อ

ประเมินคุณสมบัติผู้ขอวุฒิบัตร

          ข้อ 27 เมื่อคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขาใด ได้ประเมิน

คุณสมบัติและอนุมัติให้ผู้ยื่นคำขอวุฒิบัตรนั้นมีสิทธิสอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรม

และสอบสาขานั้น ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบให้เลขาธิการทันตแพทยสภาเพื่อประกาศ

และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วัน ก่อนวันสอบ

          ในกรณีที่เร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้ยื่นคำขอ เลขาธิการทันตแพทย

สภาอาจจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาดังกล่าวในวรรคแรกก็ได้

 

                            ส่วนที่ 4

                         การสอบเพื่อวุฒิบัตร

          ข้อ 28 ผู้ยื่นคำขอวุฒิบัตรสาขาใด ต้องสอบความรู้ความชำนาญในการ

ประกอบวิชาชีพทันตกรรมอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ

เงื่อนไข และหักสูตรในการสอบเพื่อวุฒิบัตรตามที่คณะอนุกรรมการสอบสาขานั้น ๆ

กำหนด โดยอนุมัติคณะกรรมการทันตแพทยสภา

          หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และหลักสูตร ในการสอบเพื่อวุฒิบัตร

ทุกสาขา ให้ออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา

          ข้อ 29 การสอบเพื่อวุฒิบัติสาขาใด ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและ

สอบดำเนินการดังนี้

          (1) การสอบข้อเขียน ประกอบด้วย

               (ก) การสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานหรือ

วิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สอบนั้น

               (ข) การสอบความรู้ทางวิชาการในสาขานั้น

          การสอบข้อเขียนตาม (1) ให้เก็บสะสมไว้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปี

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขากำหนดโดยอนุมัติ

คณะกรรมการทันตแพทยสภา

          (2) การสอบปากเปล่า

          (3) การสอบอื่น ๆ ตามที่คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขา

พิจารณาเห็นสมควร

          ข้อ 30 การสอบเพื่อวุฒิบัติให้จัดให้มีขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

          กำหนดการสอบ วัน เวลา และสถานที่สอบ ให้เลขาธิการทันตแพทยสภา

จัดทำเป็นประกาศทันตแพทยสภา และทำหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิสอบทราบล่วงหน้า

ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการสอบ

          ข้อ 31 การปฏิบัติในการเข้าสอบเพื่อวุฒิบัติ ให้ผู้เข้าสอบปฏิบัติตาม

ระเบียบทันตแทพยสภาว่าด้วยการปฏิบัติในการเข้าสอบของสมาชิกทันตแพทยสภา

พ.ศ. 2538

          ข้อ 32 เกณฑ์การตัดสิน ผู้ที่จะได้รับวุฒิบัตรในสาขาใด จะต้องสอบผ่าน

ทั้งการสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่า และการสอบอื่น ๆ (ถ้ามี) ของสาขานั้น

          ข้อ 33 ให้คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขา รายงานผลการสอบเพื่อวุฒิบัตร

ต่อเลขาธิการทันตแพทยสภาเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการทันตแพทยสภา เพื่อพิจารณา

อนุมัติ

          ข้อ 34 ให้ทันตแพทยออกวุฒิบัตรให้แก่ผู้ที่คณะกรรมการทันตแทพยสภา

อนุมัติให้ได้รับวุฒิบัตรในสาขานั้น

          ข้อ 35 แบบวุฒิบัตรให้เป็นไปตามที่กำหนดท้ายข้อบังคับนี้

         

                             ส่วนที่ 5

                     คณะกรรมการฝึกอบรมและสอบ

          ข้อ 36 ให้คณะกรรมการทันตแพทยสภา แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝึกอบรม

และสอบแต่ละสาขา มีจำนวนอย่างน้อยสาขาละ 5 คน แต่ไม่เกินสาขาละ 15 คน

          ข้อ 37 ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขา เลือกประธาน

และเลขานุการเอง

          ข้อ 38 อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

               (1) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพ

ทันตกรรม พ.ศ. 2537 ไม่น้อยกว่า 10 ปี

               (2) ได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขานั้น หรือสาขาที่เกี่ยวเนื่อง

จากทันตแพทยสภา หรือที่ทันตแพทยสภารับรอง

               (3) ไม่เคยถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ

ทันตกรรมจากทันตแพทยสภา

               (4) เป็นผู้มีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันกรรม

          ข้อ 39 วาระของอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขา อยู่ในตำแหน่ง

ตามวาระของคณะกรรมการทันตแพทยสภา และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้

          ข้อ 40 นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ

พ้นจากตำแหน่ง

          (1) ตาย

          (2) ลาออก

          (3) พ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

          (4) คณะกรรมการทันตแพทยสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง                        

          ข้อ 41 อำนาจและหน้าที่อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ มีดังนี้

          (1) วางเป้าหมายการฝึกอบรมสาขานั้น เพื่อเสนอทันตแพทยสภา

          (2) กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมสาขานั้น เพื่อเสนอทันตแพทยสภา

          (3) กำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการฝึกอบรมและการปฏิบัติงานสาขานั้น

เพื่อเสนอทันตแพทยสภา

          (4) กำหนดหลักเกณฑ์การรับรองสถาบันที่ให้การฝึกอบรมสาขานั้น

เพื่อเสนอทันตแพทยสภา              

          (5) ประเมินคุณภาพของสถาบันที่ให้การฝึกอบรมสาขานั้นเพื่อเสนอ

ให้ทันตแพทยสถาพิจารณาการให้การรับรอง การประเมินคุณภาพดังกล่าวให้ดำเนิน

การอย่างน้อยทุก 5 ปี

          (6) ประเมินคุณสมบัติและพิจารณาการอนุมัติให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบ

เพื่อวุฒิบัตราของผู้ยื่นคำขอเพื่อวุฒิบัตร

          (7) ดำเนินการสอบ ตัดสินผลการสอบ และรายงานผลการสอบ

เพื่อวุฒิบัตรต่อทันตแพทยสภา

          (8) ติดตามผล ดำเนินการแก้ปัญหาการฝึกอบรมสาขานั้นพร้อมทั้ง

ให้เสนอแนะการฝึกอบรมต่อทันแพทยสภา

          (9) ควบคุม กำกับดูแล เพื่อให้การฝึกอบรมนั้นดำเนินไปตามเป้าหมาย

ที่ทันตแพทยสภากำหนด

          (10) พิจารณาการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นของสาขานั้น

เพื่อเสนอทันตแพทยสภา

          (11) คัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมสาขานั้นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

นี้

          ข้อ 42 ค่าตอบแทนคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ ให้เป็นไปตาม

ระเบียบทันตแพทยสภาว่าด้วยค่าใช้จ่ายของทันตแพทยสภา พ.ศ. 2538

 

                             ส่วนที่ 6

                       การฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตร

          ข้อ 43 การฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรเป็นผู้มีความชำนาญสาขาต่าง ๆ ในการ

ประกอบวิชาชีพทันตกรรมแบ่งออกเป็น

               (1) การฝึกอบรมตามระบบ

               (2) การฝึกอบรมแบบแยกส่วน

          ข้อ 44 การฝึกอบรมตามระบบ ให้ดำเนินการดังนี้

               (1) ระยะเวลาการฝึกอบรมต้องไม่น้อยกว่า 3 ปี

               (2) หลักสูตรการฝึกอบรม ต้อง

                    (ก) เป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภา

โดยการเสนอแนะของคณะอนุกรรมการที่ทันตแพทยสภาแต่งตั้ง หรือ

                    (ข) เป็นหลักสูตรของทันตแพทยสภา โดยผ่านการ

พิจารณาของคณะอนุกรรกมารฝึกอบรมและสอบสาขานั้น โดยการเสนอแนะของ

คณะอนุกรรมการที่ทันตแพทยสภาแต่งตั้งขึ้น

          หลักสูตรการฝึกอบรมสาขาใด จะต้องได้รับการรับรองเป็นระเบียบ                  

ทันตแพทยสภา

               (3) สถาบันที่ทำการฝึกอบรมสาขาใด จะต้องได้รับการรับรอง

จากทันตแทพยสภา โดยผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขา

นั้น และโดยการเสนอแนะของคณะอนุกรรมการที่ทันตแพทยสภาแต่งตั้งขึ้น

               (4) วิธีการฝึกอบรม ประกอบด้วย

                    (ก) ฝึกอบรมในสถาบันหลักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า

3 ปี หรือ

                    (ข) ฝึกอบรมในสถาบันหลักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า

2 ปี และในสถาบันสมทบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

                    (ก) ฝึกอบรมในสถาบันหลักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า

1 ปี ปละในสถาบันสมทบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี

               (5) การจัดการฝึกอบรมและปฏิบัติงาน เพื่อวุฒิบัตรทุกสาขา

ยกเว้นสาขาทันตกรรมทั่วไป

                    (ก) ภาควิชาการ ได้แก่ การบรรยาย การประชุม

วิชาการการสัมมนา วาระสารสโมสร ต้องไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต หรือ450 ชั่วโมง

แบ่งเป็นการศึกษาความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานหรือวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน

ที่เกี่ยวข้องเป็นระยะเวลาประมาณร้อยละ 30 และการศึกษาความรู้ในสาขานั้น

หรือสาขาที่เกี่ยวข้องประมาณร้อยละ 70

                    (ข) ภาคปฏิบัติงาน ต้องมีระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติงาน

ในสาขานั้นไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือประมาณ 3,000 ชั่วโมง

          การจัดการฝึกอบรมภาควิชา และภาคปฏิบัติตาม (ก) และ (ข) อาจจะ

ผสมผสานกัน หรือแยกกันโดยอยู่ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีก็ได้

          ข้อ 45 การฝึกอบรมแบบแยกส่วน ให้ดำเนินการดังนี้

               (1) ระยะเวลาการฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรม สถาบันที่ทำ

การฝึกอบรม และวิธีการฝึกอบรม ให้เป็นไปตามข้อ 44 (1) (2) และ (3) แห่งข้อ

บังคับนี้

               (2) การจัดการฝึกอบรมและปฏิบัติงาน เพื่อวุฒิบัตรทุกสาขายกเว้น

สาขาทันตกรรมทั่วไป ประกอบด้วย

                    (ก) ภาควิชาการ ได้แก่ การบรรยาย การประชุมวิชาการ

การสัมมนา และวาระสารสโมสร โดยมีการเรียนแบบแยกส่วนในสาขานั้น เทียบเท่า 30

หน่วยกิต หรือมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยผู้เข้ารับการอบรมอาจสะสมหน่วยกิต

ในสาขานั้นไว้ได้จนครบตามที่กำหนดได้ภายในระยะเวลา 1 ถึง 3 ปี ทั้งนี้ต้องไม่

น้อยกว่า 1 ปี แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี

                    (ข) ภาคปฏิบัติงาน อาจแบ่งระยะเวลาการปฏิบัติงานใน

สาขานั้นเป็นช่วง ช่วงละ 6 เดือนถึง 2 ปี โดยต้องปฏิบัติงานจนครบในสาขานั้นภายใน

5 ปี ทั้งนี้ต้องปฏิบัติงานในสถาบันที่ทันตแพทยสภารับรอง

               (3) การจัดการฝึกอบรมและปฏิบัติงาน เพื่อวุฒิบัตรสำหรับสาขา

ทันตกรรมทั่วไป ประกอบด้วย

                    (ก) ภาควิชาการ มีการศึกษาอย่างน้อย 60 หน่วยกิต หรือ

900 ชั่วโมงในสาขานั้น โดยสามารถสะสมหน่วยกิตได้ ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า

2 ปี

                    (ข) ภาคปฏิบัติงาน ต้องปฏิบัติงานในสาขานั้นโดยต่อเนื่อง

เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี หรืออาจแบ่งระยะเวลาปฏิบัติงานเป็นช่วงระยะเวลา

แต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยรวมระยะเวลาที่ปฏิบัติงานทั้งสิ้นต้องไม่ต่ำกว่า

12 เดือน ทั้งนี้ต้องปฏิบัติงานในสถาบันที่ทันตแพทยสภารับรอง

 

                             ส่วนที่ 7

                 การสมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตร

          ข้อ 46 ผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตร ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ

ทันตกรรม ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537

          ทันตแพทยสภาอาจอนุมัติให้ผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ของต่างประเทศเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรในสาขาใดได้เมื่อ

               (1) เป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ และ

               (2) มีสถาบันให้การฝึกอบรมรับเข้าฝึกอบรม และ

               (3) ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ

สาขานั้น

          ให้ผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรสาขาใด ยื่นใบสมัครตามแบบที่

กำหนดไว้ท้ายข้อบังคับนี้ที่สำนักงานเลขาธิการทันตแพทยสภา ภายในระยะเวลาที่

ทันตแพทยสภากำหนด

          ข้อ 47 การคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรสาขาใดให้

ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้นร่วมกับผู้แทนจากสถาบันที่ให้

การฝึกอบรมสาขานั้น โดยอนุมัติทันตแพทยสภา

          ข้อ 48 เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและทางราชการ คณะกรรมการ

ทันตแพทยสภาจะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับผู้เข้ารับการ

ฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรสาขาใด และจัดสรรผู้ผ่านการฝึกอบรมในสาขานั้นให้ไปปฏิบัติงาน

ในที่ใดก็ได้ ทั้งนี้ให้ออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา   

 

                             หมวด 4

                             เบ็ดเตล็ด

          ข้อ 49 คณะกรรมการทันตแพทยสภา จะมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ

ฝึกอบรมและสอบสาขาใด ทำหน้าที่อนุกรรมการสอบสาขานั้นก็ได้

          ข้อ 50 คณะกรรมการทันตแพทยสภามีอำนาจในการ

               (1) ออกอนุมัติบัตรสาขาใดให้แก่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการ

สอบหรืออนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น โดยผู้นั้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 20

(2) หรือมาตรา 38 (2) แล้วแต่กรณีก็ได้

               (2) แต่งตั้งอนุกรรมการสอบ หรืออนุกรรมการฝึกอบรมและสอบจาก

ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีประสบการณ์ หรือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในสาขาใดแห่ง

วิชาชีพทันตกรรม และผู้นั้นต้องได้รับการยอบรับจากวงการวิชาชีพทันตกรรมในสาขานั้น

โดยผู้นั้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 20 (2) หรือมาตรา 38 (2) แล้วแต่กรณีก็ได้

          ข้อ 51 แบบคำขออนุมัติหรือวุฒิบัตร แบบใบสมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อ

วุฒิบัตร แบบอนุมัติหรือวุฒิบัตร ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

 

                             หมวด 5

                           บทเฉพาะกาล

          ข้อ 52 การยื่นคำขออนุมัติบัตรของผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 แห่งข้อบังคับ

นี้จะต้องสอบเพื่อรับอนุมัติให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่เริ่มมี

การสอบเพื่ออนุมัติบัตรในสาขานั้นของผู้มีคุณสมบัติดังกล่าว

          ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

 

                         ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2539

                                  พลโท พิศาล เทพสิทธา

                                    นายกทันตแทพยสภา