หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2545

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2545 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม

ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

พ.ศ. ๒๕๔๕

---------------------

 

                        เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมให้มี

ความรู้และความสามารถในการประกอบวิชาชีพที่ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานของวิชาชีพ

อันจะเป็นหลักประกันและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการวิชาชีพต่อผู้รับบริการ สภา

เภสัชกรรมจึงเห็นควรให้มีการจัดระบบการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑) และ ๒๓ (๔) (ด) แห่งพระราชบัญญัติ

วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมโดยความเห็นชอบของสภานายก

พิเศษ จึงออกข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมไว้ ดังนี้

 

                        ข้อ    ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษา

ต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๕"

 

                        ข้อ    ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                        ข้อ    ในข้อบังคับนี้

                        ผู้ประกอบวิชาชีพ หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

                        บทความวิชาการ หมายถึง บทความทางวิชาการเพื่อการศึกษาต่อเนื่องที่เรียบเรียง แปล หรือแต่งขึ้น

                        ประชุมวิชาการ หมายถึง การประชุม การสัมนา การฝึกอบรม การประชุมเชิง

ปฏิบัติการหรือกิจกรรมที่ใช้ชื่ออย่างอื่นซึ่งมีลักษณะเป็นการประชุมวิชาการ

                        ผู้จัดการประชุมวิชาการ หมายถึง นิติบุคคลหรือองค์กรที่เป็นผู้รับผิดชอบจัดการ

ประชุมรวมทั้งผู้ที่ได้รับมอบหมาย

 

                        ข้อ    ให้นายกสภาเภสัชกรรมเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และมีอำนาจออก

ระเบียบและประกาศเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ได้

                        ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความ หรือมีกรณีที่มิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือใน

กรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้นายกสภาเภสัชกรรม โดยความเห็นชอบของคณะ

กรรมการสภาเภสัชกรรมเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและถือเป็นที่สิ้นสุด

 

                                                     หมวดที่ ๑

                                                      บททั่วไป

                                                ---------------------

 

                        ข้อ    การจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

                        (๑)  เสริมความรู้และวิทยาการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพในการให้บริการแก่ผู้รับบริการ

                        (๒)  เสริมทักษะและประสบการณ์ในการปฏิบัติวิชาชีพในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการประกอบวิชาชีพ

                        (๓)  ยกระดับและพัฒนาการประกอบวิชาชีพให้ก้าวหน้า และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการ

                        (๔)  การอื่น ๆ ตามมติของคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม โดยออกเป็นข้อบังคับของสภาเภสัชกรรม

 

                        ข้อ    รูปแบบการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพ อาจจัดการได้ตามรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

                        (๑)  การศึกษาด้วยตนเอง เป็นรูปแบบซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพศึกษาจากบทความวิชาการที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรองไว้แล้ว หรือที่สภาเภสัชกรรมจะให้การรับรองในภายหลังตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับนี้

                        (๒)  การเข้าร่วมประชุมวิชาการ เป็นรูปแบบซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพเข้าร่วมการประชุมวิชาการที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรองไว้แล้ว หรือที่สภาเภสัชกรรมจะให้การรับรองในภายหลัง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับนี้

                        (๓)  รูปแบบอื่น ๆ ตามที่สภาเภสัชกรรมกำหนด

 

                        ข้อ    การจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพ อาจจัดโดยสภาเภสัชกรรมหรือโดยสถาบันหลักหรือสถาบันสมทบ ซึ่งได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรม

 

                                                     หมวดที่ ๒

                                   การรับรองสถาบันหลักและสถาบันสมทบ

                                                -------------------

                        ข้อ    หน่วยงานที่จะได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมให้จัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามข้อบังคับนี้ต้องมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังนี้

                        (๑)  เป็นสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา เช่น คณะเภสัชศาสตร์

                        (๒)  เป็นโรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ของกระทรวง

สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลหลักของส่วนราชการอื่น ๆ

                        (๓)  เป็นสมาคมวิชาชีพ

                        (๔)  องค์กรวิชาชีพ โรงพยาบาล หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีลักษณะไม่เข้าข่าย (๑) (๒) และ (๓) แต่มีศักยภาพในการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ตามข้อ ๑๐

 

                        ข้อ    สถาบันหลัก นอกจากจะต้องมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ ๘ แล้วจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                        (๑)  มีหน่วยงาน ฝ่าย หรือคณะกรรมการที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการ

ศึกษาต่อเนื่อง

                        (๒)  มีระบบสารสนเทศที่พร้อมให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาต่อเนื่องตามที่

สภาเภสัชกรรมกำหนด

                        (๓)  มีศักยภาพในการจัดการศึกษาต่อเนื่องตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

                        (๔)  มีศักยภาพในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องของสถาบันสมทบ

 

                        ข้อ  ๑๐  สถาบันหลักจะต้องได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรม และมีอำนาจ

หน้าที่ดังต่อไปนี้

                        (๑)  รับรอง เพิกถอน หน่วยงานอื่นเป็นสถาบันสมทบ

                        (๒)  ออกหนังสือรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของสถาบันหลัก

และสถาบันสมทบแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นรายบุคคล

                        (๓)  ออกหนังสือรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ยื่นคำขอรับรองกิจกรรมและกำหนดหน่วยกิตการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องอื่น ๆ ด้วยตนเอง

                        (๔)  เป็นแหล่งผลิตกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง โดยมีการประเมินคุณภาพเชิงวิชาการจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง เพื่อให้กิจกรรมที่จัดขึ้นมีมาตรฐาน

                        (๕)  รับผิดชอบในการจัดทำระบบการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

                        (๖)  บันทึกข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องโดยเคร่งครัดและถูกต้อง และบันทึกข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องและจำนวนหน่วยกิตที่ได้รับ

                        (๗)  ส่งรายงานกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องและข้อมูลตาม (๕) และ (๖) แก่สภาเภสัชกรรมทุกปี

                        (๘)  ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสถาบันสมทบ รวมทั้งประเมินสถาบันสมทบเป็นระยะ ๆ หลังการรับรองเพื่อให้กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องที่จัดตั้งขึ้นมีมาตรฐาน

                        (๙)  หน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมมอบหมาย

 

                        ข้อ  ๑๑  สถาบันสมทบ นอกจากจะต้องมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ ๘ แล้วจะ

ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                        (๑)  มีศักยภาพในการจัดการศึกษาต่อเนื่องในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

                        (๒)  เป็นสถาบันสมทบของสถาบันหลักใดเพียงสถาบันเดียว

 

                        ข้อ  ๑๒  สถาบันสมทบมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

                        (๑)  จัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องทุกปี อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

                        (๒)  บันทึกข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องโดยเคร่งครัดและถูกต้องและบันทึกข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องและจำนวนหน่วยกิตที่ได้รับ

                        (๓)  ส่งรายงานกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องและข้อมูลตาม (๒) แก่สถาบันหลักทุกปี

 

                        ข้อ  ๑๓  สถาบันหรือหน่วยงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ และ

ข้อ ๑๒ แต่ประสงค์จะจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง สามารถยื่นคำขอต่อสภาเภสัชกรรมหรือสถาบันหลักเพื่อให้การรับรองกิจกรรมและกำหนดหน่วยกิตเป็นครั้ง ๆ ไป

 

                        ข้อ  ๑๔  สถาบันหรือหน่วยงานตามข้อ ๑๓ เมื่อได้มีการจัดกิจกรรมการศึกษา

ต่อเนื่องแล้ว ต้องมีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  บันทึกข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องโดยเคร่งครัดและถูกต้องและบันทึกข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องและจำนวนหน่วยกิตที่ได้รับ

                        (๒)  ส่งรายงานกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องและข้อมูลตาม (๑) แก่สภาเภสัชกรรมหรือสถาบันหลักที่ให้การรับรอง

 

                        ข้อ  ๑๕  หลักเกณฑ์วิธีการในการยื่นคำขอต่อสภาเภสัชกรรม เพื่อเป็นสถาบันหลัก สถาบันสมทบ หรือการขอจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องตามข้อ ๑๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

 

                        ข้อ  ๑๖  สถาบันหลักที่ได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมแล้ว จะมีอายุการรับรอง ๕ ปี และสภาเภสัชกรรมมีสิทธิออกประกาศเพิกถอนการรับรองได้หากสถาบันหลักไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

 

                        ข้อ  ๑๗  สถาบันสมทบมีอายุการรับรองตลอดตามที่สถาบันหลักยังได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมอยู่เว้นแต่จะพ้นสภาพตามข้อ ๓๓

 

                        ข้อ  ๑๘  สถาบันสมทบที่สถาบันหลักถูกเพิกถอนโดยสภาเภสัชกรรมให้สถาบัน

สมทบดังกล่าวสมัครเข้าร่วมกับสถาบันหลักอื่น ภายในระยะเวลา ๑ ปี นับจากวันที่สภาเภสัชกรรม

ออกประกาศเพิกถอนสถาบันหลัก โดยถือว่าการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ของสถาบันสมทบในระยะเวลาดังกล่าว ได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรม

 

                                                     หมวดที่ ๓

                        การรับรองและการกำหนดหน่วยกิตของการศึกษาต่อเนื่อง

                                          สำหรับการศึกษาด้วยตนเอง

                                                -------------------

 

                        ข้อ  ๑๙  ผู้ศึกษาบทความทางวิชาการด้วยตนเองในบทความทางวิชาการที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันหลักและสถาบันสมทบ ให้สถาบันหลักเป็นผู้รับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

 

                        ข้อ  ๒๐  ผู้ศึกษาบทความทางวิชาการด้วยตนเองในบทความทางวิชาการที่ยังไม่ได้รับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสภาเภสัชกรรมแต่ได้รับการรับรองหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากองค์การอื่นแล้ว ให้ยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องต่อสถาบันหลัก

 

                        ข้อ  ๒๑  บทความทางวิชาการ ตามข้อ ๒๐ ที่จะนำมาขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมต้องทำการศึกษาด้วยตนเองก่อนวันหมดอายุของบทความนั้น

                        ข้อ  ๒๒  เอกสารที่ต้องส่งเพื่อขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษา

ต่อเนื่องสำหรับบทความทางวิชาการตามข้อ ๒๐ มีดังนี้

                        (๑)  บทความทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ ฉบับเต็ม

                        (๒)  คำถามของบทความ

                        (๓)  เอกสารรับรองการได้หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากองค์การนั้น ๆ

                        (๔)  เอกสารอื่น ตามที่สภาเภสัชกรรมกำหนด

 

                        ข้อ  ๒๓  การพิจารณารับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของบทความทางวิชาการนั้น ให้พิจารณาตามแนวทางดังนี้

                        (๑)  เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาการประกอบวิชาชีพ

เภสัชกรรม ตามความหมายในมาตรา ๔ ของพระราบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ หรือ

เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระบบสาธารณสุข

                        (๒)  ความทันสมัยของเนื้อหา

                        (๓)  มีการอ้างเอกสารอ้างอิงในเนื้อหาชัดเจน พร้อมรายการเอกสารอ้างอิงท้าย

บทความ

                        (๔)  ความครอบคลุมและความต่อเนื่องของเนื้อหา

                        ในกรณีที่บทความทางวิชาการมีลักษณะตามเกณฑ์ข้างต้น ให้พิจารณากำหนด

จำนวนหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องที่คำนวณได้ตามสูตรคำนวณที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

 

                                                     หมวดที่ ๔

            การรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของการเข้าประชุมวิชาการ

                                                --------------------

 

                        ข้อ  ๒๔  ผู้เข้าประชุมวิชาการในการประชุมวิชาการที่จัดขึ้นโดยสถาบันหลักและ

สถาบันสมทบ ให้สถาบันหลักเป็นผู้รับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

 

                        ข้อ  ๒๕  ผู้เข้าประชุมวิชาการ ในการประชุมที่ไม่ได้ขอรับการรับรองและกำหนด

หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลักว่าเป็นการประชุมที่ได้หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง ให้ยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องต่อสถาบันหลักโดยยื่นคำขอต่อสถาบันหลักภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันสิ้นสุดการประชุม

                        ข้อ  ๒๖  เอกสารที่ต้องส่งเพื่อขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษา

ต่อเนื่องสำหรับการประชุมทางวิชาการตามข้อ ๒๕ มีดังนี้

                        (๑)  กำหนดการและรายละเอียดของการประชุม

                        (๒)  หลักฐานการเข้าประชุม

                        (๓)  เอกสารหรือหลักฐานอื่น เช่น เอกสารประกอบการประชุม ตามที่สภา

เภสัชกรรมกำหนด

 

                        ข้อ  ๒๗  การพิจารณารับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของการประชุมวิชาการนั้น ให้พิจารณาตามแนวทางดังนี้

                        (๑)  เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาการประกอบวิชาชีพ

เภสัชกรรม ตามความหมายในมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ หรือเกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระบบสาธารณสุข

                        (๒)  ความทันสมัยของหัวข้อประชุม

                        (๓)  ความครอบคลุมและความต่อเนื่อง

                        (๔)  วิทยากรมีความรู้ความสามารถเชิงวิชาการในหัวข้อที่บรรยาย

                        (๕)  เวลาที่ใช้มีความเหมาะสมกับหัวข้อและเนื้อหา

 

                                                          หมวดที่ ๕

                                   การกำหนดจำนวนหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง

                                                ---------------------------

 

                        ข้อ  ๒๘  บทความทางวิชาการที่ได้รับการรับรองให้กำหนดหน่วยกิตการศึกษา

ต่อเนื่องได้ ให้กำหนดจำนวนหน่วยกิตได้ระหว่าง ๑-๔ หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องต่อหนึ่งบทความ ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

 

                        ข้อ  ๒๙  การเข้าประชุมวิชาการนั้น กำหนดให้ชั่วโมงบรรยาย ๑ ชั่วโมงเทียบเท่า ๑ หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง และการฝึกปฏิบัติ ๑ ชั่วโมง เทียบเท่า ๐.๒๕ หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง

 

                        ข้อ  ๓๐  การอื่น ๆ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนดเพิ่มเติม

 

                                                     หมวดที่ ๖

                 กระบวนการได้มาซึ่งหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของผู้ประกอบวิชาชีพ

                                                --------------------

                        ข้อ  ๓๑  หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องอาจได้มาโดยการศึกษาด้วยตนเอง ตามวิธีการดังนี้

                        (๑)  การที่ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษาบทความทางวิชาการที่สถาบันหลักให้การรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องแล้ว โดยต้องตอบคำถามท้ายบทความให้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ ๗๐ จึงจะได้รับเอกสารรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                        (๒)  การที่ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษาบทความทางวิชาการที่ได้รับการรับรองหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากองค์การอื่นแล้ว แต่ไม่ได้ขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลักไว้ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลักได้ในภายหลัง

 

                        ข้อ  ๓๒  หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง อาจได้มาโดยการเข้าประชุมวิชาการตามวิธีการดังนี้

                        (๑)  การที่ผู้ประกอบวิชาชีพ เข้าประชุมวิชาการที่สถาบันหลักให้การรับรองและ

กำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องไว้แล้ว ผู้ประกอบวิชาชีพจะได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเมื่อเข้าร่วมประชุมครบตามเกณฑ์ที่สถาบันหลักกำหนดและได้รับเอกสารรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากผู้จัดประชุมและเก็บเอกสารรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องไว้เป็นหลักฐาน

                        (๒)  การที่ผู้ประกอบวิชาชีพเข้าประชุมวิชาการที่ไม่ได้ขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลัก ให้ผู้ประกอบวิชาชีพยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลักได้ในภายหลัง

 

                                                     หมวดที่ ๗

                        การพ้นสภาพจากการเป็นสถาบันหลักและสถาบันสมทบ

                                                --------------------

 

                        ข้อ  ๓๓  สถาบันหลักและสถาบันสมทบ จะพ้นจากการเป็นสถาบันหลักและสถาบันสมทบในกรณี

                        (๑)  เมื่อพ้นอายุการรับรอง ๕ ปีและไม่ยื่นขอรับการรับรองต่อ

                        (๒)  มีประกาศเพิกถอนการเป็นสถาบันหลักหรือสถาบันสมทบ

                        (๓)  มีหนังสือลาออกจากการเป็นสถาบันหลักหรือสถาบันสมทบ

 

 

 

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

                                                                                              ธิดา  นิงสานนท์

                                                                                          นายกสภาเภสัชกรรม

 

[รก.๒๕๔๕/พ๕๘ง/๑๐/๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๕]

 

                                                                                    เพ็ญพร/พิมพ์/แก้ไข

                                                                                    ๒ ธันวาคม ๒๕๔๕

                                                                                    A+B(c)