หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับ การประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2541 (ฉบับ Update ล่าสุด)

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
ข้อบังคับ:
ข้อบัญญัติ:

กำลังแสดง: ข้อบังคับ การประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2541 (ฉบับ Update ล่าสุด) (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับ

การประชุมสภากรุงเทพมหานคร

.. ๒๕๔๑

                  

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.. ๒๕๒๘ สภากรุงเทพมหานครจึงตราข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานครขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.. ๒๕๔๑

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ให้ยกเลิกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.. ๒๕๒๘

 

ข้อ ๔  ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

 

หมวด ๑

การเลือกประธานสภาและรองประธานสภากรุงเทพมหานคร

                  

 

ข้อ ๕  ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก

ในการประชุมสภาครั้งแรกให้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เปิดการประชุม และให้เลขานุการสภาเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุด ซึ่งอยู่ในที่ประชุมนั้นเป็นประธานชั่วคราวเพื่อดำเนินการเลือกประธานสภา

เมื่อเลือกประธานสภาเสร็จแล้ว ให้ประธานชั่วคราวของที่ประชุมพ้นจากหน้าที่ และให้ประธานสภาดำเนินการเลือกรองประธานสภาอีกไม่เกินสองคน

ให้ประธานสภาและรองประธานสภาดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก

 

ข้อ ๖  การเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าห้าคน

ถ้ามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ ให้สมาชิกลงมติเลือกจากชื่อเหล่านั้น เมื่อตรวจนับคะแนนแล้ว ให้ประธานชั่วคราวประกาศคะแนนต่อที่ประชุม ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้าได้คะแนนสูงสุดเท่ากันหลายชื่อให้เลือกใหม่เฉพาะชื่อที่ได้คะแนนเท่ากัน แต่ถ้าคะแนนสูงสุดเท่ากันอีก ให้ประธานชั่วคราวออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ในการตรวจนับคะแนน ประธานของที่ประชุมจะเชิญสมาชิกสภาไม่น้อยกว่าสามคนเป็นผู้ตรวจนับคะแนนก็ได้

 

ข้อ ๗  การเลือกรองประธานสภา ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่สภามีมติให้มีรองประธานสภาสองคน ให้เลือกรองประธานสภาคนที่หนึ่งก่อน แล้วจึงเลือกรองประธานสภาคนที่สอง

 

ข้อ ๘  ประธานสภาและรองประธานสภาดำรงตำแหน่งตามวาระคราวละสองปี

ให้ประธานสภาจัดให้มีการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาในวันถัดจากวันที่ประธานสภา และรองประธานสภาพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ประธานสภาและรองประธานสภาซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการเลือกตั้งอีกได้

ให้นำความในข้อ ๕ วรรคสองและวรรคสาม ข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

ข้อ ๙  เมื่อประธานสภาหรือรองประธานสภาพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระตามข้อ ๘ สภาต้องเลือกสมาชิกขึ้นเป็นประธานสภาหรือรองประธานสภา แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันเพื่อดำรงตำแหน่งที่ว่างนั้นแทน ในการนี้ให้นำความในข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ผู้ที่ได้รับเลือกให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

 

หมวด ๒

อำนาจและหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภากรุงเทพมหานคร

และหน้าที่ของเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

                  

 

ข้อ ๑๐  ประธานสภามีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินกิจการของสภากรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานคร

(๒) เป็นประธานของที่ประชุม เว้นแต่ในขณะที่กล่าวอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้านญัตติในที่ประชุม

(๓) บังคับการงานในสภา

(๔) รักษาระเบียบและความสงบเรียบร้อยในสภา

(๕) เป็นผู้แทนสภาในกิจการภายนอก

(๖) อำนาจและหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

 

ข้อ ๑๑  รองประธานสภามีอำนาจหน้าที่ช่วยประธานสภาในกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของประธานสภา หรือปฏิบัติตามที่ประธานสภามอบหมาย

เมื่อประธานสภาไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาคนที่หนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภา ถ้ารองประธานสภาคนที่หนึ่งไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาคนที่สองเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภา

 

ข้อ ๑๒  เลขานุการสภา มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) นัดประชุมสภาและคณะกรรมการ

(๒) เชิญผู้เป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุมสภาและที่ประชุมคณะกรรมการเข้าปฏิบัติหน้าที่

(๓) ช่วยประธานในการควบคุมการนับคะแนนเสียง

(๔) แจ้งระเบียบหรือหนังสือต่อที่ประชุมหรือต่อสมาชิก

(๕) จัดทำรายงานการประชุมตามถ้อยคำที่อภิปราย และควบคุมการทำรายงานการประชุมทั้งปวง

(๖) ยืนยันมติของสภาไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

(๗) รักษาสรรพเอกสารของสภา

(๘) ควบคุมการเข้าออกในสภา

(๙) ควบคุมกิจการให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภาจะได้กำหนด

(๑๐) ปฏิบัติการตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

(๑๑) ปฏิบัติการอื่นตามที่ประธานสภามอบหมาย

 

หมวด ๓

การประชุม

                  

 

ข้อ ๑๓  เมื่อสมาชิกจะเข้ารับหน้าที่ ประธานสภาต้องกล่าวนำให้สมาชิกปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเห็นของข้าพเจ้า ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชน

กรณีการประชุมสภาครั้งแรกตามข้อ ๕ วรรคสอง ให้ประธานชั่วคราวเป็นผู้กล่าวนำสมาชิกปฏิญาณตน

 

ข้อ ๑๔  การประชุมของสภากรุงเทพมหานคร มี ๒ อย่าง คือ

(๑) การประชุมสมัยสามัญ ได้แก่ การประชุมตามปกติประจำปี มีกำหนดสมัยละสามสิบวัน

(๒) การประชุมสมัยวิสามัญ ได้แก่ การประชุมนอกจากปกติ มีกำหนดสมัยละสามสิบวัน

 

ข้อ ๑๕  ในการประชุมสภาครั้งแรกหรือประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีก็ดี ให้กำหนดวันเริ่มประชุมสมัยสามัญ สมัยแรก ของปีถัดไปด้วย

 

ข้อ ๑๖  การประชุมตามข้อ ๑๔ ให้ประธานสภาเป็นผู้เรียกประชุมตามสมัยประชุม และเป็นผู้เปิด หรือปิดการประชุม แต่จะปิดสมัยประชุมก่อนครบกำหนดสามสิบวันมิได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร

ประธานสภาอาจสั่งขยายสมัยประชุมสามัญ หรือวิสามัญได้อีกตามความจำเป็นครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

 

ข้อ ๑๗  ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด อาจทำคำร้องยื่นต่อประธานสภาขอให้เรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้ ให้ประธานสภาเรียกประชุมโดยกำหนดวันประชุมภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำร้อง

ในกรณีที่สมาชิกสภาขอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานสภาแจ้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง

 

ข้อ ๑๘  การแจ้งกำหนดเปิดประชุมสภาตามความในข้อ ๕ และข้อ ๑๔ ต้องทำเป็นคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือประธานสภาแล้วแต่กรณี และให้เลขานุการสภาแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือให้สมาชิกสภาทราบ และให้ปิดประกาศคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หรือสภากรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตทุกเขต ก่อนวันกำหนดเปิดประชุมไม่น้อยกว่าสามวัน เว้นแต่กรณีรีบด่วนจะแจ้งกำหนดเปิดประชุมและปิดประกาศเร็วกว่านั้นก็ได้ แต่ไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนกำหนดเวลาเปิดประชุม

 

ข้อ ๑๙  ในระหว่างสมัยประชุม การกำหนดวันประชุมตามปกติให้เป็นไปตามมติของสภา เว้นแต่เมื่อประธานสภาพิจารณาเห็นว่าไม่มีเรื่องที่สมควรจะบรรจุเข้าระเบียบวาระสำหรับวันนัดประชุมครั้งใด ประธานสภาอาจสั่งงดการประชุมครั้งนั้นเสียก็ได้

ห้ามมิให้ประธานสภาสั่งงดการประชุมมากกว่าหนึ่งครั้งติดต่อกัน เว้นแต่จะไม่มีเรื่องที่จะบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม

ถ้าประธานสภาพิจารณาเห็นว่าจำเป็นจะนัดประชุมเป็นพิเศษนอกจากที่สภาได้ลงมติไว้ตามความในวรรคหนึ่งก็ให้ทำได้

 

ข้อ ๒๐  การนัดประชุมในระหว่างสมัยประชุมนั้น ให้ทำเป็นหนังสือจะบอกนัดในที่ประชุมก็ได้ แต่ถ้าบอกนัดในที่ประชุม ให้ส่งหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิกที่ไม่ได้มาประชุมในเวลานั้นให้ทราบล่วงหน้าด้วย

โดยปกติให้นัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน แต่ถ้าเป็นการด่วนหรืออยู่ในระหว่างสมัยประชุมจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้

 

ข้อ ๒๑  การนัดประชุมให้ส่งระเบียบวาระพร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้องไปด้วย เว้นแต่นัดประชุมเป็นการด่วนจะแจ้งระเบียบวาระการประชุมพร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สมาชิกทราบในขณะเปิดประชุมก็ได้

 

ข้อ ๒๒  ให้จัดระเบียบวาระการประชุมตามลำดับ ดังต่อไปนี้

(๑) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

(๒) รับรองรายงานการประชุม

(๓) กระทู้ถาม

(๔) เรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว

(๕) เรื่องที่ค้างพิจารณา

(๖) เรื่องที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอ

(๗) เรื่องที่เสนอใหม่

(๘) เรื่องอื่น ๆ

ในกรณีที่ประธานสภาเห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วน จะจัดไว้ในลำดับของระเบียบวาระการประชุมก็ได้

ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขอให้จัดเรื่อง ซึ่งผู้ว่าราชกรุงเทพมหานครเป็นผู้เสนอเรื่องใดเป็นเรื่องด่วนไว้ในลำดับใดของระเบียบวาระการประชุม ก็ให้ประธานสภาพิจารณาและอาจให้จัดให้ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครร้องขอ

 

ข้อ ๒๓  การประชุมสภาทุกคราวต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้สมาชิกผู้มาประชุมลงชื่อในสมุดที่จัดไว้ เมื่อสมาชิกลงชื่อครบองค์ประชุมและถึงกำหนดเวลานัดประชุมแล้ว ให้เลขานุการสภามีสัญญาณเรียกประชุมให้สมาชิกเข้านั่งในที่ที่จัดไว้

เมื่อสมาชิกเข้าประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ให้ประธานดำเนินการประชุมได้

 

ข้อ ๒๔  เมื่อพ้นกำหนดประชุมไปสามสิบนาทีแล้ว ให้ประธานดำเนินการประชุมได้

 

ข้อ ๒๕  เมื่อประธานสภาและรองประธานสภาไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สมาชิกเลือกสมาชิกผู้หนึ่งขึ้นเป็นประธานเฉพาะในคราวการประชุมนั้น

ถ้าประธานสภาหรือรองประธานสภาเข้ามาในที่ประชุมในระหว่างที่การเลือกตั้งเช่นว่านั้นกำลังดำเนินการอยู่ ให้ระงับการเลือกตั้งนั้นเสีย ถ้าได้มีการเลือกตั้งแล้วให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งนั้นพ้นหน้าที่และให้ประธานสภาหรือรองประธานสภาผู้เข้ามาเป็นประธานของที่ประชุมต่อไป

 

ข้อ ๒๖  การประชุมสภากรุงเทพมหานครย่อมเป็นการเปิดเผย และถ้าหากเป็นการสมควรประธานสภาอาจจัดให้มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงและหรือโทรทัศน์ก็ได้ แต่ถ้าหากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาร้องขอให้มีการดำเนินการประชุมลับ การประชุมเช่นนี้ให้ประธานสภาสั่งผู้มิได้เป็นสมาชิก หัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุมนั้นออกจากที่ประชุมพ้นระยะที่จะฟังการประชุมได้

การร้องขอให้มีการประชุมลับอาจทำเป็นหนังสือก็ได้แต่ไม่จำเป็นต้องบอกล่วงหน้า

 

ข้อ ๒๗  การประชุมต้องดำเนินการตามระเบียบวาระ เว้นแต่ที่ประชุมจะได้ลงมติเป็นอย่างอื่น

การประชุมปรึกษาหารือในสภากรุงเทพมหานคร ต้องเป็นกิจการเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสภาห้ามมิให้ปรึกษาหารือในเรื่องนอกอำนาจหน้าที่หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

เฉพาะเรื่องด่วนตามที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุม ห้ามมิให้เปลี่ยนระเบียบวาระยกเอาเรื่องอื่นขึ้นพิจารณาก่อน

 

ข้อ ๒๘  การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษา ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่เรื่องนั้น ๆ มีกฎหมาย หรือข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

 

ข้อ ๒๙  ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขอแถลงหรือชี้แจงเรื่องใดต่อที่ประชุม ให้ประธานสภาอนุญาต

สมาชิกมีสิทธิที่จะซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่แถลงหรือชี้แจงนั้นได้

 

ข้อ ๓๐  เมื่อได้ประชุมกันพอสมควรแล้ว ประธานสภาจะสั่งพักการประชุม เลื่อนการประชุม หรือเลิกการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร

ในกรณีที่ประธานสภาลุกจากที่นั่งของประธานสภาโดยมิได้สั่งอย่างใดและไม่มีรองประธานสภาปฏิบัติหน้าที่แทน ให้เลิกการประชุม

 

ข้อ ๓๑  รายงานการประชุมสภา เมื่อคณะกรรมการตรวจแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้สภารองรับ ให้ทำสำเนาวางไว้สามฉบับ ณ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันประชุม เพื่อให้สมาชิกตรวจดูได้

หากกรรมการปฏิบัติไม่ได้ตามกำหนด ให้ประธานกรรมการแจ้งต่อประธานสภาเพื่อแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

 

ข้อ ๓๒  การแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมต้องเป็นมติของที่ประชุมสภา

 

ข้อ ๓๓  เมื่อสภาได้รับรองรายงานการประชุมครั้งใดแล้ว ให้ประธานสภาลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

รายงานการประชุมสภาที่ได้รับรองแล้ว แต่ประธานสภายังมิได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานหรือรายงานการประชุมสภาที่ยังมิได้มีการรับรองเพราะเหตุที่อายุสภาสิ้นสุดลง ให้เลขานุการสภาบันทึกเหตุนั้นไว้ และเป็นผู้รับรองความถูกต้องของรายงานการประชุมนั้น

 

ข้อ ๓๔  รายงานการประชุมลับ จะเปิดเผยได้เพียงใดหรือไม่ ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมสภา

 

ข้อ ๓๕  ข้อความใด ๆ อันเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพพมหานคร หรือสมาชิกซึ่งมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหกคนอาจเสนอญัตติโดยไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือขอให้โฆษณา ถ้าที่ประชุมอนุมัติก็ให้เป็นไปตามคำขอนั้น

 

หมวด ๔

ญัตติ

                  

 

ข้อ ๓๖  ญัตติมี ๒ อย่าง

(๑) ญัตติเกี่ยวกับกิจการภายในวงงานของกรุงเทพมหานคร

(๒) ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

 

ข้อ ๓๗  ญัตติตามข้อ ๓๖ (๑) ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธานสภาโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสองคน เว้นแต่กฎหมายหรือข้อบังคับจะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ให้ประธานสภาบรรจุญัตติที่เสนอมาเข้าระเบียบวาระการประชุมสภากรุงเทพมหานครภายในกำหนดเวลาอันสมควรในสมัยประชุมนั้น

 

ข้อ ๓๘  ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือแต่ต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสองคน คือ

(๑) ขอให้รับรองรายงานการประชุม

(๒) ขอให้รับรองรายงานของคณะกรรมการ

(๓) ขอให้ปรึกษาหารือเป็นการด่วน

(๔) ญัตติกำหนดไว้ในข้อ ๓๙

(๕) ญัตติที่ประธานสภาเห็นควรอนุญาต

 

ข้อ ๓๙  เมื่อที่ประชุมกำลังปรึกษาหรือพิจารณาญัตติใด มิให้เสนอญัตติอื่น เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้

(๑) ขอแปรญัตติเฉพาะในเรื่องที่ไม่ใช่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

(๒) ขอให้รวมระเบียบวาระการประชุมที่เป็นเรื่องเดียวกัน ทำนองเดียวกัน หรือเกี่ยวเนื่องกันเพื่อพิจารณาพร้อมกัน

(๓) ขอให้ส่งปัญหาไปยังคณะกรรมการเพื่อพิจารณา หรือขอให้บุคคลใดส่งเอกสารหรือมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น

(๔) ขอให้ลงมติ

(๕) ขอให้รวมหรือแยกประเด็นพิจารณาหรือลงมติ

(๖) ขอให้ปิดอภิปราย

(๗) ขอให้เปิดอภิปราย

(๘) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณา

(๙) ขอให้พิจารณาโทษสมาชิกว่ากระทำผิดข้อบังคับนี้ในการประชุมครั้งนั้น

(๑๐) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา

ถ้าที่ประชุมมีมติหรือเห็นชอบด้วยในญัตติตาม (๑๐) ญัตติเดิมเป็นอันตกไป เว้นแต่ญัตตินั้นเป็นญัตติเกี่ยวด้วยร่างข้อบัญญัติ

 

ข้อ ๔๐  การเสนอญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือนั้นให้นำความในข้อ ๖๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ส่วนการรับรองญัตติเช่นว่านี้ ให้กระทำโดยวิธียกมือขึ้นพ้นศีรษะ

 

ข้อ ๔๑  ญัตติตามข้อ ๓๙ (๔) (๖) และ (๑๐) ห้ามมิให้ผู้ใดเสนอในคราวเดียวกันกับการอภิปรายของตน

 

ข้อ ๔๒  ญัตติตามข้อ ๓๙ (๙) ขอให้พิจารณาโทษสมาชิกว่ากระทำผิดข้อบังคับในการประชุมครั้งนั้น ต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสี่คน และให้ระบุเพียงว่าผิดข้อบังคับในเรื่องใดเท่านั้น

 

ข้อ ๔๓  ญัตติขอให้พิจารณาโทษสมาชิกว่ากระทำผิดข้อบังคับนี้ในการประชุมครั้งที่แล้วมาต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสี่คน และต้องเสนอเป็นหนังสือภายในสามวันนับแต่วันที่เกิดเหตุขึ้น และให้ระบุเพียงว่าผิดข้อบังคับในเรื่องใดเท่านั้น

 

ข้อ ๔๔  ญัตติร่างข้อบัญญัตินั้น ที่ประชุมจะต้องพิจารณาเป็นสามวาระ แต่ที่ประชุมจะอนุมัติให้พิจารณาสามวาระรวดเดียวก็ได้ เว้นแต่ญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายจะพิจารณาสามวาระรวดเดียวไม่ได้

ในการพิจารณาสามวาระรวดเดียว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้เสนอหรือสมาชิกจะเป็นผู้เสนอก็ได้ ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้เสนอจะต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือโดยมีผู้เสนอร่วมกันจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คน การพิจารณาวาระที่สองนั้นให้ที่ประชุมเป็นกรรมการเต็มสภาโดยให้ประธานของที่ประชุมเป็นประธาน

 

ข้อ ๔๕  ในการพิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติวาระที่หนึ่ง ให้ที่ประชุมปรึกษาในหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติ และลงมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัตินั้นหรือไม่

หากมีสมาชิกประสงค์จะอภิปราย ห้ามมิให้ลงมติก่อนที่สมาชิกได้อภิปรายในเรื่องนั้นพอสมควรแล้ว

ก่อนที่จะลงมติรับหลักการ ที่ประชุมจะลงมติให้คณะกรรมการของสภากรุงเทพมหานคร พิจารณาหลักการแห่งร่างข้อบัญญัตินั้นก็ได้

 

ข้อ ๔๖  ญัตติร่างข้อบัญญัติซึ่งที่ประชุมลงมติให้คณะกรรมการของสภากรุงเทพมหานคร พิจารณาก่อนรับหลักการนั้น ที่ประชุมจะกำหนดเวลาให้คณะกรรมการพิจาณาด้วยก็ได้

 

ข้อ ๔๗  ญัตติร่างข้อบัญญัติที่สภาลงมติรับหลักการแล้ว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกผู้ใดเห็นควรจะแก้ไขเพิ่มเติม ก็ให้เสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือ โดยปกติให้แปรญัตติเป็นรายข้อและเสนอต่อประธานคณะกรรมการภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้แปรญัตติจะต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสองคน ถ้าแปรญัตติร่างข้อบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสี่คน

 

ข้อ ๔๘  ในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติวาระที่สองให้พิจารณาเริ่มต้นด้วย ชื่อร่างข้อบัญญัติ คำปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลำดับข้อ และให้อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ ข้อความ หรือส่วนใด ๆ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ หรือที่กรรมการสงวนความเห็นไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะได้ลงมติเป็นอย่างอื่น

 

ข้อ ๔๙  เมื่อได้พิจารณาตามข้อ ๔๘ จนจบร่างแล้ว สมาชิกอาจเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำได้ แต่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อความใดมิได้ นอกจากเนื้อความที่เห็นว่ายังขัดแย้งกันอยู่

 

ข้อ ๕๐  ในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติวาระที่สามนี้ไม่มีการอภิปราย ให้ที่ประชุมลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น

 

ข้อ ๕๑  ญัตติร่างข้อบัญญัติใดซึ่งที่ประชุมได้ลงมติไม่รับหลักการตามความในข้อ ๔๕ หรือลงมติไม่เห็นชอบตามความในข้อ ๕๐ ให้ถือ่วาญัตตินั้นเป็นอันตกไป ยกเว้นร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

ญัตติร่างข้อบัญญัติที่ตกไปตามวรรคหนึ่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกจะเสนอใหม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่สภากรุงเทพมหานครได้ลงมติไม่รับหลักการ หรือลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับร่างข้อบัญญัตินั้น

 

ข้อ ๕๒  ในกรณีที่อายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลง หรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร ญัตติใด ๆ ซึ่งที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณา หรือพิจารณายังไม่เสร็จในญัตตินั้นเป็นอันตกไป

 

ข้อ ๕๓  การขอถอนญัตติ หรือการแก้ไขข้อความในญัตติต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมสภา

ญัตติที่ยังไม่ได้จัดเข้าระเบียบวาระไม่อยู่ในบังคับวรรคหนึ่ง

 

ข้อ ๕๔  การขอถอนชื่อจากการเป็นผู้รับรอง หรือจากการเป็นผู้ร่วมกันเสนอญัตติในญัตติใด ๆ จะกระทำได้ก่อนที่ได้จัดญัตตินั้นเข้าระเบียบวาระ โดยทำเป็นหนังสือ

ในกรณีที่เสนอญัตติในที่ประชุม ผู้รับรองหรือผู้เสนอจะขอถอนได้ก่อนเริ่มพิจารณาญัตตินั้น

 

ข้อ ๕๕  ญัตติหรือคำแปรญัตติใดถึงวาระพิจารณาในที่ประชุมแล้ว ถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุม หรือในกรณีที่ผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทนในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือคำแปรญัตตินั้นเป็นอันตกไป

การมอบหมายให้ชี้แจงต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภา

 

หมวด ๕

งบประมาณ

                  

 

ข้อ ๕๖  การเสนอญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายต้องเป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง วิธีการงบประมาณ

 

ข้อ ๕๗  ถ้าสมาชิกเสนอญัตติขอให้ปิดอภิปรายก็ดี ขอให้ลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ก็ดี หรือส่งให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนรับหลักการก็ดี ต้องมีสมาชิกรองรับไม่น้อยกว่าสี่คน

 

ข้อ ๕๘  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกผู้ใดมีความประสงค์จะขอแปรญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ให้เสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีสมาชิกเป็นผู้เสนอต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสี่คน

 

ข้อ ๕๙  การแปรญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายจะกระทำได้โดยลดรายจ่าย

 

ข้อ ๖๐  การเสนอแปรญัตติตั้งรายจ่ายขึ้นใหม่หรือเพิ่มรายจ่าย ต้องเสนอแปรญัตติขอให้ลดรายจ่ายไปด้วย และต้องมีสมาชิกรับรองสี่คน ทั้งต้องอยู่ภายในวงเงินที่ขอลด

 

ข้อ ๖๑  ห้ามมิให้แปรญัตติในรายการและจำนวนเงินซึ่งมีข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) ดอกเบี้ยและเงินส่งใช้ต้นเงินกู้

(๒) รายจ่ายซึ่งเป็นจำนวนเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย

ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นรายการใดมีข้อผูกพันเช่นว่าหรือไม่ ให้ประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

 

หมวด ๖

การอภิปราย

                  

 

ข้อ ๖๒  ผู้ใดประสงค์จะกล่าวถ้อยคำต่อที่ประชุมให้ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ เมื่อประธานอนุญาตแล้วจึงกล่าวได้ และต้องเป็นคำกล่าวกับประธานเท่านั้น

 

ข้อ ๖๓  ผู้มีสิทธิอภิปรายก่อน คือผู้เสนอหรือผู้แปรญัตติ แต่ถ้าจำนวนผู้เสนอหรืผู้แปรญัตติมีหลายคน ให้ประธานอนุญาตให้อภิปรายก่อนได้เพียงคนเดียว

 

ข้อ ๖๔  เมื่อผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนตามความในข้อ ๖๓ ได้อภิปรายแล้ว ถ้าผู้ใดจะคัดค้านก็ให้ผู้นั้นอภิปราย เมื่อผู้คัดค้านได้อภิปรายแล้ว ถ้ามีผู้ใดจะสนับสนุนผู้เสนอหรือผู้แปรญัตติก็ให้ผู้นั้นอภิปราย และโดยปกติประธานต้องให้อภิปรายกลับกันไป

ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีผู้ประสงค์จะอภิปราย แต่อีกฝ่ายหนึ่งมีผู้ประสงค์จะอภิปรายอยู่ ให้ประธานอนุญาตให้ผู้ต้องการอภิปรายนั้นอภิปรายซ้อนกันไปโดยไม่ต้องสลับก็ได้

เมื่อได้อนุญาตให้อภิปรายซ้อนไปคนหนึ่งแล้ว ให้ประธานถามว่า ผู้ใดจะอภิปรายในทางตรงกันข้าม ถ้ามีก็ให้ประธานให้อภิปราย แล้วดำเนินการให้อภิปรายสลับกันไป ถ้าไม่มีก็ให้ประธานอนุญาตให้อภิปรายซ้อนต่อไป

ถ้ามีผู้ยกมือจะอภิปรายหลายคน ประธานจะให้คนใดอภิปรายก่อนก็ได้แต่ให้คำนึงถึงผู้เสนอ ผู้รับรอง และผู้ยังไม่ได้อภิปรายด้วย

 

ข้อ ๖๕  ถ้ามีผู้เสนอขอให้ลงมติก็ดี ขอให้ปิดอภิปรายก็ดี หรือขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหารือหรือพิจารณาก็ดี สมาชิกอื่นหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจชี้ประเด็นที่ยังไม่มีการอภิปรายเพื่อเป็นเหตุผลขอเปิดอภิปรายต่อไปได้

 

ข้อ ๖๖  ถ้าไม่มีผู้ใดจะอภิปรายต่อไปให้ถือว่าเป็นการปิดอภิปราย หรือถ้ามีแต่ประธานเห็นว่าได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว ประธานจะเสนอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่าควรจะอภิปรายหรือไม่ก็ได้ เมื่อได้ปิดอภิปรายแล้วให้ประธานเสนอให้ที่ประชุมลงมติ

ก่อนลงมติ ผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนตามความในข้อ ๖๓ หรือคณะกรรมการมีสิทธิที่จะขออภิปรายเป็นการสรุปในญัตตินั้นได้อีกครั้งหนึ่ง และให้นำความในข้อ ๖๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

ข้อ ๖๗  ถ้าที่ประชุมลงมติให้เปิดอภิปรายต่อไปตามที่มีผู้เสนอ ประธานต้องให้ผู้เสนอนั้นได้อภิปรายก่อน

 

ข้อ ๖๘  ผู้อภิปรายแต่ละคนไม่ว่าสมาชิกสภา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร กรรมการ หรือบุคคลอื่นซึ่งมาชี้แจงต่อที่ประชุม ต้องพูดเฉพาะเรื่องและในประเด็นที่กำลังพิจารณากันอยู่เท่านั้น ต้องพูดโดยสุภาพไม่แกล้งใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด และต้องไม่กล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือชื่อสมาชิกหรือบุคคลใด ๆ โดยไม่จำเป็น และต้องไม่พูดฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก ต้องไม่ซ้ำกับผู้อื่นและต้องไม่นำเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประขุมฟัง เว้นแต่จะเป็นการจำเป็น

ถ้าประธานเห็นว่า ผู้ใดใช้เวลาในการพูดครั้งใดเกินสมควรแก่เรื่อง ไม่ว่าจะได้ฝ่าฝืนบทบังคับในวรรคหนึ่งหรือไม่ก็ตาม ประธานอาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดอภิปรายเสียก็ได้ในเมื่ออภิปรายมาพอสมควรแล้ว

 

ข้อ ๖๙  ผู้ถูกอภิปรายพาดพึงถึงเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องอื่นใดอันเป็นที่เสียหายหรือเมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกผู้ใดเห็นว่ามีการอภิปรายฝ่าฝืนข้อบังคับหรือปรึกษาหารือในเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมายอาจยื่นขึ้น ณ ที่ของตน และยกมือขึ้นพ้นศีรษะ เพื่อแสดงการขออนุญาต เมื่อประธานอนุญาตแล้วจึงให้กล่าวชี้แจงหรือร้องขอให้รักษาข้อบังคับ หรือให้ปรึกษาหารือ กิจการเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสภาโดยเฉพาะหรือไม่ฝ่าฝืนกฎหมายได้

กรณีเช่นนี้ให้ประธานวินิจฉัยและมีคำสั่งว่า ได้มีการฝ่าฝืนตามที่ร้องขอนั้นหรือไม่ แล้วจึงดำเนินการปรึกษาหารือต่อไปได้

 

ข้อ ๗๐  ผู้อภิปรายอาจขอถอนคำพูดของตนได้เมื่อมีผู้ทักท้วง

 


หมวด ๗

การลงมติ

                  

 

ข้อ ๗๑  การออกเสียงลงคะแนนเพื่อลงมติมี ๒ วิธีคือ

(๑) การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย

(๒) การออกเสียงลงคะแนนลับ

 

ข้อ ๗๒  การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือ

(๑) ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ

(๒) ยืนขึ้น

(๓) เรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษรชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายบุคคล

การออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผยนั้น โดยปกติให้ใช้วิธียกมือ แต่ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสี่คนร้องขอและที่ประชุมอนุมัติให้ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตาม (๒) หรือ (๓) ก็ได้

 

ข้อ ๗๓  การออกเสียงลงคะแนนลับ มีวิธีปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คือ

(๑) เรียกชื่อสมาชิกเป็นรายบุคคลมาลงเบี้ยต่อหน้าประธาน ผู้เห็นด้วยให้ลงเบี้ยสีน้ำเงิน ผู้ไม่เห็นด้วยให้ลงเบี้ยสีแดง ส่วนผู้ที่ไม่ออกเสียงลงคะแนนให้ลงเบี้ยสีขาว

(๒) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองตามที่เจ้าหน้าที่จัดให้แล้วนำมาส่งต่อประธาน ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมาย  (ถูก) ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมาย   (กากบาท) ส่วนผู้ที่ไม่ออกเสียงลงคะแนนให้เขียนเครื่องหมาย ๐ (ศูนย์)

(๓) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี

การเรียกชื่อสมาชิกให้มาลงคะแนน หรือนำกระดาษใส่ซองมาส่งนั้น ให้เรียกตามลำดับอักษรชื่อ

 

ข้อ ๗๔  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหกคนมีสิทธิเสนอญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือขอให้ออกเสียงลงคะแนนลับตามวิธีในข้อ ๗๓ วิธีใดวิธีหนึ่ง ถ้าที่ประชุมอนุมัติก็ให้ดำเนินการตามนั้น

การลงมติวินิจฉัยญัตติตามความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้วิธียกมือขึ้นพ้นศีรษะ

 

ข้อ ๗๕ ลำดับการลงมตินั้น ให้ลงมติในญัตติสุดท้ายก่อน แล้วย้อนเป็นลำดับไปญัตติต้น แต่ความผิดพลาดการเรียงลำดับดังกล่าวมานี้ ไม่เป็นเหตุให้มติที่ได้คะแนนและนับคะแนนเสร็จแล้วเสียไป

 

ข้อ ๗๖  ประธานมีอำนาจสั่งให้รวมหรือแยกประเด็นพิจารณาหรือลงมติเว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติเป็นอย่างอื่น

 

ข้อ ๗๗  ในการลงมติทุกครั้ง ให้ประธานตรวจสอบดูว่ามีสมาชิกอยู่ในที่ประชุมครบจำนวนเป็นองค์ประชุมหรือไม่ ถ้ามีสมาชิกอยู่ในที่ประชุมไม่ครบจำนวนเป็นองค์ประชุมจะทำการลงมติในเรื่องใด ๆ มิได้

 

ข้อ ๗๘  เมื่อประธานถามที่ประชุมว่า ในเรื่องที่มีผู้เสนอนั้น จะมีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วย

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ญัตติที่เป็นร่างข้อบัญญัติ หรือเรื่องอื่นใดที่กฎหมายหรือข้อบังคับนี้กำหนด ให้ที่ประชุมวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน

 

ข้อ ๗๙  สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

การออกเสียงชี้ขาดของประธานให้ออกเสียงโดยเปิดเผยรวมทั้งกรณีลงคะแนนลับด้วย ในการออกเสียงชี้ขาดนั้นประธานจะให้เหตุผลหรือไม่ก็ได้

 

ข้อ ๘๐  สมาชิกซึ่งเข้ามาในที่ประชุมระหว่างการออกเสียงลงคะแนนในกรณีออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย อาจลงคะแนนทางฝ่ายที่ยังนับคะแนนเสียงไม่เสร็จ หรือในกรณีออกเสียงลงคะแนนลับ อาจลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่งให้นับคะแนนเสียง

 

ข้อ ๘๑  เมื่อนับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมทันที ถ้าเรื่องใดกฎหมายบัญญัติไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใด ก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่

 

ข้อ ๘๒  การนับคะแนนเสียงครั้งใด ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกซึ่งมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสี่คน เชื่อว่ามีการนับผิด มีสิทธิร้องขอให้นับคะแนนเสียงใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง ก็ให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่

 


หมวด ๘

คณะกรรมการของสภากรุงเทพมหานคร

                  

 

ข้อ ๘๓[๒]  ให้มีคณะกรรมการสามัญประจำสภาในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

(๑) คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุมและพิจารณาเปิดเผยรายงานการประชุมลับ

(๒) คณะกรรมการการศึกษาและวัฒนธรรม

(๓) คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง

(๔) คณะกรรมการการสาธารณสุข

(๕) คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม

(๖) คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและติดตามงบประมาณ

(๗) คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย

(๘) คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม

(๙) คณะกรรมการกิจการสภากรุงเทพมหานคร

(๑๐) คณะกรรมการการจราจร ขนส่ง และการระบายน้ำ

(๑๑) คณะกรรมการการท่องเที่ยวและการกีฬา

หากมีความจำเป็น จะตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภาคณะอื่นเพิ่มขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้ สมาชิกคนหนึ่งจะดำรงตำแหน่งกรรมการสามัญประจำสภาได้ไม่เกินสองคณะ

ให้สภาเลือกตั้งคณะกรรมการตาม (๑) ในคราวประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก

 

ข้อ ๘๔  คณะกรรมการสามัญประจำสภาต้องเลือกจากสมาชิกมีจำนวนอย่างน้อยห้าคน อย่างมากไม่เกินเก้าคน

 

ข้อ ๘๕  คณะกรรมการสามัญประจำสภามีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละสองปี เมื่อครบวาระสองปีให้สภาเลือกตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภาขึ้นใหม่แทนคณะเดิม กรรมการคนเดิมอาจได้รับเลือกตั้งอีกก็ได้

 

ข้อ ๘๖  สภากรุงเทพมหานครมีอำนาจเลือกสมาชิก หรือบุคคลผู้มิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครแล้วรายงานต่อสภากรุงเทพมหานคร

คณะกรรมการวิสามัญให้สิ้นสภาพไปหลังจากที่ได้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายและเสนอรายงานต่อสภากรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว

 

ข้อ ๘๗  ในการเลือกตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ผู้ว่าราชกรุงเทพมหานครมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกหรือบุคคลผู้มิได้เป็นสมาชิก ให้สภาตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการวิสามัญได้มีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งคณะจำนวนนอกจากนั้นให้ที่ประชุมเลือกจากรายชื่อที่สมาชิกเสนอ

คณะกรรมการวิสามัญของสภาคณะหนึ่งให้มีจำนวนตามที่สภากำหนด

คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายให้มีกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอชื่อได้ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

 

ข้อ ๘๘  การเลือกตั้งคณะกรรมการสามัญหรือวิสามัญให้เสนอชื่อสมาชิกหรือบุคคลที่มิได้เป็นสมาชิกแล้วแต่กรณี โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสองคน บุคคลที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้เสนอไม่ต้องมีผู้รับรอง

สมาชิกมีสิทธิเสนอชื่อโดยไม่จำกัดจำนวน ถ้ามีผู้ถูกเสนอชื่อไม่เกินจำนวน ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อทุกคนได้รับเลือก ในกรณีที่มีผู้ถูกเสนอชื่อเกินจำนวน ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

ข้อ ๘๙  กรรมการพ้นจากหน้าที่เมื่อ

(๑) อายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร

(๒) ตาย

(๓) ลาออก

(๔) เมื่อได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่แทนคณะเดิม หรืองานที่ได้รับมอบหมายสิ้นสุดลง

(๕) สภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

(๖) ขาดประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้ประธานคณะกรรมการทราบ

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการใดว่างลง ให้ประธานคณะกรรมการแจ้งต่อประธานสภาเพื่อเสนอให้สภาตั้งซ่อม

 

ข้อ ๙๐  ให้นำความในข้อ ๘๙ มาใช้บังคับกับคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

 

ข้อ ๙๑  เมื่อมีญัตติที่จะต้องให้คณะกรรมการสามัญหรือวิสามัญพิจารณาให้ประธานสภาพิจารณาสั่งให้ส่งญัตตินั้นไปยังคณะกรรมการสามัญหรือวิสามัญซึ่งมีหน้าที่ตรงกับญัตติหรือสมควรจะพิจารณาญัตตินั้นได้

 

ข้อ ๙๒  การนัดและการเปิดประชุมคณะกรรมการครั้งแรก ให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการสภาให้เรียกประชุมภายในกำหนดสามสิบวัน

ให้คณะกรรมการคณะหนึ่ง ๆ เลือกตั้งประธาน รองประธาน และเลขานุการจากบรรดากรรมการในคณะนั้น ๆ ส่วนผู้ช่วยเลขานุการจะตั้งจากบุคคลที่มิได้เป็นกรรมการก็ได้

ในการประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้นำข้อบังคับนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับการประชุมของสภามาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

ข้อ ๙๓  ญัตติร่างข้อบัญญัติที่สภาลงมติรับหลักการและให้ส่งคณะกรรมการพิจารณา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วต้องเสนอร่างข้อบัญญัตินั้นตามร่างเดิมและตามที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งรายงานยื่นต่อประธานสภา รายงานต่อท้ายอย่างน้อยต้องระบุว่าได้มีหรือไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในตอนใดหรือข้อใดบ้าง การแปรญัตติและมติของคณะกรรมการเกี่ยวด้วยการแปรญัตตินั้นเป็นประการใด ตลอดจนการสงวนคำแปรญัตติดังกล่าวในข้อ ๑๐๓ ด้วย

 

ข้อ ๙๔  ญัตติร่างข้อบัญญัติที่สภาลงมติให้คณะกรรมการของสภาพิจารณาก่อนรับหลักการต้องทำรายงานความเห็นว่าสมควรจะรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัตินั้นหรือไม่

 

ข้อ ๙๕  ถ้าคณะกรรมการเห็นว่ามีข้อสังเกตที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครควรทราบหรือควรปฏิบัติ ก็ให้บันทึกข้อสังเกตดังกล่าวนั้นไว้ในรายงานของคณะกรรมการเพื่อให้สภาพิจารณา

ในกรณีที่สภาเห็นด้วยกันข้อสังเกตของคณะกรรมการ ให้ประธานสภาแจ้งไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ประธานสภาส่งข้อสังเกตของคณะกรรมการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ปฏิบัติตามข้อสังเกตนั้นประการใดหรือไม่ ให้ประธานสภาแจ้งให้ที่ประชุมทราบในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภา

 

ข้อ ๙๖  คณะกรรมการมีสิทธิแถลงประกอบรายงานหรือข้อสังเกตของตนตลอดจนแก้ข้อสงสัยใด ๆ ในที่ประชุมได้

 

ข้อ ๙๗  ให้คณะกรรมการดำเนินกิจการของสภานอกสมัยประชุมได้

 

ข้อ ๙๘  เมื่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีมติให้เชิญบุคคลใด ๆ มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในการที่กระทำหรือเรื่องที่พิจารณาอยู่นั้นให้เชิญในนามของประธานกรรมการคณะนั้น ๆ

 

ข้อ ๙๙  สมาชิกสภา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือหัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้ซึ่งประธานของที่ประชุมอนุญาตมีสิทธิเข้าฟังการประชุมของคณะกรรมการได้ แต่ในกรณีประชุมลับ ผู้ที่จะเข้าฟังการประชุมได้ต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมและได้รับอนุญาตจากประธานของที่ประชุม

ผู้มีสิทธิเข้าฟังการประชุมของคณะกรรมการดังกล่าว จะแสดงความคิดเห็นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากประธานของที่ประชุมหรือประธานของที่ประชุมร้องขอ

 

ข้อ ๑๐๐  ภายใต้ข้อบังคับข้อ ๙๙ ผู้เสนอญัตติหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิไปชี้แจงแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมการได้ตลอดเรื่อง ส่วนผู้แปรญัตติมีสิทธิชี้แจงแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะที่แปรญัตติไว้ แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิมอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร หรือเจ้าหน้าที่มาชี้แจงแทนได้

 

ข้อ ๑๐๑ คณะกรรมการจะกำหนดนัดประชุมเมื่อใด ให้เลขานุการคณะกรรมการแจ้งแก่ผู้เสนอญัตติ ผู้แปรญัตติทราบ และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร หากเรื่องใดมีข้อผูกพันซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะพึงต้องปฏิบัติด้วย ให้แจ้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบ

 

ข้อ ๑๐๒  เมื่อมีการประชุมคณะกรรมการตามกำหนดที่นัดหมาย ถ้าผู้แปรญัตติหรือผู้รับมอบหมายไม่มาชี้แจงตามนัด และไม่มีหนังสือขอเลื่อน ให้ถือว่าคำแปรญัตตินั้นเป็นอันตกไป ในกรณีที่มีหนังสือขอเลื่อนให้เลื่อนได้ไม่เกินหนึ่งครั้งโดยให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดนัด เว้นแต่คณะกรรมการได้พิจารณาเรื่องนั้นเสร็จแล้ว

 

ข้อ ๑๐๓  ถ้าผู้แปรญัตติหรือผู้รับมอบหมายไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการในข้อใดจะสงวนคำแปรญัตติในข้อนั้นไว้เพื่ออภิปรายและขอให้สภาวินิจฉัยได้

 

ข้อ ๑๐๔  กรรมการผู้ใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการในข้อใดจะสงวนความเห็นของตนในข้อนั้นไว้เพื่อขอให้สภาวินิจฉัยก็ได้

 

ข้อ ๑๐๕  ถ้ามีมติของสภาให้คณะกรรมการคณะใดกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดและคณะกรรมการคณะนั้นดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ประธานคณะกรรมการต้องรายงานให้ประธานสภาทราบโดยด่วน

ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าอยู่ในสมัยประชุมให้ประธานสภาเสนอต่อที่ประชุมเพื่อลงมติให้ขยายเวลาที่ได้กำหนดไว้ หรือให้ดำเนินการอย่างอื่นสุดแต่ที่ประชุมจะเห็นสมควร ถ้าอยู่นอกสมัยประชุมและคณะกรรมการมีอำนาจประชุมได้ตามความในข้อ ๙๗ ให้ประธานสภามีอำนาจอนุญาตให้ขยายเวลาที่กำหนดไว้ได้ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร และขออนุมัติสภาในการประชุมสมัยต่อไป

 


หมวด ๙

การตั้งกระทู้ถาม

                  

 

ข้อ ๑๐๖[๓]  การตั้งกระทู้ถามจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับกับงานในหน้าที่หรือ นโยบายของกรุงเทพมหานคร

การตั้งกระทู้ถาม ให้เสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ กระทู้ละหนึ่งเรื่องโดยมีข้อความสั้นๆ ยื่นต่อประธานสภา และให้มี ๒ ประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) กระทู้ถามสด

(๒) กระทู้ถามทั่วไป

คำถาม ข้อเท็จจริง ตลอดจนคำชี้แจงประกอบ ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย

 

ข้อ ๑๐๗  กระทู้ถามแต่ละกระทู้ ให้ผู้ตั้งกระทู้ถามตั้งคำถามและซักถามได้แต่เพียงผู้เดียว

 

ข้อ ๑๐๘ กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เชิงประชด เสียดสี หรือกลั่นแกล้งใส่ร้าย

(๒) เคลือบคลุมหรือเข้าใจยาก

(๓) เรื่องทีได้ตอบแล้ว หรือได้ชี้แจงแล้วว่าไม่ตอบ

(๔) การให้ออกความเห็น

(๕) ปัญหาข้อกฎหมาย

(๖) เรื่องที่ไม่มีสาระสำคัญ

(๗) เรื่องกิจการส่วนตัวของบุคคลใด ๆ เว้นแต่ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่

 

ข้อ ๑๐๙  กระทู้ตามข้อ ๑๐๘ (๓) นั้น จะตั้งกระทู้ถามขึ้นใหม่ได้ต่อเมื่อมีสาระสำคัญต่างกัน หรือเหตุการณ์ในขณะที่มีกระทู้ถามครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อตั้งกระทู้ถามครั้งก่อน

 

ข้อ ๑๑๐[๔]  กระทู้ถามสด ให้เสนอพร้อมระบุชื่อเรื่องที่จะถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนวันประชุม และต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

(๒) เป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร และประชาชน

(๓) เป็นเรื่องเหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนเพราะภัยสาธารณะ

(๔) เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีหรือเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

(๕) เป็นเรื่องเร่งด่วน

เมื่อประธานสภาได้วินิจฉัยว่าเป็นกระทู้ถามสดแล้ว ให้ประธานสภารีบบรรจุกระทู้ถามสดเข้าระเบียบวาระการประชุม และแจ้งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบโดยทันที

ในกรณีที่ประธานสภาได้วินิจฉัยไม่เป็นกระทู้ถามสด ให้เลขานุการสภาแจ้งให้ผู้ตั้งกระทู้ถามทราบโดยทันที

 

ข้อ ๑๑๐ ทวิ[๕]  ในการประชุมครั้งหนึ่งๆ ให้บรรจุกระทู้ถามสดได้ไม่เกินสามกระทู้ และมิให้ผู้ตั้งกระทู้ถามคนเดียวกันเกินกว่าหนึ่งกระทู้

การถาม การชี้แจง และการตอบกระทู้ถามสด ให้พิจารณารวมกันภายในกำหนดเวลาไม่เกินหกสิบนาทีในการประชุมแต่ละครั้งของสัปดาห์ และผู้ตั้งกระทู้ถามสดมิสิทธิซักถามเรื่องละไม่เกินสามครั้ง

 

ข้อ ๑๑๐ ตรี[๖]  การถาม การชี้แจงหรือการตอบกระทู้ถามสด ให้ดำเนินการในที่ประชุมสภา

การจัดลำดับกระทู้ถามสดเข้าระเบียบวาระการประชุมในแต่ละครั้ง การถาม การชี้แจง หรือการตอบกระทู้ถามสดให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด

 

ข้อ ๑๑๑[๗]  กระทู้ถามทั่วไปให้มีข้อความเป็นคำถามในข้อเท็จจริงหรือนโยบายอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร

ข้อเท็จจริงที่อ้างประกอบกระทู้ถามทั่วไป ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ตั้งกระทู้ถามรับรองว่าถูกต้องแม้ไม่ได้ยืนยันรับรองไว้ในกระทู้ถามทั่วไปก็ตาม และถ้าจำเป็นจะต้องมีคำชี้แจงประกอบให้ระบุแยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก

เมื่อมีการตั้งกระทู้ถามทั่วไปให้ประธานสภาจัดส่งกระทู้ถามไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพเพื่อเตรียมตอบ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครส่งคำตอบกระทู้ถามไปให้สภากรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ และโดยปกติให้บรรจุเข้าระเบียบวาระภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สภาได้คำตอบ

 

ข้อ ๑๑๑ ทวิ[๘]  ให้เป็นอำนาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัยว่ากระทู้ถามใดที่สมาชิกตั้งคำถามมาเป็นหรือไม่เป็นกระทู้ถามตามข้อ ๑๐๖ (๒) ข้อ ๑๐๘ ข้อ ๑๐๙ และข้อ ๑๑๑

การวินิจฉัยดังกล่าวในวรรคหนึ่งเป็นประการใด ให้เลขานุการสภาแจ้งให้ผู้ตั้งกระทู้ถามทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับกระทู้ถามนั้น

 

ข้อ ๑๑๒[๙]  เมื่อถึงระเบียบวาระกระทู้ถาม ให้ประธานสภาอนุญาตให้ถามตามลำดับ คือ กระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไป

(๑) ถ้ามีกระทู้ถามด่วน ให้ประธานสภาอนุญาตให้ถามก่อนกระทู้ถามธรรมดา

(๒) ถ้ามีกระทู้ด่วนหลายกระทู้ ให้ประธานสภาอนุญาตให้ถามก่อนหลังตามที่เห็นสมควร

ในการถามตามวรรคหนึ่งมิให้ชี้แจงหรืออ่านคำชี้แจงประกอบ

 

ข้อ ๑๑๓  ผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิถอนกระทู้ถามได้

เมื่อถึงระเบียบวาระกระทู้ถามของผู้ใด ถ้าผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ถามหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ถือว่ากระทู้ถามนั้นตกไป

 

ข้อ ๑๑๔  เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ตอบกระทู้ถามแล้ว ผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิซักถามได้อีกสามครั้ง เว้นแต่จะขอซักถามต่อไปเพราะยังตอบไม่หมดประเด็นตามที่ซักถามและประธานสภาได้อนุญาต

ในการซักถามนั้น ผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบได้เท่าที่จำเป็นแต่ต้องไม่เป็นการอภิปราย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้ถามหรือข้อซักถามเมื่อเห็นว่าเรื่องนั้น ๆ ยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ในกรณีที่ไม่ตอบกระทู้ถามให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแจ้งให้สภากรุงเทพมหานครทราบภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๑๑

 

ข้อ ๑๑๕  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามก็ได้แต่ต้องชี้แจงเหตุผลในที่ประชุม และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด

 

ข้อ ๑๑๖[๑๐]  การประชุมครั้งหนึ่งๆ ให้บรรจุกระทู้ถามได้ไม่เกินห้ากระทู้โดยมีกระทู้ถามสดไม่เกินสามกระทู้ แต้ถาหากมีกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน ประธานสภาจะบรรจุกระทู้ถามเกินกว่าห้ากระทู้ก็ได้ ทั้งนี้ กระทู้ถามที่เพิ่มขึ้นต้องไม่ใช่กระทู้ถามสด

ในการประชุมครั้งหนึ่งมิให้ผู้ตั้งกระทู้ถามคนเดียวกันถามเกินกว่าหนึ่งกระทู้ เว้นแต่ไม่มีกระทู้ถามของสมาชิกอื่นเหลืออยู่

 

ข้อ ๑๑๗  กระทู้ถามใดที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังมิได้ตอบ ถ้าอายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลงอายุหรือมิการยุบสภา หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง ให้ถือว่าระงับไป

 

หมวด ๑๐

การรักษาระเบียบและความสงบเรียบร้อย

                       

 

ข้อ ๑๑๘  สถานที่ประชุมของสภาย่อมเป็นที่เคารพ ผู้เข้าไปจะต้องแต่งกายสุภาพ ประพฤติตนให้เรียบร้อย และอยู่ ณ ที่ซึ่งจัดไว้

การแต่งกายของสมาชิกนั้นให้แต่งเครื่องแบบ ฯ หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทานหรือตามที่ประธานกำหนด

ในขณะที่มีการประชุมห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในที่ซึ่งจัดไว้สำหรับสมาชิกสภา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ของสภา และคณะกรรมการ

ประธานสภามีอำนาจอนุญาตให้ผู้แทนสื่อมวลชน และบุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมและการปรึกษาของสภา ตลอดจนวางระเบียบในการนั้น

 

ข้อ ๑๑๙  ภายใต้บังคับข้อ ๖๙ ในที่ประชุม ถ้าประธานให้สัญญาณด้วยการเคาะค้อนหรือยืนขึ้น ให้ผู้ที่กำลังพูดหยุดพูดและนั่งลงทันที

 

ข้อ ๑๒๐  ในที่ประชุมห้ามผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้

(๑) ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ กล่าวคำหยาบคาย เสียดสี หรือใส่ร้ายบุคคลอื่น

(๒) ก่อกวนความสงบเรียบร้อย หรือกระทำให้เสื่อมเกียรติของที่ประชุม

(๓) ใช้เครื่องมือสื่อสารใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดการรบกวน และสูบบุหรี่ในที่ประชุม

 

ข้อ ๑๒๑  ผู้ใดละเมิดข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาระเบียบของที่ประชุมก็ดี หรือละเมิดข้อบังคับข้อ ๑๒๐ ก็ดี ประธานมีอำนาจตักเตือนห้ามปราม ให้ถอนคำพูดหรือบังคับให้กล่าวคำขอขมาในที่ประชุม

 

ข้อ ๑๒๒  ในกรณีขัดคำสั่งประธานและก่อกวนความสงบเรียบร้อยหรือกระทำการให้เสื่อมเกียรติของที่ประชุม ประธานมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดกระทำในเรื่องนั้น หรือสั่งให้ออกไปจากที่ประชุมครั้งนั้นโดยมีหรือไม่มีกำหนดเวลาก็ได้

 

ข้อ ๑๒๓  ในกรณีประธานสั่งให้ผู้ใดออกจากที่ประชุม หากผู้นั้นขัดขืน ประธานมีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ให้นำตัวผู้นั้นออกจากที่ประชุมหรือออกไปให้พ้นบริเวณสภาก็ได้

 

ข้อ ๑๒๔  ผู้ใดขัดคำสั่งประธาน หรือในกรณีที่ประชุมได้ลงมติในญัตติตามความในข้อ ๔๒ หรือข้อ ๔๓ ว่าได้มีการผิดข้อบังคับแล้ว ให้ประธานมีอำนาจสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้แล้วแต่กรณี

(๑) ให้ถอนคำพูด

(๒) ให้กล่าวคำขอขมาในที่ประชุม

(๓) ภาคทัณฑ์

 

ข้อ ๑๒๕  ถ้าเกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในที่ประชุม ประธานมีอำนาจสั่งพักชั่วคราวหรือสั่งเลิกประชุมในครั้งนั้นได้

 

ข้อ ๑๒๖  คำสั่งประธานตามความในหมวดนี้ ให้ถือเป็นเด็ดขาด

 

หมวด ๑๑

การลา

                  

 

ข้อ ๑๒๗  สมาชิกสภาผู้ใดไม่สามารถมาประชุมตามกำหนดได้ ให้เสนอใบลาต่อประธานสภา ประธานสภามีอำนาจให้ลาได้อย่างมากในสมัยหนึ่งไม่เกินสามวันที่มีการประชุม ถ้าเกินกว่านี้ต้องขอให้สภาวินิจฉัยว่าจะให้ลาได้หรือไม่เพียงใด

 

หมวด ๑๒

บทสุดท้าย

                  

 

ข้อ ๑๒๘  การเสนอญัตติใด ๆ ที่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ รวมทั้งญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพทมหานคร และการตั้งกระทู้ถาม ให้ใช้ตามแบบท้ายข้อบังคับนี้

 

ข้อ ๑๒๙  ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ให้เป็นอำนาจของสภาที่จะวินิจฉัย และเมื่อที่ประชุมได้ลงมติวินิจฉัยโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด

การขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าห้าคน

 

ข้อ ๑๓๐  การขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนี้ต้องเสนอเป็นญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา

การเสนอและพิจารณาญัตติดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้นำข้อบังคับว่าด้วยการเสนอและพิจารณาร่างข้อบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

ข้อ ๑๓๑  คณะกรรมการสามัญประจำสภาที่มีอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับให้คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะครบวาระ

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑

ศราวุฒิ  ปฤชาบุตร

ประธานสภากรุงเทพมหานคร

 


[เอกสารแนบ]

 

(๑) แบบญัตติ

(๒) แบบเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

(๓) แบบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

(๔) แบบกระทู้ถาม

 

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

 

 

 


ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒[๑๑]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ เนื่องด้วยสภาผู้แทนราษฎรได้ปรับปรุงแก้ไขและประกาศใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๔๑ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการตั้งกระทู้ถามสด จึงเห็นสมควรปรับปรุงข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อให้การตั้งกระทู้ถามสดมีระยะเวลาดำเนินการที่รวดเร็วทันกับเหตุการณ์ รวมถึงการกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติให้ชัดเจนสอดคล้องและคล้ายคลึงกับกระทู้ถามสดของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๔๑ และไม่ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับนี้

 

ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖[๑๒]

 

ข้อ ๔  ให้คณะกรรมการสามัญประจำสภาที่มีอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับสิ้นสุดวาระการปฏิบัติหน้าที่ทันที ยกเว้นคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุมและพิจารณาเปิดเผยรายงานการประชุมลับ ให้คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และให้สภาเลือกตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภาตามข้อ ๘๓ แห่งข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับนี้ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชักช้า

คณะกรรมการที่สภาเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้มีวาระการปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

 

ข้อ ๕  ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบังคับนี้

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ เนื่องจากคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๘๓ แห่งข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๑ ยังไม่สอดคล้องกับกิจการตามอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร สมควรปรับปรุงคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับการประชุมสภานี้

 

 

 

 

 

วชิระ/จัดทำ

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๑๖ ง/หน้า ๔๑/๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑

[๒] ข้อ ๘๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๓] ข้อ ๑๐๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๔] ข้อ ๑๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๕] ข้อ ๑๑๐ ทวิ เพิ่มโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๖] ข้อ ๑๑๐ ตรี เพิ่มโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๗] ข้อ ๑๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๘] ข้อ ๑๑๑ ทวิ เพิ่มโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๙] ข้อ ๑๑๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๑๐] ข้อ ๑๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๕๗ ง/หน้า ๑๕/๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๒

[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง/หน้า ๖๖/๑๕ กันยายน ๒๕๔๖