กฎกระทรวง
กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๔๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๓๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“การศึกษาพิเศษ” หมายความว่า การศึกษาที่จัดให้แก่คนพิการและผู้ด้อยโอกาส
“คนพิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ
“ผู้ด้อยโอกาส” หมายความว่า บุคคลที่ไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแล
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ
“องค์กรเอกชน” หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของคนพิการหรือผู้ด้อยโอกาส
ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการมีจำนวนยี่สิบเอ็ดคน ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนเจ็ดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
(๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนเจ็ดคน ซึ่งแต่งตั้งจากองค์กรเอกชนด้านคนพิการต่างประเภทกันจำนวนห้าคน และจากองค์กรเอกชนด้านผู้ด้อยโอกาสจำนวนสองคน
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนห้าคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านการบริหารการศึกษา ด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ ด้านการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ด้านกฎหมาย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านสื่อเทคโนโลยีสำหรับคนพิการ และด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน
(๕) ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๓ กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
(๓) เป็นผู้สนใจในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการหรือการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ ๔ ให้องค์กรเอกชนแต่ละแห่งเสนอชื่อผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตามข้อ ๒ (๓) แห่งละหนึ่งคน ต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำรายชื่อนั้นพิจารณาดำเนินการคัดเลือกรายชื่อผู้ที่สมควรเป็นกรรมการซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวเป็นจำนวนสองเท่าของกรรมการตามข้อ ๒ (๓) เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้มีจำนวนตามข้อ ๒ (๓) แล้วแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ข้อ ๕ ให้กรรมการตามข้อ ๒ (๓) แต่ละคนเสนอชื่อผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตามข้อ ๒ (๔) ด้านใดด้านหนึ่ง ด้านละหนึ่งคนต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำรายชื่อนั้นพิจารณาดำเนินการคัดเลือกรายชื่อผู้ที่สมควรเป็นกรรมการซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวเป็นจำนวนสองเท่าของกรรมการตามข้อ ๒ (๔) เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้มีจำนวนตามข้อ ๒ (๔) แล้วแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ข้อ ๖ รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด
ข้อ ๗ กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓
(๔) คณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามมีมติให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
ข้อ ๙ ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๒ (๓) หรือ (๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๑๐ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาพิเศษในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พงษ์พิลัย/ตรวจ
๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๘
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒