กฎกระทรวง
กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการติดตาม
ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๒๐ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา
“ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ” หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐในสังกัดแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา
“ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน” หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการมีจำนวนเก้าคน ประกอบด้วย
(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ จำนวนหนึ่งคน
(๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน จำนวนหนึ่งคน
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนห้าคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านการศึกษาปฐมวัย ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการวิจัยและประเมินผลด้านการบริหารการศึกษา ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน
(๕) หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ
ในกรณีเขตพื้นที่การศึกษาใดไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ข้อ ๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
(๓) เป็นที่ยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่หรือผู้มีตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
ข้อ ๔ การเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๒) และการสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) มีหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) การเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๒) ให้ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐเลือกกันเองให้เหลือจำนวนหนึ่งคน
(๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๓) ให้ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนเลือกกันเองให้เหลือจำนวนหนึ่งคน ในกรณีที่เขตพื้นที่การศึกษามีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนเพียงสองแห่ง ให้ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐเลือกผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนผู้ใดผู้หนึ่งเป็นกรรมการ สำหรับในเขตพื้นที่การศึกษาใดมีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนเพียงแห่งเดียว ให้ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชนนั้นเป็นกรรมการ
(๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๒ (๔) ให้ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) และ (๕) เสนอชื่อผู้ที่สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ จำนวนสองเท่าของกรรมการที่กำหนดตามข้อ ๒ (๔) และให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๒ (๔)
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งผู้ได้รับการเลือกตาม (๑) (๒) และ (๓) เป็นกรรมการ
ข้อ ๕ รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินการตามข้อ ๔ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด
ข้อ ๖ กรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓
(๔) คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเท่าที่มีอยู่มีมติให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
ข้อ ๘ ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) หรือ (๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการเลือก สรรหาและเลือก และแต่งตั้งกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการเลือก สรรหาและเลือก และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการเลือก สรรหาและเลือก และแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) และ (๔) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๐ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒