พระราชบัญญัติ
ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ
พ.ศ.2499
___________
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2500
เป็นปีที่ 12 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรล้างมลทินให้แก่ผู้ที่ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ
ในกรณีความผิดคดีต่าง ๆ ซึ่งได้พ้นโทษไปแล้ว ผู้ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก
หรือให้ออกจากราชการ และผู้ถูกลงโทษถึงต้องออกจากองค์การรัฐบาล
องค์การสาธารณ เทศบาล หรือสุขาภิบาล และผู้ถูกลงโทษทางวินัยอย่างอื่น
ในโอกาสที่พระพุทธศาสนาได้ยั่งยืนมาครบ 25 ศตวรรษ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้
โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติล้างมลทิน
ในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499”
มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม
พ.ศ.2500 เป็นต้นไป
*[รก.2500/11/278/29 มกราคม 2500]
มาตรา 3 ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ
ในกรณีความผิดคดีต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 และ
ได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือซึ่งได้พ้นโทษไป
โดยผลแห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาส
ครบ 25 พุทธศตวรรษ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำ
ความผิดในคดีนั้น ๆ
มาตรา 4 ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก
หรือให้ออกจากราชการ และผู้ถูกลงโทษเพราะประพฤติชั่วถึงต้องออกจาก
องค์การรัฐบาล องค์การสาธารณ เทศบาล หรือสุขาภิบาล ตลอดจนโทษ
ทางวินัยอย่างอื่นซึ่งกระทำผิดก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 และได้
ถูกลงโทษก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่า
ผู้นั้นมิได้เคยต้องถูกลงโทษทางวินัย
การล้างมลทินตามมาตรานี้ ไม่ก่อให้เกิดส ิทธิเรียกร้องใด ๆ เว้นแต่
ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5* บรรดาผู้ที่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ใด
ถูกเรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืน หรือถูกถอดจากยศหรือบรรดาศักดิ์ เนื่องใน
การกระทำผิดอันได้รับการล้างมลทินนั้น และประสงค์จะได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยศหรือบรรดาศักดิ์คืนตามที่ได้รับอยู่เดิม ก็ให้ผู้นั้นแจ้ง
ความประสงค์เป็นหนังสือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีภายในวันที่ 31 ธันวาคม
พ.ศ.2502 เพื่อดำเนินการขอพระราชทานคืนให้ต่อไป
*[มาตรา 5 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502]
มาตรา 6 บรรดาผู้ที่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัตินี้
ถ้าเป็นบุคคลที่เคยได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญมาแล้ว ก็ให้มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด
หรือบำนาญตามเดิม ถ้าบุคคลดังกล่าวเคยเป็นข้าราชการมาก่อน และยังไม่ได้
รับเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญ ก็ให้ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญ
ในการที่ต้องออกจากราชการเพราะเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ
บำนาญที่ใช้อยู่ในขณะที่ออกจากราชการนั้น
การให้เบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ผูกพัน
รัฐบาลที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือให้สิทธิใด ๆ เท่าเทียมกับข้าราชการที่ออกจาก
ราชการโดยมิได้กระทำผิดหรือถูกลงโทษ ทั้งนี้ให้กระทรวงการคลังพิจารณา
จ่ายภายในวงเงินที่อนุมัติในงบประมาณ
ในการพิจารณาจ่ายเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ถือว่าคำวินิจฉัยของกระทรวงการคลังเป็นเด็ดขาด
มาตรา 7 สิทธิในการรับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตามมาตรา 6 ให้เกิด
ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้เบิกจ่ายย้อนนับแต่วันที่กล่าวแล้วนี้ได้
แต่ต้องยื่นคำร้องขอรับเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่
วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 8 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
-----------------------------------
มายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ในโอกาสที่
พระพุทธศาสนาได้ยั่งยืนมาครบ 25 ศตวรรษ ทางราชการจะได้บำเพ็ญกุศล
เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสนี้ การให้อภัยทานถือว่าเป็นกุศลอย่างหนึ่ง ทางรัฐบาล
จึงจะได้ดำเนินการให้มีการให้อภัยโทษแก่นักโทษทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร และ
นิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิดฐานกบฏ จลาจล และผู้กระทำความผิด
เนื่องในการป้องกันระงับหรือปราบปรามกบฏหรือจลาจลด้วย นอกจากผู้ที่จะ
ได้รับอภัยโทษและนิรโทษกรรมแล้ว ยังมีบุคคลอีกบางประเภท คือผู้ต้องโทษ
ตามคำพิพากษาในกรณีความผิดคดีต่าง ๆ ซึ่งได้พ้นโทษไปแล้ว ผู้ถูกลงโทษ
ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ และผู้ถูกลงโทษถึงต้องออกจาก
องค์การรัฐบาล องค์การสาธารณเทศบาล หรือสุขาภิบาล บุคคลเหล่านี้ได้มี
กฎหมายบางฉบับตัดสิทธิหรือจำกัดสิทธิบางประการไว้ ไม่มีสิทธิสมบูรณ์เหมือน
ประชาชนพลเมืองทั้งหลาย สมควรที่จะได้ล้างมลทินให้แก่บุคคลเหล่านี้ โดย
ถือว่าไม่เคยต้องคำพิพากษา คำสั่งให้ลงโทษและให้ได้รับสิทธิบางประการ
ที่สูญเสียไปเป็นการให้อภัยทาน เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีสิทธิดำเนินชีวิตได้เช่น
เดียว กับบุคคลที่ไม่เคยต้องรับโทษ เสมือนเป็นการชุบชีวิตให้เกิดขึ้นใหม่
ในการนี้จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ
ขึ้นใช้บังคับต่อไป
------------------------
พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2502 :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก
พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 มิได้
กำหนดเวลาสิ้นสุดการยื่นความประสงค์ขอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยศหรือ
บรรดาศักดิ์คืนสำหรับผู้ได้รับการล้างมลทินไว้ ทำให้เป็นการยุ่งยากแก่การ
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการขอพระราชทานคืนให้ จึงสมควรกำหนดเวลา
สิ้นสุดการขอคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยศหรือบรรดาศักดิ์เสียภายในวันที่ 31
ธันวาคม พ.ศ.2502
[รก.2502/114/637/15 ธันวาคม 2502]
-------------------[ ตรวจแล้ว ]---------------------
[21 ธันวาคม 2541]