ข้อบังคับ
การประชุม ก.ต. พ.ศ. ๒๕๔๓
-----------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๕ วรรคแปด แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ก.ต. ออกข้อบังคับการประชุมของ ก.ต.
ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับการประชุม ก.ต. พ.ศ. ๒๕๔๓"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับ ก.ต. ว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติ
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๔ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามข้อบังคับนี้
หมวด ๑
ประธานในที่ประชุม อำนาจและหน้าที่ของประธาน ก.ต.
และหน้าที่ของเลขานุการ ก.ต.
-----------
ข้อ ๕ ให้ประธาน ก.ต. เป็นประธานในที่ประชุม ก.ต.
ในกรณีที่ประธาน ก.ต. ไม่อาจมาประชุมได้ ไม่อยู่ในที่ประชุม หรือเมื่อตำแหน่ง
ประธานศาลฎีกาว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติ
ธรรมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ ๖ ให้ผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาตามที่กำหนดไว้ในพระธรรมนูญศาล
ยุติธรรมทำหน้าที่กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในระหว่างที่ตำแหน่งประธานศาลฎีกาว่างลงหรือ
ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และมีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๘ (๑) (๒) และตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
แต่จะทำหน้าที่เป็นประธาน ก.ต. ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับเลือกจากที่ประชุม ก.ต. ตามข้อ ๕ วรรคสอง
ข้อ ๗ ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นประธานในที่ประชุมตามข้อ ๕ วรรคสอง มีอำนาจ
และหน้าที่ตามข้อ ๘ (๓) (๔) (๕) และ (๖)
ข้อ ๘ ประธาน ก.ต. มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) เรียกประชุม ก.ต.หรือสั่งให้เลขานุการ ก.ต. เรียกหรือนัดประชุม ก.ต.
(๒) สั่งจัดระเบียบวาระการประชุม ก.ต.
(๓) ควบคุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปโดยเรียบร้อย
(๔) รักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุม ก.ต. ตลอดถึงบริเวณที่ประชุม ก.ต.
(๕) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการตามมติของที่ประชุม
(๖) อำนาจและหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อ
บังคับนี้
ข้อ ๙ ให้เลขานุการ ก.ต. เป็นเลขานุการในที่ประชุม ก.ต. โดยมีหน้าที่ดังนี้
(๑) ดำเนินการเรียกหรือนัดประชุม ก.ต.
(๒) จัดเตรียมและจัดเก็บรักษาสรรพเอกสารที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ
ก.ต. ในที่ประชุม
(๓) เสนอให้มีการเลือกประธานในที่ประชุมตามข้อ ๕ วรรคสอง
(๔) ช่วยประธานในที่ประชุมในการนับคะแนนเสียง
(๕) รับผิดชอบและควบคุมการทำรายงานการประชุม
(๖) เสนอเรื่องให้คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาลที่ ก.ต.
แต่งตั้งเพื่อปฏิบัติการและดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติ
ธรรม
(๗) แจ้งหรือยืนยันมติของที่ประชุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
(๘) ปฏิบัติการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตามที่ประธานในที่
ประชุม ก.ต. มอบหมาย
หมวด ๒
การประชุม ก.ต.
------------
ข้อ ๑๐ ในการประชุม ก.ต. ผู้ที่จะอยู่ในที่ประชุมได้ก็เฉพาะแต่ ก.ต. เลขานุการ
ก.ต. และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากที่ประชุม
ข้อ ๑๑ การประชุม ก.ต. ย่อมเป็นไปตามกำหนดที่ประธาน ก.ต. เรียกประชุม
ไว้แต่ประธาน ก.ต. จะสั่งงดการประชุมตามที่เรียกหรือนัดไว้แล้วก็ได้เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องที่สมควร
จะบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม
ในกรณีที่ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาเห็นสมควรเรียก
ประชุมเป็นพิเศษก็ให้เรียกประชุมได้
กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนอาจเข้าชื่อกันเรียก
ประชุมได้ โดยแจ้งให้เลขานุการ ก.ต. ออกหนังสือนัดประชุม แต่ถ้าพ้นกำหนดนัดประชุมไปสามสิบ
นาทีแล้วยังไม่ครบองค์ประชุม ให้งดการประชุมนั้น
กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนอาจขอให้บรรจุเรื่องใด
เข้าในระเบียบวาระการประชุมครั้งใดก็ได้
เมื่อมีการขอให้บรรจุเรื่องใดเข้าในระเบียบวาระการประชุมตามวรรคก่อน ให้
ประธาน ก.ต. บรรจุเรื่องนั้นเข้าในระเบียบวาระการประชุม
ข้อ ๑๒ การนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือและให้นัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวัน
แต่ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาจะนัดเร็วกว่านั้นหรือนัดประชุมโดยวิธีอื่นใดก็
ได้ เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องด่วน เรื่องจำเป็น หรือมีเหตุสมควรประการอื่น
ข้อ ๑๓ ให้เลขานุการ ก.ต. ส่งระเบียบวาระการประชุมกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม แต่ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาจะให้ส่งเพิ่มเติม
อีกในเวลาใดก็ได้ตามที่เห็นว่าจำเป็นหรือสมควร
ข้อ ๑๔ การจัดระเบียบวาระการประชุมให้จัดลำดับ ดังนี้
(๑) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
(๒) รับรองรายงานการประชุม
(๓) เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
(๔) เรื่องที่ค้างพิจารณา
(๕) เรื่องที่เสนอใหม่
(๖) เรื่องอื่นๆ
ในกรณีที่ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาเห็นสมควรจะจัด
ลำดับระเบียบวาระการประชุมเป็นอย่างอื่นก็ได้
ข้อ ๑๕ ให้ผู้มาประชุมลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มาประชุมที่จัดเตรียมไว้
ก่อนเข้าประชุมทุกครั้ง
กรรมการผู้ใดไม่อาจมาประชุมตามที่กำหนด ให้ยื่นใบลาต่อประธาน ก.ต. ก่อน
เริ่มการประชุมและเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ไม่ให้ถือว่ากรรมการผู้นั้นขาดการประชุมสำหรับการ
ประชุมครั้งนั้น
ข้อ ๑๖ การประชุมของ ก.ต. ต้องมีกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมมาประชุมไม่
น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา ห้ามมิให้ผู้นั้นร่วมประชุมและลง
มติในเรื่องนั้น แต่หากผู้นั้นได้เข้าประชุมอยู่ก่อนแล้ว และการไม่มีสิทธิร่วมประชุมและลงมตินั้นเป็น
การชั่วคราวก็ให้นับผู้นั้นเป็นองค์ประชุมในเรื่องนั้นด้วย
เมื่อพ้นกำหนดเริ่มประชุมไปสามสิบนาทีแล้ว จำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติ
ธรรมยังไม่ครบองค์ประชุม ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาจะสั่งเลื่อนการประชุม
ไปก็ได้
ข้อ ๑๗ ในการประชุม ก.ต. ให้ที่ประชุมพิจารณาไปตามลำดับที่จัดไว้ใน
ระเบียบวาระการประชุมทุกเรื่อง การเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระการประชุม การเลื่อนการประชุม
หรือการปิดประชุม หรือเลิกประชุมก่อนเสร็จสิ้นระเบียบวาระการประชุมจะกระทำได้โดยความเห็น
ชอบของที่ประชุมเท่านั้น
ประธานในที่ประชุมมีอำนาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใดๆ หรือสั่งพักการ
ประชุมได้ตามที่เห็นสมควร
หมวด ๓
การอภิปราย การลงมติ และการตีความ
-----------
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีการอภิปรายไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่บุคคลใด ที่ประชุมจะ
ลงมติไปทางที่เป็นผลร้ายแก่บุคคลนั้นทันทีมิได้ จะต้องจัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
เรื่องนั้น รวมทั้งให้โอกาสบุคคลนั้นชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน เว้นแต่จะปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัด
แจ้งอยู่แล้ว
ข้อ ๑๙ การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียง
หนึ่งในการลงคะแนน และห้ามมิให้งดออกเสียง ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม
ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
การออกเสียงลงมติให้กระทำโดยเปิดเผย ห้ามมิให้กระทำโดยวิธีการลงคะแนน
ลับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้
ข้อ ๒๐ ประธานในที่ประชุมจะสั่งให้รวมหรือแยกประเด็นในการพิจารณาหรือ
ลงมติก็ได้ เว้นแต่ที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่มีการพิจารณาใหม่ของ ก.ต. ตามมาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ หากกรรมการตุลาการ
ศาลยุติธรรมเสนอรายชื่อบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงถึงกึ่งหนึ่งของ
จำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้มีการลงมติใหม่โดยให้ตัดชื่อผู้ที่ได้
คะแนนน้อยที่สุดออก แล้วให้มีการลงคะแนนใหม่จนกว่าจะได้ผู้ซึ่งได้คะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ
จำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนเสียงน้อยสุดตามวรรคหนึ่งเท่ากันมากกว่าหนึ่งคน ให้
ก.ต. ลงมติในระหว่างผู้ได้รับคะแนนเสียงเท่ากันอีกครั้งหนึ่งก่อน และให้นำผู้ที่ได้รับคะแนนมากใน
การลงมตินั้นไปดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป
ข้อ ๒๒ ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมที่จะ
วินิจฉัยและเมื่อที่ประชุมลงมติวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด
การขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง อาจกระทำได้โดยประธานในที่ประชุม
กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมคนหนึ่งคนใด หรือเลขานุการ ก.ต. ขอปรึกษา
หมวด ๔
การเผยแพร่รายงานการประชุม
-----------
ข้อ ๒๓ ให้เลขานุการ ก.ต. จัดทำรายงานการประชุมของ ก.ต. โดยบันทึก
ประเด็นที่ประชุมพิจารณา พร้อมด้วยความเห็นทั้งที่เป็นความเห็นของเสียงข้างมากและความเห็น
ของเสียงข้างน้อย ข้อสังเกตและมติของ ก.ต.
ข้อ ๒๔ ให้ทำสำเนารายงานการประชุมของ ก.ต. ซึ่งที่ประชุมรับรองแล้วไว้
อย่างน้อยสองชุด ณ ที่ทำการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อเผยแพร่ต่อข้าราชการตุลาการ
รายงานการประชุมของ ก.ต. ทุกครั้งจะต้องมีรายชื่อกรรมการตุลาการศาลยุติ
ธรรมที่มาประชุม ที่ลาประชุม และที่ขาดประชุม
ข้อ ๒๕ เมื่อ ก.ต. ได้รับรองรายงานการประชุมครั้งใดแล้ว ให้ประธานศาลฎีกา
หรือประธานในที่ประชุมของครั้งนั้นลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
รายงานการประชุมของ ก.ต. ที่ได้รับรองแล้ว แต่ประธานศาลฎีกาหรือประธาน
ในที่ประชุมของครั้งนั้นยังมิได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน หรือรายงานการประชุมของ ก.ต. ที่ยังมิ
ได้มีการรับรองเพราะเหตุที่วาระของ ก.ต. สิ้นสุดลง ให้เลขานุการ ก.ต. บันทึกเหตุนั้นไว้ และเป็นผู้
รับรองความถูกต้องของรายงานการประชุมนั้น
ข้อ ๒๖ การงดเผยแพร่รายงานการประชุมทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ในกรณีที่
อาจเป็นที่เสียหายแก่ทางราชการหรืออาจกระทบกระเทือนต่อสิทธิของบุคคลใด ให้เป็นไปตามมติ
ของที่ประชุมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้ง
หมดเท่าที่มีอยู่แต่ทั้งนี้ต้องจัดทำสำเนารายงานการประชุมของ ก.ต. ในคราวนั้นแก่ข้าราชการตุลา
การผู้มีส่วนได้เสียเมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นร้องขอ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
จเร อำนวยวัฒนา
ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
[รก.๒๕๔๓/๘๔ก/๓๒/๑๑ กันยายน ๒๕๔๓]
อัมพิกา/แก้ไข
๓๐/๕/๒๕๔๕
B+A