กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง
การพิจารณาสั่งลงโทษ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
ตามที่ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ลงวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ออกใช้บังคับแล้ว นั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๙๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง มติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และมติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงแก้ไขเพิ่มเติม โดยยกเลิกข้อความใน กฎ ก.ตร. ว่าด้วยคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ลงวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๓ (๑) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“(๑) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยจเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกคน และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบงานด้านวินัยเป็นกรรมการ โดยให้จเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นประธานกรรมการ ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสามคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยสามคน จึงจะเป็นองค์ประชุม”
สำหรับข้อความอื่นนอกจากนี้คงเป็นไปตามที่กำหนดไว้เดิม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐