ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการ
ลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ (๗) และมาตรา ๓๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จึงออกข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๒”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
“สถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น
“สถานศึกษาเอกชน” หมายความว่า โรงเรียนเอกชนซึ่งอยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น
“สถานศึกษาอาชีวศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และโรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนในระดับอาชีวศึกษา
“สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า มหาวิทยาลัย วิทยาลัย สถาบันหรือหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และให้หมายความรวมถึงวิทยาเขตหรือศูนย์ของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจัดการเรียนการสอนและตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้นด้วย
“ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ” หมายความว่า ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ซึ่งอยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น
“ค่ายลูกเสือ” หมายความว่า ค่ายลูกเสือที่ได้รับอนุญาตในการจัดตั้งจากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด
“สมาคมหรือสโมสรลูกเสือ” หมายความว่า สมาคมหรือสโมสรลูกเสือที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับกิจการลูกเสือ
ข้อ ๔ คุณสมบัติกรรมการประเภทผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ผู้แทนค่ายลูกเสือ และผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ ต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ และผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ ขั้นความรู้เบื้องต้น
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ข้อ ๕ นอกจากคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ แล้ว
(๑) กรรมการประเภทผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๒) กรรมการประเภทผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ต้องเป็นครูหรือผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๓) กรรมการประเภทผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ต้องเป็นครูหรือผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๔) กรรมการประเภทผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ต้องเป็นครูหรือผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๕) กรรมการประเภทผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือปฏิบัติหน้าที่ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๖) กรรมการประเภทผู้แทนศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ต้องเป็นครูหรือผู้บริหารศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๗) กรรมการประเภทผู้แทนค่ายลูกเสือ ต้องเป็นผู้อำนวยการค่ายลูกเสือหรือหัวหน้าค่ายลูกเสือหรือผู้ที่ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดมอบหมายในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
(๘) กรรมการประเภทผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ ต้องเป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกของสมาคมหรือสโมสรลูกเสือในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
ข้อ ๖ ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการสรรหาและเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) ในการสรรหาและเลือกกรรมการประเภทผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ผู้แทนค่ายลูกเสือ และผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือให้หน่วยงานและองค์กรแต่ละประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ จากนั้นให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือประเภทละหนึ่งคน
(๒) ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ เสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการประเภทผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ผู้แทนค่ายลูกเสือ และผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในฐานะประธานกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา และประกาศรายชื่อกรรมการประเภทผู้แทนดังกล่าวต่อไป
ข้อ ๗ กรรมการประเภทผู้แทนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการประเภทผู้แทนอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ข้อ ๘ ในกรณีที่กรรมการประเภทผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ผู้แทนค่ายลูกเสือ และผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการสรรหาและเลือกภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งและให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้
ข้อ ๙ ในกรณีที่ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา มิได้กำหนดรายละเอียดของการสรรหาและการคัดเลือกกรรมการประเภทผู้แทนดังกล่าวไว้ ให้คณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหาและคัดเลือกกรรมการประเภทผู้แทนเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๐ ให้เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑ เมษายน ๒๕๕๒