พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖
เป็นปีที่ ๔๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเงื่อนไขการคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๖”
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๖
มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้
“ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา” หมายความว่า ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมทำ ณ กรุงเบอร์น และการแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาดังกล่าว รวมทั้งประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยความคุ้มครองลิขสิทธิ์อื่นใดซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยตามบัญชีรายชื่อประเทศแนบท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
“โฆษณาพร้อมกัน” หมายความรวมถึง การโฆษณางานอันมีลิขสิทธิ์ในประเทศที่มิใช่ภาคีแห่งอนุสัญญาเป็นครั้งแรก และต่อมาได้โฆษณางานนั้นในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาภายในสามสิบวันนับแต่ได้โฆษณาเป็นครั้งแรก
“ประเทศที่เกิดแห่งงาน” หมายความว่า
(๑) ประเทศที่ผู้สร้างสรรค์มีสัญชาติ หรือเป็นคนในบังคับ หรือมีถิ่นที่อยู่ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น ถ้างานนั้นเป็นงานที่ยังไม่ได้โฆษณา
(๒) ประเทศที่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ถ้างานนั้นเป็นงานที่ได้โฆษณาแล้ว
(๓) ประเทศที่กฎหมายบัญญัติอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไว้สั้นที่สุด ถ้างานนั้นเป็นงานที่ได้โฆษณาพร้อมกันในหลายประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา หรือ
(๔) ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ถ้างานนั้นเป็นงานที่ได้โฆษณาพร้อมกันในประเทศที่มิได้เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาและในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา
ในกรณีที่เกี่ยวกับงานภาพยนตร์ให้ถือว่าประเทศที่ผู้สร้างได้ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่หรือมีถิ่นที่อยู่เป็นประเทศที่เกิดแห่งงานดังกล่าว
มาตรา ๕ งานอันมีลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่งานนั้นยังไม่ได้โฆษณา ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติ หรือเป็นคนในบังคับของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น
(๒) ในกรณีที่ได้โฆษณางานแล้ว การโฆษณาต้องกระทำเป็นครั้งแรกในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา หรือได้โฆษณาพร้อมกันในประเทศที่มิใช่ภาคีแห่งอนุสัญญาและในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา
มาตรา ๖ การให้ความคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๕ ให้มีอายุแห่งการคุ้มครองตามที่กฎหมายของประเทศที่เกิดแห่งงานนั้นกำหนดไว้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินกว่าอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑[๒]. บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และสอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมทำ ณ กรุงเบอร์น ที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗[๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๖ได้ระบุชื่อประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม ทำ ณ กรุงเบอร์นไว้จำนวน ๙๕ ประเทศ แต่ปัจจุบันได้มีประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว นับถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๗ เพิ่มขึ้นอีก ๑๐ ประเทศสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเพื่อระบุชื่อประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าวตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาฯเพิ่มขึ้นให้ถูกต้อง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
นฤดล/ผู้จัดทำ
๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๑๔๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๗ กันยายน ๒๕๓๖
[๒] ข้อ ๙๖ ถึง ๑๐๕ ของบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๖ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗
[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๕๐/หน้า ๕๑/๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๗