ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม
ว่าด้วยการรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรม
หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมของสถาบันต่าง ๆ
เพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก
พ.ศ. ๒๕๔๓
------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๓) มาตรา ๑๒ (๒) มาตรา ๒๓ (๔) (ด)
และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะกรรมการสภาเภสัชกรรม
ด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ จึงออกข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยการรับรองปริญญา
ประกาศนียบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมหรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเภสัชกรรมของสถาบันต่าง ๆ เพื่อ
ประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก ดังต่อไปนี้
หมวด ๑
บททั่วไป
------------
ข้อ ๑ ในข้อบังคับนี้
ปริญญา หมายถึง ปริญญาทางเภสัชศาสตร์
ประกาศนียบัตร หมายถึง ประกาศนียบัตรทางเภสัชศาสตร์ซึ่งเทียบเท่าระดับปริญญา
วุฒิบัตร หมายถึง วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ
เภสัชกรรมสาขาต่าง ๆ ซึ่งเป็นการศึกษาต่อเนื่องจากปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางเภสัชศาสตร์
รายวิชาทางด้านผลิตภัณฑ์ หมายถึง รายวิชาทางเภสัชศาสตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ
ตัวยา ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้เป็นยา วิทยาศาสตร์และวิทยาการของยา การวิทยาการของยา
การวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมยาและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
รายวิชาทางด้านผู้ป่วย หมายถึง รายวิชาทางเภสัชศาสตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการ
ใช้ยาในผู้ป่วย ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และวิทยาศาสตร์การแพทย์และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
รายวิชาทางด้านสังคมและการบริการ หมายถึง รายวิชาที่เกี่ยวข้องกับทาง
เภสัชศาสตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องทางด้านยา การบริหารจัดการด้านยา
การคุ้มครองผู้บริโภค เศรษฐศาสตร์และระบาดวิทยาทางยา กฎหมายและจรรยาบรรณในการ
ประกอบวิชาชีพและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
การฝึกปฏิบัติทางวิชาชีพ หมายถึง การฝึกปฏิบัติทางวิชาชีพในสถานที่ที่มีการ
ประกอบวิชาชีพแขนงต่าง ๆ หรือ สถานที่อื่น ๆ ที่มีกิจกรรมปฏิบัติที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนการ
ประกอบวิชาชีพโดยตรง
คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการสภาเภสัชกรรม
การรับรองปริญญา หมายถึง การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาชีพ
เภสัชกรรมหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมสาขาต่าง ๆ
หมวด ๒
การยื่นขอการรับรองปริญญา
------------
ข้อ ๒ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ หรือสถาบันการศึกษาทางเภสัชศาสตร์
โดยผู้แทนตามกฎหมาย มีสิทธิยื่นคำขอการรับรองปริญญา ต่อสภาเภสัชกรรมได้
ข้อ ๓ ให้ผู้ที่ต้องการยื่นคำขอการรับรองปริญญา ยื่นคำขอตามแบบ สภ. ๒๖ ท้าย
ข้อบังคับนี้ ต่อเลขาธิการสภาเภสัชกรรม โดยให้เริ่มนับจากวันที่สำนักงานเลขาธิการสภาเภสัชกรรม
ได้รับคำขอและหลักฐานตามที่กำหนดครบถ้วนสมบูรณ์เป็นวันที่รับคำขอเป็นทางการ
ข้อ ๔ ผู้ยื่นคำขอการรับรองปริญญา จะต้องยื่นคำขอพร้อมหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) ใบปริญญา ประกาศนียบัตรทางเภสัชศาสตร์ หรือวุฒิบัตรแสดงความรู้
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม หรือตัวอย่างของหลักฐานดังกล่าว กรณีที่สถาบันการ
ศึกษาเป็นผู้ยื่นขอการรับรองปริญญา
(๒) ใบแจ้งผลการเรียนรายวิชาตามหลักสูตร (Transcript) หรือตัวอย่างของ
หลักฐานดังกล่าวกรณีที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้ยื่นขอการรับรองปริญญา
(๓) หลักสูตรการศึกษาและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
(๔) หลักฐานอื่น ๆ ที่จะขอหรือมีประกาศเพิ่มเติม
กรณีผู้สำเร็จการศึกษาเป็นผู้ยื่นขอการรับรองปริญญาด้วยตนเอง จะต้องนำหลักฐาน
ฉบับจริงมาแสดงด้วย กรณีถ้าไม่ได้มายื่นด้วยตนเองจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจในการดำเนินการ
แทนมาแสดงพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้สำเร็จการศึกษามาเป็นหลักฐาน
กรณีที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานตามที่กำหนดให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมเป็น
ผู้พิจารณายกเว้นได้เฉพาะกรณีเป็นราย ๆ ไป และให้สรุปข้อเท็จจริงเสนอคณะกรรมการพิจารณา
พร้อมกับการเสนอการรับรองปริญญาดังกล่าว
หมวด ๓
เกณฑ์การรับรองปริญญา
------------
ข้อ ๕ เมื่อเลขาธิการสภาเภสัชกรรม ได้รับคำขอเป็นทางการแล้ว จะต้องเร่ง
พิจารณาและเสนอคณะกรรมการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกหลังครบกำหนด
๖๐ วันทำการหลังจากที่ได้รับคำขอแล้ว โดยการพิจารณาให้พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือจะ
สอบถามความคิดเห็นจากสถาบันการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ต่าง ๆ หรือตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะ
ทำงานพิจารณาก็ได้ตามความเหมาะสม
กรณีมีเหตุผลความจำเป็นไม่สามารถเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพิจารณาในระยะ
เวลาที่กำหนดในวรรคแรก ให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อขยายระยะเวลา
พิจารณาต่อไปได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ระยะเวลารวมทั้งสิ้นตั้งแต่รับคำขอเป็นทางการต้อง
ไม่เกิน ๑๒๐ วันทำการ
ข้อ ๖ เกณฑ์การรับรองปริญญา ในขั้นต่ำจะต้องมีโครงสร้างของหลักสูตรทาง
เภสัชศาสตร์ ดังนี้
(๑) รายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ รวมไม่น้อยกว่า ๑๒๐ หน่วยกิตและ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๕ ของรายวิชาที่ศึกษารวมตลอดหลักสูตร โดยแบ่งเป็น
- รายวิชาทางด้านผลิตภัณฑ์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๒๕ ของรายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ที่ศึกษาในหลักสูตร
- รายวิชาทางด้านผู้ป่วย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๗ หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่าร้อยละ
๓๐ ของรายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ที่ศึกษาในหลักสูตร
- รายวิชาทางด้านสังคมและการบริหาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๒ หน่วยกิต หรือ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของรายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ที่ศึกษาในหลักสูตร
(๒) การฝึกปฏิบัติทางวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ชั่วโมง หรือไม่น้อยกว่า
๕ หน่วยกิต
กรณีที่จะมีการปรับหรือเพิ่มเติมเกณฑ์การรับรองปริญญาให้สอดคล้องกับ
สถานการณ์และแนวโน้มของการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรม ให้ออกเป็นประกาศสภาเภสัชกรรม โดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการ
หมวด ๔
การรับรองปริญญา
------------
ข้อ ๗ ให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมสรุป เรื่องคำขอการรับรองปริญญาเสนอคณะ
กรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑) รับรองปริญญา
(๒) รับรองปริญญาโดยกำหนดเงื่อนไขประกอบ
(๓) ไม่รับรองปริญญา
การรับรองปริญญาโดยมีเงื่อนไขประกอบจะทำให้มีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิก
สภาเภสัชกรรม แต่ไม่สามารถขอสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมได้
โดยเป็นสมาชิกประเภทมีเงื่อนไข
ข้อ ๘ ผู้ที่ได้รับการรับรองปริญญาโดยกำหนดเงื่อนไขประกอบ จะต้องดำเนินการให้
ครบถ้วนตามที่กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ก่อน จึงสามารถทำหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสภาเภสัชกรรม เพื่อ
พิจารณาออกหนังสือรับรอง เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอเข้าสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้
ประกอบวิชาชีพได้และให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมแจ้งให้นายกสภาเภสัชกรรมทราบต่อไป
ข้อ ๙ มติในการวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องการรับรองปริญญาให้ออกเป็นประกาศ
สภาเภสัชกรรมและแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ
มติของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ยื่นคำขอรับรองปริญญา จะอุทธรณ์ไม่ได้
ยกเว้นกรณีที่มีหลักฐานข้อมูลใหม่เสนอพิจารณาเท่านั้น ให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมสามารถรับคำขอ
เพื่อพิจารณาใหม่ได้
ข้อ ๑๐ กรณีที่สภาเภสัชกรรมได้พิจารณารับรองปริญญาไปแล้วต่อมาได้ทราบใน
ภายหลังว่าหลักฐานที่เสนอเป็นเท็จ ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง หรือเป็นหลักฐานที่ทำปลอมทั้งหมด
หรือเพียงบางส่วนก็ตามให้สภาเภสัชกรรมเพิกถอนการรับรองและให้ถือเสมือนว่าสภาเภสัชกรรม
ยังไม่เคยรับรองปริญญาดังกล่าว
ข้อ ๑๑ ปริญญาที่สภาเภสัชกรรมรับรองแล้ว ให้ขึ้นทะเบียนไว้เพื่อใช้อ้างอิงต่อไป
และเมื่อสถาบันการศึกษาต่างๆ ดังกล่าวมีการปรับหลักสูตรการศึกษา หรือสภาเภสัชกรรมมีการ
ประกาศปรับหรือเพิ่มเติมเกณฑ์การรับรองปริญญาใหม่ จะต้องเสนอขอการรับรองปริญญาต่อสภา
เภสัชกรรมใหม่
ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓
ภาวิช ทองโรจน์
นายกสภาเภสัชกรรม
[รก.๒๕๔๓/๙๓ง/๒๓/๑๓ กันยายน ๒๕๔๓]