ประกาศคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
เรื่อง การเทียบการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕
เท่ากับการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๙) และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม จึงออกประกาศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการนำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของสำนักงานศาลยุติธรรมไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม เรื่อง การเทียบการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ เท่ากับการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ข้อ ๓ การเทียบการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ เท่ากับการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ และบรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติ ก.ศ. ใด ที่อ้างถึงการกำหนดตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ถือว่าเป็นการกำหนดตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังนี้
(๑) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ หรือระดับ ๔ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน
(๒) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๕ หรือระดับ ๖ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน
(๓) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๗ หรือระดับ ๘ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส
(๔) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ขึ้นไป เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ
(๕) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๓ ระดับ ๔ หรือระดับ ๕ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ หรือระดับ ๔ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ
(๖) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๖ หรือระดับ ๗ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ หรือระดับ ๔ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ
(๗) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๘ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ หรือระดับ ๔ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ
(๘) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ หรือระดับ ๔ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ
(๙) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑๐ หรือระดับ ๑๑ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ หรือระดับ ๔ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ
(๑๐) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๘ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูงและประเภทบริหารระดับกลาง พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับกลาง เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น
(๑๑) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ตามมาตรา ๓ (๗) (๘) และ (๙) แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูงและประเภทบริหารระดับกลาง พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง
(๑๒) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น
(๑๓) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑๐ หรือระดับ ๑๑ ที่ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
(ก) เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
(ข) รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
เทียบได้ไม่ต่ำกว่าการดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง
กรณีใดที่ไม่อาจเทียบการดำรงตำแหน่งในแต่ละประเภทและระดับได้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น ให้เสนอ ก.ศ. พิจารณากำหนดเป็นกรณีไป
ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมรักษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒
พิชิต คำแฝง
รองประธานศาลฎีกา
ประธานกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒