หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 320/2547 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 320/2547 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย (กลับไปยังฉบับหลัก)

คำสั่งกรมบังคับคดี

ที่ ๓๒๐/๒๕๔๗

เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย

                       

 

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม เป็นผลดีแก่คู่ความและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

๑.  ให้ยกเลิกคำสั่งกรมบังคับคดี ที่ ๑๕๖/๒๕๒๑ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๑ และคำสั่งกรมบังคับคดี ที่ ๑๔๑/๒๕๒๖ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๒๖

 

๒.  เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้แต่ยังมิได้พิพากษาให้ล้มละลาย หากมีการยึดสังหาริมทรัพย์ไว้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาดูว่าทรัพย์ที่ยึดไว้ดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้ก็จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์นั้นหรือไม่หากเข้าตามมาตรา ๑๙ วรรค ๓ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้รีบขายโดยเร็ว

 

๓.  ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในเรื่องที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าเป็นกรณีที่มีปัญหายุ่งยากสลับซับซ้อนหรือมีผลกระทบต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นอย่างมากควรแก่การนำเข้าที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สรุปสำนวนเสนอขออนุญาตต่อผู้อำนวยการกอง เมื่อผู้อำนวยการกองมีคำสั่งแล้วหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่สมควรเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อพิจารณา ให้เสนอเรื่องดังกล่าวต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายต่อไป

ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้ เช่น การขายทรัพย์สินของลูกหนี้โดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดเป็นต้น หรือพิจารณาเกี่ยวกับการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ผู้อำนวยการกองอนุญาตให้นำเรื่องเสนอที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาตามวรรคแรก ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานสรุปสำนวนในเรื่องที่จะประชุมเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นก่อนวันประชุมและหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่สมควรเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อพิจารณาให้รายงานสรุปสำนวนเสนออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า ๓ วันและให้รายงานผลการประชุมเจ้าหนี้ในวันที่มีการประชุมนั้นหรืออย่างช้าไม่เกินวันถัดไปเพื่อให้อธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายพิจารณา

สำหรับในส่วนภูมิภาค ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคเป็นผู้พิจารณาแทนอธิบดีกรมบังคับคดี หากเป็นคดีที่มีความสำคัญหรือยุ่งยากสลับซับซ้อน หรือมีผลกระทบต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นอย่างมาก หรือเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรแก่การพิจารณาให้รายงานอธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายทราบเป็นการด่วน

 

๔.  กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเห็นว่าการนำทรัพย์สินของลูกหนี้ออกให้เช่าจะทำให้กองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้รับประโยชน์ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำปัญหาเรื่องสมควรให้เช่าทรัพย์หรือไม่เข้าที่ประชุม เจ้าหนี้พิจารณา หากที่ประชุมเจ้าหนี้เห็นชอบให้นำทรัพย์ออกให้เช่า ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณา ถึงตัวผู้เช่าโดยละเอียด เช่น ฐานะความมั่นคง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นต้นและควรจัดให้มีหลักประกันในกรณีทรัพย์ที่ให้เช่าสูญหายหรือบุบสลายด้วย

เงื่อนไขแห่งสัญญาเช่าซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้เห็นชอบด้วยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์บันทึกไว้ในรายงานส่วนสัญญาเช่าให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร่างขึ้นต่างหากและเสนอเรื่องราวรายละเอียดพร้อมสัญญาเช่าต่อผู้อำนวยการกองหรือผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสาขาตรวจสอบก่อนเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายพิจารณาก่อนที่จะให้ผู้เช่าและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงนามในสัญญาเช่า

 

๕. กรณีลูกหนี้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนหรือดำเนินธุรกิจของตนต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔ และ ๑๒๐ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

๕.๑ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำสั่งโดยแจ้งชัดให้ลูกหนี้ หรือกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจทำบัญชีกิจการทรัพย์สินยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในวันที่ ๑๐ ของทุกเดือนนับแต่ได้ดำเนินกิจการของลูกหนี้ดังกล่าวคือ

๕.๑.๑ บัญชีแสดงการรับและจ่ายเงิน

๕.๑.๒ บัญชีรายละเอียดทรัพย์สิน

๕.๑.๓ บัญชีสินค้างสต๊อกคงเหลือ

๕.๑.๔ บัญชีงบขาดทุน-กำไร

๕.๑.๕ บัญชีอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร

สำหรับส่วนกลาง ให้เจ้าหน้าที่กองคำนวณและเฉลี่ยทรัพย์ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีข้างต้นรายงานเสนออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายส่วนภูมิภาคให้ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสาขาสั่งเจ้าหน้าที่หรือจัดบุคคลอื่นใดที่มีความรู้ความชำนาญดำเนินการตรวจสอบแล้วรายงานอธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมาย

 

๖.  เมื่อลูกหนี้ถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ผู้ล้มละลายโดยเร็วที่สุด นอกจากมีกรณีตามมาตรา ๑๕๘ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓

 

๗.  เมื่อปรากฏต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่ามีกรณีที่มีการกระทำความผิดอาญาตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนและทำคำสั่งว่าสมควรดำเนินคดีอาญาต่อผู้ถูกกล่าวหา หรือไม่เสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาต่อไป

 

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]

 

 

สั่ง ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ไกรสร บารมีอวยชัย

อธิบดีกรมบังคับคดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๓๘ ง/หน้า ๓๐/๒๖ กันยายน ๒๕๕๐