พระราชบัญญัติ
กู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศ
เพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ
( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๑๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐
เป็นปีที่ ๒๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการกู้เงินจากธนาคาร
ระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินจากธนาคารระหว่าง
ประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐”
มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.๒๕๑๐/๘๗/๑พ/๑๕ กันยายน ๒๕๑๐]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติกู้เงินจากธนาคาร
ระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ พ.ศ. ๒๕๐๖และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินจากธนาคาร
ระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการตามมาตรา ๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติให้อำนาจ
ปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘
เพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๐
กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นมูลค่าไม่เกินเจ็ดพันห้าร้อยล้านบาท
จะเป็นเงินตราระหว่างประเทศสกุลหนึ่งหรือหลายสกุลก็ได้
การกู้เงินตราต่างประเทศตามวรรคหนึ่งสกุลใด ให้คำนวณเป็นเงินบาท โดย
เทียบค่าเสมอภาคของเงินตราสกุลนั้น
การกู้เงินแต่ละคราวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ พ.ศ. ๒๕๐๖ ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลังกู้เงินไว้ไม่เกินวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ ภายในวงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท
แต่รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการมา
ใช้ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สอง (พ.ศ. ๒๕๑๐ - พ.ศ. ๒๕๑๔) จึง
จำเป็นต้องขยายวงเงินกู้จาก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๗,๕๐๐ ล้านบาท และขยายเวลากู้เงินต่อไป
อีก ๔ ปี จากวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ จนถึง วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔
ชไมพร/แก้ไข
๒๙ มกราคม ๒๕๔๕
A