กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร
พ.ศ. ๒๕๒๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑
(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑
ข้อ ๒ การบรรจุทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด เข้ารับราชการเป็นพลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ พ.๒ ชั้น ๑
ข้อ ๓ การบรรจุนายทหารประทวนกองประจำการ ยศสิบตรี จ่าตรี จ่าอากาศตรี หรือทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ซึ่งมีพื้นความรู้วิชาสามัญ หรือวิชาการพิเศษตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ที่ส่วนราชการที่รับสมัครต้องการ เมื่อพ้นจากกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารประจำการต่อหรือสมัครเข้ารับราชการใหม่ให้บรรจุผู้นั้นเป็นนายทหารประทวนประจำการ และให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๑
ข้อ ๔ การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการขึ้นไปหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรองและมีพื้นความรู้วิชาการพิเศษ ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตรงกับตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาการนั้น เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๑
ข้อ ๕ การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียนวิชาสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๑
ข้อ ๖ การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น ให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิชาอาชีพ ๑) ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๓
(๒) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิชาอาชีพ ๒) ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๖
ข้อ ๗ การบรรจุนักเรียนดุริยางค์ของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นประถมศึกษาปีที่หกตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน ให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๒
(๒) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรห้าปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๔
ข้อ ๘ การบรรจุนักเรียนนายสิบ นักเรียนจ่า และนักเรียนจ่าอากาศ ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง เข้ารับราชเป็นนายทหารประทวนให้ เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๓
(๒) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๕
(๓) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๖
(๔) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสี่ปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๘
ข้อ ๙ การบรรจุนักเรียนนายสิบ นักเรียนจ่า และนักเรียนจ่าอากาศ ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน ให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๖
(๒) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๘
(๓) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๑๐
ข้อ ๑๐ การบรรจุผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากสถาบันการศึกษาในประเทศหรือเทียบเท่า เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น ให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรเปรียญธรรมหกประโยคเปรียญธรรมเจ็ดประโยค หรือเปรียญธรรมแปดประโยคตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลี สนามหลวง ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๓
(๒) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรตามหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลจากสถาบันการศึกษาของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปีต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญ หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๓
(๓) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรองซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญหรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง ให้เป็นไป ดังนี้
(ก) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๓
(ข) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปีหกเดือน ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๔
(ค) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๕
(ง) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๖
(จ) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสี่ปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๘
(ฉ) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาห้าปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๑๐
(๔) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรองซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าสายสามัญ หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง ให้เป็นไปดังนี้
(ก) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๖
(ข) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ชั้น ๘
(ค) ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑ ชั้น ๑๐
(๕) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรองนอกจาก (๑) ถึง (๔) จะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด ชั้นใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๘ และข้อ ๙ ประกอบการกำหนดนั้น
ข้อ ๑๑ การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ทางราชการรับรอง ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปีต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญหรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับป.๑ ชั้น ๘
ข้อ ๑๒ การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปีหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาในประเทศแต่ไม่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับป.๑ ชั้น ๑๐
ข้อ ๑๓ การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรองจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น จะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด ชั้นใดให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๐ ประกอบการกำหนดนั้น
ข้อ ๑๔ การบรรจุผู้ได้รับปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งเทียบเท่ากับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาในประเทศ และมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับป.๑ ชั้น ๑๐
ข้อ ๑๕ การบรรจุนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ และนักเรียนนายทหารแผนที่ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้วเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร ให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้สอบได้ชั้นปีที่สาม ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๒
(๒) ผู้สอบได้ชั้นปีที่สี่ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๓
(๓) ผู้สอบได้ชั้นปีที่ห้า ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๔
ข้อ ๑๖ การบรรจุผู้ได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพในประเทศ เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้นให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี และสำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ห้าตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๒
(๒) ผู้ได้รับปริญญาศาสนาศาสตรบัณฑิตจากสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิตจากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือปริญญาหรือประกาศนียบัตร เปรียญธรรมเก้าประโยคตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลีสนามหลวง ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๓
(๓) ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๓
(๔) ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าห้าปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๔
(๕) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรบัณฑิตหรือประกาศนียบัตรชั้นสูงหรือเทียบเท่าซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าห้าปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๔
(๖) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงหรือเทียบเท่า ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาบัตรไม่น้อยกว่าหกปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๕
(๗) ผู้ได้รับปริญญาตรีทางทันตแพทยศาสตร์ หรือสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าหกปีให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๗
(๘) ผู้ได้รับปริญญาตรีทางแพทยศาสตร์ ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าหกปี และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ น.๑ ชั้น ๘
ผู้ได้รับปริญญาตรีทางแพทยศาสตร์ตามวรรคหนึ่ง และได้รับวุฒิบัตรแสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพแพทย์เฉพาะทาง โดยศึกษาและฝึกหัดงานมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๑๑
(๙) ผู้ได้รับปริญญาโท ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าหกปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๗
(๑๐) ผู้ได้รับปริญญาโท ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าเจ็ดปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๘
(๑๑) ผู้ได้รับปริญญาโท ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าแปดปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๙
(๑๒) ผู้ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๒
(๑๓) ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญานอกจาก (๒) ถึง (๑๒) จะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด ชั้นใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
ข้อ ๑๗ การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาพยาบาลผดุงครรภ์ และอนามัยของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศหรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ทางราชการรับรอง ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปีหกเดือนต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าสายสามัญ หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๒
ข้อ ๑๘ การบรรจุนายทหารประทวนที่เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรที่เลื่อนฐานะเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ในชั้นที่มีจำนวนเงินเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก่อนการเลื่อนฐานะเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร
ถ้าการเลื่อนฐานะตามวรรคหนึ่ง เนื่องจากผู้นั้นสำเร็จการศึกษาภายในประเทศได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญา ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๖ สำหรับผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ อยู่แล้ว ให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ถ้าการเลื่อนฐานะตามวรรคหนึ่ง เนื่องจากผู้นั้นได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ทางราชการรับรองซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปีหกเดือนต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าสายสามัญ หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๗ สำหรับผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๗ อยู่แล้ว ให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๑๙ การบรรจุผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพตามข้อ ๑๖ หากมิได้บรรจุในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ชั้น ๑
ข้อ ๒๐ การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารหรือวิทยาลัยการทหารในต่างประเทศ เข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรจะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด ชั้นใดให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๕ ประกอบการกำหนดนั้น
ข้อ ๒๑ การบรรจุผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งเทียบเท่ากับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาในประเทศ เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับข้อ ๑๖ โดยอนุโลม
ข้อ ๒๒ การบรรจุนายทหารประทวนที่เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรที่เลื่อนฐานะเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร เนื่องจากผู้นั้นสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดในข้อ ๒๑
สำหรับผู้ได้รับเงินเดือนเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งอยู่ก่อนแล้วให้ได้รับเงินเดือน ระดับ น.๑ ในชั้นที่มีจำนวนเงินเท่ากับที่ได้รับอยู่ก่อนการเลื่อนฐานะเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร
ข้อ ๒๓ การบรรจุผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการหรือเคยทำงานเป็นพนักงานเทศบาลและออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว กลับเข้ารับราชการใหม่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปดังนี้
(๑) ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการทหาร ให้ได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง ๆ เท่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะออกจากราชการครั้งสุดท้าย แต่ถ้ามีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง ๆ หลังจากที่ออกจากราชการครั้งสุดท้ายไปแล้ว ให้ปรับเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง ๆ จากอัตราเดิมเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในวันที่บรรจุผู้นั้นกลับเข้ารับราชการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
(๒) ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการทหารและได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ลาออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถ้ากลับเข้ารับราชการภายในกำหนดสี่ปีนับแต่วันที่ลาออกไปปฏิบัติงานดังกล่าว ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่กำหนดใน (๑) เว้นแต่ในกรณีที่เห็นสมควรจะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะลาออกไปปฏิบัติงานใด ๆ โดยคำนวณจากเวลาที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าวไม่เกินปีละ ๑ ชั้น ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
(๓) ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนแล้วลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ถ้ากลับเข้ารับราชการภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากการเป็นทหารกองประจำการโดยไม่มีความเสียหาย ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง ๆ เท่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการ แต่ถ้ามีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง ๆ หลังจากที่ลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการ ให้ปรับชั้นเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง ๆ จากอัตราเดิมเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในวันที่บรรจุผู้นั้นกลับเข้ารับราชการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่เห็นสมควรจะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการ โดยคำนวณจากเวลาที่ไปรับราชการทหารกองประจำการไม่เกินปีละ ๑ ชั้น ให้กระทำได้แต่ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือผู้บัญชาการทหารอากาศ แล้วแต่กรณี
(๔) ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการนอกสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมิใช่ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือเคยทำงานเป็นพนักงานเทศบาลซึ่งมิใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญหรือพนักงานเทศบาลซึ่งออกจากงานในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับและชั้นกับเงินเพิ่มต่าง ๆ ไม่สูงกว่าที่ได้รับอยู่ในขณะโอน
ข้อ ๒๔ การบรรจุข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือพนักงานเทศบาลซึ่งมิใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญหรือพนักงานเทศบาลซึ่งออกจากงานในระหว่างทดลองปฏิบัติงานซึ่งโอนจากส่วนราชการอื่นหรือเทศบาล มารับราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ และชั้นกับเงินเพิ่มต่าง ๆ ไม่สูงกว่าที่ได้รับอยู่ในขณะโอน
ข้อ ๒๕ [๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔
พลเรือเอก ประพัฒน์ กฤษณจันทร์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนทหารท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร บัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ พ.ศ. ๒๕๓๑ ใช้บังคับโดยบัญชีอัตราเงินเดือนทหารดังกล่าวมีการปรับรวมชั้นเงินเดือนในบางระดับ ซึ่งมีผลกระทบถึงการกำหนดอัตราเงินเดือนในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร ตามคุณวุฒิบางคุณวุฒิ และสำนักงาน ก.พ. ก็ได้กำหนดเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพบางคุณวุฒิสำหรับข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ แล้วสมควรกำหนดอัตราเงินเดือนในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
นันทพล/ปรับปรุง
๒๑ มีนาคม ๒๕๕๐