หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด พ.ศ. 2552

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด พ.ศ. 2552 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด

พ.ศ. ๒๕๕๒

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ (๗) และมาตรา ๒๙ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จึงออกข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๒

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ในข้อบังคับนี้

สถาบันอุดมศึกษา หมายความว่า มหาวิทยาลัย วิทยาลัย สถาบันหรือหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และให้หมายความรวมถึงวิทยาเขตหรือศูนย์ของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจัดการเรียนการสอนและตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นด้วย

สถานศึกษาอาชีวศึกษา หมายความว่า สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และโรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนในระดับอาชีวศึกษา

ค่ายลูกเสือจังหวัด หมายความว่า ค่ายลูกเสือที่ได้รับอนุญาตในการจัดตั้งจากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด

สมาคมหรือสโมสรลูกเสือ หมายความว่า สมาคมหรือสโมสรลูกเสือที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับกิจการลูกเสือ

ลูกเสือชาวบ้าน หมายความว่า ชาวบ้านที่ได้รับการฝึกอบรมตามวิธีการของลูกเสือกับปฏิญาณตนว่าจะปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ

 

ข้อ ๔  คุณสมบัติกรรมการประเภทผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ และผู้แทนลูกเสือชาวบ้าน ต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ และผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ ขั้นความรู้เบื้องต้น (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

 

ข้อ ๕  นอกจากคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ แล้ว

(๑) กรรมการประเภทผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือปฏิบัติหน้าที่ในสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดนั้น

(๒) กรรมการประเภทผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ต้องเป็นครู เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของสถานศึกษาในจังหวัดนั้น

(๓) กรรมการประเภทผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ต้องเป็นผู้อำนวยการค่ายลูกเสือหรือหัวหน้าค่ายลูกเสือจังหวัดในจังหวัดนั้น หรือผู้ที่ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดมอบหมาย

(๔) กรรมการประเภทผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ ต้องเป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกของสมาคมหรือสโมสรลูกเสือในจังหวัดนั้น

(๕) กรรมการประเภทผู้แทนจากลูกเสือชาวบ้านต้องเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมตามวิธีการของลูกเสือกับปฏิญาณตนว่าจะปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นโดยผ่านการเสนอชื่อจากชมรมลูกเสือชาวบ้านจังหวัด และชมรมวิทยากรลูกเสือชาวบ้านจังหวัด

 

ข้อ ๖  ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ ดำเนินการสรรหา และเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) ในการสรรหาและเลือกกรรมการประเภทผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสถานศึกษา อาชีวศึกษา ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ และผู้แทนลูกเสือชาวบ้านให้หน่วยงานและองค์กรแต่ละประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ จากนั้นให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือประเภทละหนึ่งคน

(๒) ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ เสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการประเภทผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ และผู้แทนลูกเสือชาวบ้าน ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการลูกเสือจังหวัด และประกาศรายชื่อกรรมการประเภทผู้แทนดังกล่าวต่อไป

 

ข้อ ๗  กรรมการประเภทผู้แทนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการประเภทผู้แทนอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

 

ข้อ ๘  ในกรณีที่กรรมการประเภทผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ และผู้แทนลูกเสือชาวบ้าน พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการสรรหาและเลือกภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งและให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้

 

ข้อ ๙  ในกรณีที่ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด มิได้กำหนดรายละเอียดของการสรรหาและการคัดเลือกกรรมการประเภทผู้แทนดังกล่าวไว้ ให้คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหาและคัดเลือกกรรมการประเภทผู้แทนเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้

 

ข้อ ๑๐  ให้เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑ เมษายน ๒๕๕๒

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๔๔ ง/หน้า ๑๓๖/๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒