คำสั่งกรมบังคับคดี
ที่ ๓๔๓/๒๕๔๗
เรื่อง การดำเนินการกับทรัพย์สินของเจ้าหนี้มีประกัน
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้อันเป็นหลักประกันของเจ้าหนี้มีประกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและเป็นผลดีแก่คู่ความในคดียิ่งขึ้นจึงมีคำสั่งให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑. ให้ยกเลิกคำสั่งกรมบังคับคดี ที่ ๕/๒๕๔๕ เรื่อง การดำเนินการกับทรัพย์สินของเจ้าหนี้มีประกันลงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๕ และคำสั่งกรมบังคับคดี ที่ ๙๙/๒๕๔๖ เรื่อง การดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กรณีถูกฟ้องบังคับจำนอง ลงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖
๒. ในวันนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ เมื่อปรากฏว่าเจ้าหนี้รายใดยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๙๖ (๓) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ และไม่มีการยึดทรัพย์ไว้ในคดีแพ่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าหนี้ให้ดำเนินการดังนี้
๒.๑ กรณีสำนวนคำขอรับชำระหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถทำความเห็นเสนอศาลได้โดยไม่ต้องทำการสอบสวน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าหนี้ให้นำส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์หลักประกัน เช่น ต้นฉบับเอกสารสิทธิ ต้นฉบับสัญญาจำนอง สัญญาจำนำแผนที่การไปภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินที่ดิน ภูมิลำเนาลูกหนี้และผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม (ถ้ามี) ค่าใช้จ่ายส่วนกลางนิติบุคคลอาคารชุด และเอกสารอื่นๆ แล้วแต่กรณีต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันตรวจคำขอรับชำระหนี้พร้อมให้ทำการยึดทรัพย์หลักประกันในวันเดียวกันนั้นมิฉะนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำความเห็นเสนอศาลโดยพิจารณาถึงสถานะของเจ้าหนี้มีประกันนั้นๆ
กรณีสำนวนคำขอรับชำระหนี้ที่ต้องทำการสอบสวนในหมายนัดสอบสวนพยานเจ้าหนี้นัดแรกให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้เจ้าหนี้ดำเนินการดังกล่าวข้างต้นในวันที่กำหนดนัดสอบสวนพยานเจ้าหนี้
๒.๒ เมื่อครบกำหนดวันนัดตามข้อ ๒.๑ หากเจ้าหนี้ไม่มาพบเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง หรือร้องขอเลื่อนการส่งเอกสารหรือเลื่อนการสอบสวน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาทำความเห็นเสนอศาลว่าสมควรให้ได้รับชำระหนี้อย่างเจ้าหนี้มีประกันหรือไม่
๒.๓ ในกรณีที่เจ้าหนี้ร้องขอเลื่อนการส่งเอกสารหรือการดำเนินการตามข้อ ๒.๑ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนว่าจำเป็นหรือไม่ แต่ทั้งนี้มิให้เลื่อนเกินกว่า ๒๐ วันนับแต่วันขอเลื่อนและกำชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่ากรณีใดๆ และจะถือว่าเจ้าหนี้ไม่ติดใจนำส่งเอกสารประกอบคำขอรับชำระหนี้ และในส่วนของหลักประกันให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาทำความเห็นเสนอศาลว่าสมควรให้ได้รับชำระหนี้อย่างเจ้าหนี้มีประกันหรือไม่
๓. ในกรณีเจ้าหนี้มีประกันยังไม่เคยฟ้องบังคับจำนองหรือขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ ในคดีแพ่ง และเจ้าหนี้มีประกันได้ยื่นคำร้องตามมาตรา ๙๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รอการสั่งคำร้องไว้และแจ้งให้เจ้าหนี้นำส่งบันทึกถ้อยคำ เอกสารหลักฐานประกอบหนี้พร้อมเอกสารประกอบการยึดทรัพย์ อันประกอบด้วย ต้นฉบับเอกสารสิทธิ ต้นฉบับสัญญาจำนองสัญญาจำนำ แผนที่การไป ภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินที่ดิน ภูมิลำเนาลูกหนี้ ภูมิลำเนาผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางนิติบุคคลอาคารชุด แล้วแต่กรณี ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันยื่นคำร้อง เมื่อเจ้าหนี้นำส่งเอกสารครบถ้วนแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งรับคำร้องแล้วให้ดำเนินการสอบสวนและมีคำสั่งต่อไปโดยให้ดำเนินการยึดทรัพย์หลักประกันภายในวันนั้น หากไม่ส่งเอกสารดังกล่าวข้างต้นหรือส่งไม่ครบถ้วนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่รับคำร้อง
๔. ในกรณีเจ้าหนี้มีประกันได้ฟ้องบังคับจำนองหรือขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ ในคดีแพ่ง และศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เจ้าหนี้มีประกันได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิแล้วไม่ว่าเจ้าหนี้มีประกันนั้นจะได้ยื่นคำร้องตามมาตรา ๙๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือไม่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าการทำนิติกรรมของลูกหนี้ไม่อยู่ในข่ายเพิกถอนตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามขั้นตอน และจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันให้แก่เจ้าหนี้มีประกันตามสิทธิ แต่ไม่เกินวงเงินบุริมสิทธิหากมีเหลือให้ส่งเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายต่อไป
๕. เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งติดจำนองบุคคลภายนอกคดีซึ่งไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือยื่นคำร้องตามมาตรา ๙๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ไว้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งการยึดทรัพย์สินดังกล่าวให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนองทราบโดยระบุในหนังสือแจ้งการยึดว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวโดยวิธีปลอดการจำนอง หากเจ้าหนี้ผู้รับจำนองประสงค์จะขอรับชำระหนี้จำนองจากเงินค่าขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวให้ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการยึดแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยปลอดการจำนองต่อไป และเมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินได้แล้ว ในการทำบัญชีรับ - จ่ายหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำสั่งคำร้องของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองแล้ว ให้ดำเนินการไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากเจ้าหนี้ผู้รับจำนองมิได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้ทำบัญชีกันเงินในส่วนของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองไว้แล้วแจ้งเจ้าหนี้ผู้รับจำนองทราบหากคดีไม่มีกิจการทรัพย์สินใดต้องดำเนินการต่อไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการปิดคดีต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]
สั่ง ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
ไกรสร บารมีอวยชัย
อธิบดีกรมบังคับคดี
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐