หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการเลือกและการเลือกตั้งกรรมการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการเลือกและการเลือกตั้งกรรมการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม

ว่าด้วยการเลือกและการเลือกตั้งกรรมการ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓

---------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๔) (ง) และด้วยความเห็นชอบของ

สภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะ

กรรมการสภาเภสัชกรรมออกข้อบังคับว่าด้วยการเลือกและการเลือกตั้งกรรมการ (ฉบับที่ ๒)

ไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยการเลือก

และการเลือกตั้งกรรมการ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๙ การลงคะแนนเลือกตั้งให้กระทำโดยการทำเครื่องหมายที่หมายเลข

ผู้สมัครรับเลือกตั้งตามที่กำหนด จำนวนไม่เกินจำนวนตามที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประกาศ"

                        ข้อ ๒  ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑.๒ และ ๑๑.๔ ในข้อ ๑๑ แห่งข้อบังคับสภา

เภสัชกรรม ว่าด้วยการเลือกและการเลือกตั้งกรรมการ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้

แทน

                        "๑๑.๒ บัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้มีการกรอกรายการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่กรอกราย

การเลือกตั้งเกินจำนวนที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประกาศ หรือบัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้กรอกรายละเอียด

และลายมือชื่อผู้เลือกตั้ง

                        ๑๑.๔ บัตรที่ส่งถึงประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการเลือกตั้งหลังกำหนดเวลา

สิ้นสุดการลงคะแนนเว้นแต่กรณีเป็นการส่งบัตรเลือกตั้งกลับทางไปรษณีย์ให้ถือวันที่สิ้นสุดตามวัน

ที่ที่ประทับโดยที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางที่ตั้งของสำนักงานสภาเภสัชกรรมเป็นสำคัญ"

                        ข้อ ๓  ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ แห่งข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยการเลือก

และการเลือกตั้งกรรมการ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๑๕ การเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่เข้าดำรงตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการ

ให้ทราบผลก่อนกรรมการโดยการเลือกตั้งชุดก่อนจะพ้นวาระไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน"

                        ข้อ ๔  ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๗ แห่งข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยการเลือก

และการเลือกตั้งกรรมการ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๑๗ การเลือกตั้งนายกสภาเภสัชกรรม อุปนายกสภาเภสัชกรรมคนที่หนึ่ง

และอุปนายกสภาเภสัชกรรมคนที่สอง ให้กระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

กรรมการ โดยให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมชุดก่อนจะพ้นวาระเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการชุด

ใหม่ตามมาตรา ๑๕ เพื่อเลือกกรรมการที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพ

เภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าวตำแหน่งละหนึ่งคน โดยดำเนินการเลือกทีละ

ตำแหน่งตามลำดับด้วยวิธีให้กรรมการเสนอชื่อและมีกรรมการอย่างน้อยสามคนรับรองการเสนอ

ชื่อนั้น ๆ

                        การเลือกให้เลือกโดยลงคะแนนลับ ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดของแต่ละตำแหน่งเป็น

ผู้ได้รับเลือกให้เป็นนายกสภาเภสัชกรรม อุปนายกคนที่หนึ่ง และอุปนายกคนที่สองกรณีที่ผู้ได้รับ

คะแนนสูงสุดมีคะแนนเท่ากันให้มีการลงคะแนนซ้ำจนกว่าจะได้ผู้มีคะแนนสูงสุด

                        กรณีมีการเสนอชื่อคนเดียวสำหรับตำแหน่งใดให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อ

ดำรงตำแหน่งนั้นโดยไม่ต้องออกเสียงลงคะแนน

                        การเลือกตั้งนายกสภาเภสัชกรรม อุปนายกคนที่หนึ่งและอุปนายกคนที่สอง

ดังกล่าว ให้นายกสภาเภสัชกรรมหรืออุปนายกสภาเภสัชกรรมหรือเลขาธิการสภาเภสัชกรรม ชุดที่

จะพ้นวาระคนใดคนหนึ่งที่ไม่มีส่วนร่วมในคณะกรรมการชุดใหม่เป็นประธานในที่ประชุมเพื่อ

ดำเนินการเลือกตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ

                        ข้อ ๕  ให้เพิ่มเติมข้อความดังต่อไปนี้

                        "ข้อ ๒๖  ข้อบังคับนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่การเลือกตั้งกรรมการในวาระที่ ๓

(พ.ศ. ๒๕๔๓ - ๒๕๔๖) เป็นต้นไป

 

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

                                                                                         ภาวิช  ทองโรจน์

                                                                                       นายกสภาเภสัชกรรม

 

[รก.๒๕๔๔/๒๕ง/๑๖/๒๗ มีนาคม ๒๕๔๔]

 

                                                                                                             อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                                            ๒ ส.ค ๒๕๔๔