พระราชกฤษฎีกา
ค่าตอบแทนกรรมการตามพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
พ.ศ. ๒๕๔๓
--------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓
เป็นปีที่ ๕๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดค่าตอบแทนกรรมการตามพระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๔ วรรคเจ็ด มาตรา ๒๖ วรรคเจ็ด และมาตรา ๓๐ วรรคสี่ แห่งพระราช
บัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา
พระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนกรรมการ
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๓ "
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
ส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลาง
พนักงานเทศบาล หรือ คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
"ประธานกรรมการ" หมายความว่า ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงาน
บุคคลส่วนท้องถิ่น ประธานกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานกรรมการ
กลางพนักงานเทศบาลหรือประธานกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
กรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรรมการกลางพนักงานเทศบาล หรือ
กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
มาตรา ๔ ประธานกรรมการและกรรมการให้ได้รับค่าตอบแทนสำหรับการ
ประชุมแบบเหมาจ่ายเป็นรายเดือนตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนที่กำหนดในบัญชีท้ายพระราช
กฤษฎีกา
ในกรณีที่เดือนใดไม่มีการประชุมหรือมีการประชุมแต่ประธานกรรมการหรือ
กรรมการผู้ใดไม่เคยเข้าร่วมประชุมในการประชุมทุกครั้งของเดือนนั้น ให้งดจ่ายค่าตอบแทน
มาตรา ๕ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการให้ได้รับค่าตอบ
แทนสำหรับการประชุมลักษณะเดียวกับกรรมการตามมาตรา ๔
เลขานุการในคณะกรรมการแต่ละคณะ ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนไม่เกินหนึ่ง
คน และผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการแต่ละคณะ ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนได้ไม่เกินสองคน
ทั้งนี้ ผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ให้แต่งตั้งจาก
ข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และผู้ช่วยเลขานุการของคณะ
กรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการกลาง
พนักงานเทศบาล และผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ให้แต่งตั้งจาก
ข้าราชการในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ให้นำความในวรรคสองของมาตรา ๔ มาใช้บังคับกับการจ่ายค่าตอบแทนเลขา
นุการและผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๖ ให้คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้งได้รับค่าตอบแทน
สำหรับการประชุมเป็นรายครั้งในแต่ละครั้งที่มาประชุม ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราการ
จ่ายเบี้ยประชุมตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. ๒๕๒๓ มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
มาตรา ๗ การเบิกค่าตอบแทน ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการ
มาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการมาตรฐานการ
บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นแต่งตั้ง จากสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และให้เบิก
จ่ายค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการกลาง ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการ
กลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล และคณะอนุกรรมการที่คณะ
กรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล และ
คณะกรรมการกลางพนักงานตำบล แต่งตั้ง จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราช
กฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
-------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยเป็นการสมควรกำหนด
ค่าตอบแทนให้แก่กรรมการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
และโดยที่มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๔ วรรคเจ็ด มาตรา ๒๖ วรรคเจ็ด และมาตรา ๓๐ วรรคสี่ แห่งพระ
ราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราช
กฤษฎีกานี้
[รก.๒๕๔๓/๑๑๑ก/๔๑/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓]
อัมพิกา/แก้ไข
๗/๕/๒๕๔๕
B