หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา สำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ พ.ศ. 2550

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา สำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ พ.ศ. 2550 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา

สำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๓๒ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

บุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ หมายความว่า บุคคลที่แสดงออกซึ่งความสามารถอันโดดเด่นอย่างเป็นที่ประจักษ์ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลอื่นที่มีอายุ สภาพแวดล้อม หรือประสบการณ์เดียวกัน

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย ซึ่งสนับสนุนหรือให้เงินอุดหนุนเพื่อการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ

องค์กรวิชาชีพ หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย

องค์กรเอกชน หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษโดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี

กรรมการ หมายความว่า กรรมการส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ

 

ข้อ ๒  ให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษมีจำนวนยี่สิบเอ็ดคน ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ

(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนเก้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา อธิการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)

(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนเจ็ดคน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงในด้านการศึกษา ด้านการบริหารการศึกษา ด้านการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ด้านภาษาศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านศาสนาและวัฒนธรรม ด้านสาธารณสุข ด้านกีฬา ด้านศิลปะ ด้านการอาชีวะและเทคโนโลยี ด้านดนตรี ด้านกฎหมายหรือด้านสุขภาพจิต ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน

(๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้แทนองค์กรเอกชน แห่งละหนึ่งคน

(๕) ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ

 

ข้อ ๓  กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ

(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

 

ข้อ ๔  ในการเสนอชื่อกรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการแต่ละประเภทเป็นจำนวนสองเท่าตามที่กำหนดในข้อ ๒ (๓) และ (๔) เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการตามจำนวนที่กำหนด

 

ข้อ ๕  กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

 

ข้อ ๖  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ หรือขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการในประเภทนั้น

(๔) คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามมีมติให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

 

ข้อ ๗  ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๒ (๓) หรือ (๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้

ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

วิจิตร ศรีสอ้าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๒ วรรคสองและวรรคสามแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวน หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๗ ก/หน้า ๕๘/๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐