หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติ อนุญาตให้รัฐบาลให้กู้ยืมเงินแก่เทศบาลเมืองสองแห่ง เพื่อทำการตัดและขยายถนนกับเพื่อลงทุน หาผลประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่เทศบาล พุทธศักราช 2479

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
พระราชกฤษฎีกา:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติ อนุญาตให้รัฐบาลให้กู้ยืมเงินแก่เทศบาลเมืองสองแห่ง เพื่อทำการตัดและขยายถนนกับเพื่อลงทุน หาผลประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่เทศบาล พุทธศักราช 2479 (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชบัญญัติ

อนุญาตให้รัฐบาลให้กู้ยืมเงินแก่เทศบาลเมืองสองแห่ง

เพื่อทำการตัดและขยายถนนกับเพื่อลงทุน

หาผลประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่เทศบาล

พุทธศักราช 2479

                  

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2478)

อาทิตย์ ทิพอาภา

เจ้าพระยายมราช

พล.อ.เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2479

เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน

 

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรที่จะให้เทศบาลเมืองอุทัยธานี

จังหวัดอุทัยธานี และเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้กู้ยืมเงินรัฐบาลไป

ลงทุนทำการตัดและขยายถนน กับลงทุนหาผลประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่เทศบาล เพื่อ

ส่งเสริมความเจริญ รวมทั้งความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรแห่งท้องถิ่น

 

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

 

มาตรา 1  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติอนุญาตให้รัฐบาลให้กู้ยืมเงินแก่เทศบาลเมืองสองแห่งเพื่อทำการตัดและขยายถนนกับเพื่อลงทุนหาผลประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่เทศบาล พุทธศักราช 2479

 

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  เป็นต้นไป

*[รก.2479/-/675/22 พฤศจิกายน 2479]

 

 

มาตรา 3  ให้รัฐบาลมีอำนาจให้เทศบาลเมืองสองแห่งกู้ยืมเงินคงคลัง

เป็นจำนวนไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อเป็นทุนในการตัดและขยายถนนกับเพื่อลงทุนหาผลประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่เทศบาล ตามรายนามและจำนวนเงินดังต่อไปนี้

(1) เทศบาลเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี จำนวนเงินไม่เกิน 300,000 บาท

(2) เทศบาลเมืองบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จำนวนเงินไม่เกิน 200,000 บาท

 

มาตรา 4  การให้เทศบาลเมืองกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์แห่งกิจการที่ได้ระบุไว้ในมาตรา 3 นั้น ให้ปฏิบัติการภายในบังคับแห่งเงื่อนไข ดังจะกล่าวต่อไปนี้

(1) ให้ชำระหนี้เป็นเงินรายปีอันประกอบด้วยดอกเบี้ยและเงินส่งใช้ต้นภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญากู้ยืมระหว่างรัฐบาลกับเทศบาลเมืองที่กู้ยืม จำนวนเงินรายปีและวันที่ถึงกำหนดต้องใช้คราวหนึ่ง ๆ นั้น ให้เป็นไปดังที่ระบุไว้ในบัญชีเงินรายปีต่อท้ายหนังสือสัญญากู้ยืม และให้ถือว่าบัญชีนั้นเป็นส่วนหนึ่งแห่งหนังสือสัญญากู้ยืม

(2) ดอกเบี้ยและระยะเวลาที่ต้องชำระเงินกู้ยืมรายใดให้เสร็จสิ้นไปนั้น ให้กำหนดโดยความตกลงระหว่างรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้แทนในการนี้
กับผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชอบให้เป็นผู้แทนของเทศบาลเมืองที่กู้ยืม  ความตกลงนั้นต้องอยู่ภายในบังคับแห่งเงื่อนไขต่อไปนี้

(ก) ดอกเบี้ยต้องกำหนดในอัตราไม่เกินร้อยละสองกึ่งต่อปี

(ข) เงินกู้ยืมต้องชำระให้เสร็จสิ้นไปภายในระยะเวลาไม่เกินกว่าสี่สิบปี

(ค) ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยเมื่อครบห้าปีแล้ว นับวันที่ลงนามทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นต้นไป โดยคำนวณดอกเบี้ยเฉพาะจากจำนวนเงินที่ได้จ่ายให้จริง ถ้าเทศบาลเมืองที่กู้ยืมไม่ส่งดอกเบี้ยตามสัญญา ให้เอาเงินจำนวนที่ต้องส่งเป็นดอกเบี้ยนั้นทบเข้าเป็นต้นเงินกู้ยืม

(ง) ให้เริ่มชำระต้นเงินกู้ยืมเมื่อครบห้าปี นับจากวันที่ได้ลงนามทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นต้นไป

บัญชีเงินรายปีต่อท้ายหนังสือสัญญากู้ยืมเงินทุกฉบับต้องทำขึ้นตามเกณฑ์

ที่กล่าวแล้ว

ในกรณีที่เป็นเทศบาลเมืองที่กู้ยืมมีความจำเป็นจะเริ่มชำระต้นเงินกู้ยืมและเงินดอกเบี้ยเมื่อครบห้าปี นับจากวันที่ได้ลงนามทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นต้นไปไม่ได้นั้น ให้รัฐบาลมีอำนาจผ่อนผันได้ตามสมควรแก่เหตุการณ์

(3) เทศบาลเมืองที่กู้ยืมมีสิทธิที่จะส่งใช้ต้นเงินที่กู้ยืมนั้นทั้งหมดหรือแต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ในขณะใด ๆ ก่อนกำหนดก็ได้ แต่เงินที่ส่งใช้คราวหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท

(4) รัฐบาลมีสิทธิที่จะให้เทศบาลเมืองที่กู้ยืมใช้อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายตั้งเก็บจังกอบหรือเก็บภาษี หรือกระทำการอย่างอื่นเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน ทั้งมีสิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระ โดยหักเงินจำนวนที่ค้างชำระพร้อมทั้งดอกเบี้ยคำนวณดอกทบต้นทุก ๆ สามเดือนตามอัตราร้อยละเจ็ดต่อปี จากเงินส่วนแบ่งรายได้ของเทศบาลเมือง หรือเงินอุดหนุนซึ่งรัฐบาลจ่ายให้แก่เทศบาลเมืองนั้น

(5) รัฐบาลมีสิทธิที่จะปฏิบัติการตามแต่จะเห็นสมควรในอันจะให้ได้รับความพอใจว่าเงินกู้ยืมนั้นได้จ่ายไปแล้ว และกำลังจ่ายไปในกิจการซึ่งได้ให้กู้ยืมเงินไปทำ และกิจการนั้นได้กระทำโดยประหยัดรายจ่ายและเป็นผลดีตามสมควร ทั้งมีสิทธิที่จะยึดเงินกู้ยืมส่วนที่จะต้องจ่ายต่อไปนั้นไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับความพอใจตามที่กล่าวมานั้น เพื่อประโยชน์แห่งการนี้เทศบาลเมืองที่กู้ยืมจะต้องเสนอโครงการณ์แบบ และแผนผัง ของกิจการที่จะจัดทำขอความเห็นชอบจาก

กระทรวงมหาดไทยก่อนแล้วจึงจะดำเนินการได้ และจะต้องยอมให้ผู้แทนโดยชอบของรัฐบาลตรวจบัญชีหนังสือสัญญาและเอกสารอย่างอื่นซึ่งเกี่ยวแก่กิจการซึ่งได้ดำเนินไปอันควรแก่เรื่องตามเวลาที่สะดวกทุก ๆ เวลาและจะต้องให้ความสะดวกตามสมควรแก่ผู้แทนที่กล่าวนั้นในอันจะตรวจกิจการที่กระทำ

(6) บรรดาเงินอันพึงต้องจ่ายตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่ทำขึ้นตามอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้ เทศบาลเมืองที่กู้ยืมต้องเบิกจากกระทรวงการคลังภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2482

 

มาตรา 5  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

   พ.อ. พหลพลพยุหเสนา

      นายกรัฐมนตรี