ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม
ว่าด้วยการรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์หรือ
วุฒิบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมของสถาบันต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก
พ.ศ. ๒๕๕๑
ด้วยเห็นเป็นการสมควรให้มีกระบวนการรับรองปริญญาในวิชาเภสัชศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสภาเภสัชกรรม และ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการศึกษาเภสัชศาสตร์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๓) ประกอบกับมาตรา ๒๓ (๔) (ด) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะกรรมการสภาเภสัชกรรม ในวาระประชุม ครั้งที่ ๑๕๑ (๑๐/๒๕๕๐) วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ ตามมาตรา ๒๗ (๑) จึงออกข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมของสถาบันต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก พ.ศ. ๒๕๕๑ ไว้ดังต่อไปนี้
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการรับรองปริญญาประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมของสถาบันต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒[๑] ให้ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วย การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมของสถาบันต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“ปริญญา” หมายถึง ปริญญาทางเภสัชศาสตร์ ที่สภาเภสัชกรรมจะให้การรับรองเพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิกของสภาเภสัชกรรม
“หลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับปริญญาวิชาเภสัชศาสตร์ที่สภาเภสัชกรรมจะให้ความเห็นชอบ เพื่อการรับรองปริญญา ตามข้อบังคับนี้
“สถาบัน” หมายถึง สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศที่เป็นเจ้าของหลักสูตรเภสัชศาสตร์ที่ผลิตบัณฑิตโดยให้รับปริญญาที่ต้องการขอรับการรับรองตามข้อบังคับนี้
“หลักสูตร ๖ ปี” หมายความว่า หลักสูตรเภสัชศาสตร์ ที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ของหลักสูตรที่มีจำนวนหน่วยกิตที่ใช้ระยะเวลาทำการศึกษาเทียบเท่าหกปี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด และตามที่กำหนดในข้อบังคับนี้ รวมทั้งประกาศที่เกี่ยวข้อง
“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์
“คณะอนุกรรมการ” หมายถึง คณะอนุกรรมการประเมินสถาบันและหลักสูตรเภสัชศาสตร์
ข้อ ๕ ในกระบวนการรับรองปริญญา ให้สภาเภสัชกรรมพิจารณารายละเอียดจากหลักสูตรที่มีมาตรฐานตามข้อบังคับนี้ โดยหลักสูตรต้องผ่านความเห็นชอบของสภาเภสัชกรรม และดำเนินการผลิตบัณฑิตโดยสถาบันที่ได้รับการรับรองตามข้อบังคับนี้
ปริญญาที่ได้รับจากการศึกษาในหลักสูตรที่สภาเภสัชกรรมให้ความเห็นชอบ ให้ถือเป็นปริญญาที่สภาเภสัชกรรมรับรอง โดยให้จัดทำเป็นประกาศของสภาเภสัชกรรม
ตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป สภาเภสัชกรรมจะให้การรับรองเฉพาะปริญญาที่เกิดจากหลักสูตรที่มีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ของหลักสูตร ๖ ปี
ในกรณีที่สถาบันที่ดำเนินการมาแต่เดิม ไม่สามารถจัดทำหลักสูตร ๖ ปี ได้ทันการ เพื่อให้มีผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้ทำคำร้องพร้อมด้วยเหตุผลขอผ่อนผัน จากสภาเภสัชกรรมเป็นการเฉพาะรายโดยอาจขอเลื่อนกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปได้ไม่เกินปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๙
หมวด ๒
คณะกรรมการ
ข้อ ๖ ให้สภาเภสัชกรรมแต่งตั้ง “คณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์” ประกอบด้วย
(๑) นายกสภาเภสัชกรรมหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่สภาเภสัชกรรมแต่งตั้ง เป็นประธาน
(๒) คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ที่เป็นกรรมการสภาเภสัชกรรม จำนวน ๕ คน
(๓) เลขาธิการสภาเภสัชกรรม
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิ จากผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมในสาขาต่างๆ จำนวนรวมกันอย่างน้อยสามคนแต่ไม่เกินห้าคน
(๕) ประธานคณะอนุกรรมการสอบความรู้ทางเภสัชศาสตร์ เป็นกรรมการและ เลขานุการ
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่
(๑) ศึกษาติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการทางเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรม
(๒) ให้ความเห็นการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรเภสัชศาสตร์และเกณฑ์มาตรฐานสถาบันให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของวิทยาการในระดับนานาชาติ เพื่อเสนอสภาเภสัชกรรมพิจารณาและประกาศใช้
(๓) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือเพิกถอนความเห็นชอบหลักสูตรเภสัชศาสตร์และการรับรองสถาบัน ตามที่คณะอนุกรรมการเสนอ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมพิจารณา
(๔) ให้คำแนะนำสถาบันเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสถาบันและหลักสูตรเภสัชศาสตร์
(๕) แต่งตั้งอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการ แต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการประเมินสถาบันและหลักสูตรเภสัชศาสตร์” ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักสูตรและความพร้อมของสถาบันเพื่อเสนอเป็นข้อมูลรวมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตาม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตร และให้การรับรองสถาบัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
ให้คณะอนุกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมจำนวนอย่างน้อยห้าคนและไม่เกินเจ็ดคน ที่ไม่ใช่บุคลากรประจำของสถาบันและไม่ใช่อาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษของหลักสูตรที่ขอรับการประเมิน
หมวด ๓
หลักสูตร
ข้อ ๙ หลักสูตรต้องมีปรัชญาและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และสัมพันธ์สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาของชาติ แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ แผนพัฒนาระบบยาและวิชาชีพเภสัชกรรม ภาระกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งแผนพัฒนาสถาบัน
สถาบันจะต้องมีแผนพัฒนาวิชาการสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ชัดเจน ให้สภาเภสัชกรรมพิจารณาแผนพัฒนาดังกล่าวโดยละเอียดโดยถือว่าเป็นแผนการศึกษาหลักที่มีความจำเป็นและเกื้อหนุนให้สถาบันสามารถพัฒนาสาขาเภสัชศาสตร์ได้โดยมีความเจริญก้าวหน้า
ข้อ ๑๐ หลักสูตรต้องมีสาระตามมาตรฐานหลักสูตรตามที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และต้องมีโครงสร้างและรายละเอียดอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑ หลักสูตรที่สถาบันเสนอเพื่อขอรับความเห็นชอบเมื่อข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ที่เป็นหลักสูตรที่เกิดขึ้นใหม่และหลักสูตรเดิมที่นำมาปรับปรุงต้องมีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ของหลักสูตร ๖ ปี
หมวด ๔
การขอความเห็นชอบหลักสูตร
ข้อ ๑๒ ให้สถาบันยื่นความจำนงต่อสภาเภสัชกรรมเพื่อขอความเห็นชอบหลักสูตรโดยเสนอรายละเอียดและกรอกแบบรายการตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
ข้อ ๑๓ การยื่นความจำนงเพื่อขอความเห็นชอบหลักสูตร จะต้องกระทำล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดการเปิดรับนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน
สภาเภสัชกรรมสงวนสิทธิที่จะไม่รับพิจารณาหลักสูตรที่สถาบันเปิดดำเนินการรับนักศึกษาก่อนได้รับความเห็นชอบ
ข้อ ๑๔ เมื่อสภาเภสัชกรรมพิจารณารายละเอียดของหลักสูตรตามที่ คณะกรรมการเสนอแล้วอาจมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(๑) เห็นชอบ โดยกำหนดระยะเวลาให้ความเห็นชอบไม่เกินห้าปี
(๒) เห็นชอบโดยมีเงื่อนไขให้ดำเนินการปรับปรุง ภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๓) ไม่เห็นชอบ
กรณีสภาเภสัชกรรมมีมติไม่เห็นชอบหลักสูตรของสถาบันใด ให้สถาบันดังกล่าวดำเนินการแก้ไขปรับปรุงหลักสูตร และจะสามารถเสนอขอให้สภาเภสัชกรรมให้ความเห็นชอบใหม่ได้หลัง ๙๐ วัน นับแต่วันที่สภาเภสัชกรรมมีมติไม่เห็นชอบหลักสูตร
ข้อ ๑๕ มติในเรื่องเกี่ยวข้องกับการขอความเห็นชอบหลักสูตรให้ออกเป็นประกาศสภาเภสัชกรรม
ข้อ ๑๖ เมื่อปรากฏว่าสถาบันดำเนินการผลิตบัณฑิตโดยมาตรฐานที่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดและต่างไปจากรายละเอียดของหลักสูตรที่เคยได้รับความเห็นชอบ สภาเภสัชกรรมอาจพิจารณาเพิกถอนความเห็นชอบต่อหลักสูตรนั้น
แนวทางพิจารณาว่าการดำเนินการตามหลักสูตรมีมาตรฐานที่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้เป็นไปตามแนวทางพิจารณาที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
หมวด ๕
การรับรองสถาบัน
ข้อ ๑๗ สถาบันรวมทั้งแหล่งฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่เป็นเครือข่ายของแต่ละสถาบัน ที่สภาเภสัชกรรมจะให้การรับรองจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสถาบันที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
ข้อ ๑๘ ให้สถาบันยื่นความจำนงต่อสภาเภสัชกรรมเพื่อขอรับการประเมินเพื่อการรับรองสถาบัน โดยจะยื่นก่อนหรือพร้อมกับการยื่นความจำนงเพื่อขอความเห็นชอบหลักสูตร ก็ได้
ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการดำเนินการประเมินสถาบันตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสถาบัน และเสนอสภาเภสัชกรรมเพื่อพิจารณามีมติเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(๑) รับรอง
(๒) รับรองโดยมีเงื่อนไขให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๓) ไม่รับรอง
กรณีสภาเภสัชกรรมมีมติไม่รับรองสถาบันใด ให้สถาบันดังกล่าวดำเนินการแก้ไขปรับปรุงมาตรฐาน และจะสามารถเสนอขอให้สภาเภสัชกรรมพิจารณารับรองใหม่ได้ หลัง ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่สภาเภสัชกรรมมีมติไม่รับรองสถาบัน
ข้อ ๒๐ มติในเรื่องเกี่ยวกับการรับรองสถาบันให้ออกเป็นประกาศสภาเภสัชกรรม
หมวด ๖
การรับรองปริญญาของผู้สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตร์
จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
ข้อ ๒๑ ในการรับรองปริญญาของผู้สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตร์จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศให้ใช้หลักเกณฑ์วิธีการตามที่กำหนดในข้อบังคับนี้ กรณีใดที่ไม่สามารถดำเนินการได้สภาเภสัชกรรมอาจพิจารณายกเว้นการดำเนินการ หรือกำหนดการดำเนินการเป็นเฉพาะกรณีและเฉพาะรายได้
คณะกรรมการสามารถขอให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศยื่นหลักฐานเอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการให้การรับรองปริญญา
ข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการนำเสนอผลการพิจารณาให้คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมพิจารณารับรองปริญญา โดยคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมอาจมีมติได้ดังนี้
(๑) ให้การรับรอง
(๒) รับรองปริญญาโดยกำหนดเงื่อนไขประกอบ
(๓) ไม่รับรองปริญญา
การรับรองปริญญาโดยมีเงื่อนไขประกอบจะทำให้ผู้ขอการรับรองมีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกสภาเภสัชกรรม แต่ไม่สามารถขอสมัครสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมได้
ข้อ ๒๓ ผู้ได้รับการรับรองปริญญาโดยกำหนดเงื่อนไขประกอบ จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามที่กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ก่อนจึงสามารถทำหนังสือยื่นต่อสภาเภสัชกรรม เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมได้
ข้อ ๒๔ กรณีที่สภาเภสัชกรรมได้พิจารณาให้การรับรองปริญญาของสถาบันการศึกษาในต่างประเทศไปแล้วต่อมาได้ทราบภายหลังว่าเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เสนอพิจารณาเป็นเท็จไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง หรือเป็นเอกสารหลักฐานที่ทำปลอมทั้งหมดหรือเป็นเพียงบางส่วนสภาเภสัชกรรมสามารถเพิกถอนการรับรองปริญญานั้น และให้ถือเสนอหนึ่งสภาเภสัชกรรมยังไม่เคยรับรองปริญญาดังกล่าว
ข้อ ๒๕ ปริญญาของสถาบันในต่างประเทศสถาบันใดที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรองภายในเวลาไม่เกินห้าปี ให้สภาเภสัชกรรมขึ้นทะเบียนไว้เพื่อใช้อ้างอิงต่อไปและเมื่อปริญญาได้ผ่านการรับรองมาแล้วเกินห้าปี หรือเมื่อสถาบันการศึกษาดังกล่าวมีการปรับหลักสูตรการศึกษา หรือสภาเภสัชกรรมมีการประกาศปรับหรือเพิ่มเติมเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองปริญญา จะต้องเสนอขอรับรองปริญญาต่อสภาเภสัชกรรมใหม่
ข้อ ๒๖ มติของคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมในการรับรองปริญญาของผู้สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตร์จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ให้ถือเป็นที่สุด ยกเว้นกรณีที่มีเอกสารหลักฐานข้อมูลใหม่เสนอพิจารณาเท่านั้น จึงอาจขอให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมรับเรื่องเพื่อขอรับการพิจารณาตามกระบวนการใหม่ได้
หมวด ๗
ค่าธรรมเนียม
ข้อ ๒๗ ให้สภาเภสัชกรรมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ตามอัตราค่าธรรมเนียมที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
หมวด ๗
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๘ ให้สถาบันเดิมที่ได้ดำเนินการสอนในวิชาเภสัชศาสตร์ โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาสาขาเภสัชศาสตร์มาแล้วก่อนข้อบังคับนี้ประกาศใช้เป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองตามข้อบังคับนี้
ให้หลักสูตรที่มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว ที่ดำเนินการโดยสถาบันในวรรคแรก เป็นหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบเป็นระยะเวลาห้าปี เว้นแต่สถาบันจะดำเนินการผิดไปจากมาตรฐานตามที่กำหนด
ข้อ ๒๙ ให้หลักสูตรใหม่ที่มีอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบ และสถาบันใหม่ที่ยังไม่ได้รับการรับรอง แต่ได้ดำเนินการขอเปิดหลักสูตรไปแล้วก่อนข้อบังคับนี้ประกาศใช้ ให้ยื่นเสนอเพื่อขอรับความเห็นชอบหลักสูตรและขอรับการรับรองสถาบัน ภายใน ๑๘๐ วันหลังข้อบังคับนี้ประกาศใช้
ประกาศ ณ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ภาวิช ทองโรจน์
นายกสภาเภสัชกรรม
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๙ เมษายน ๒๕๕๑