ข้อบังคับกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการกำหนดประเภทรายรับ - รายจ่าย
และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๒๓
---------------------------
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๔ แห่งระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีการ
งบประมาณของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๓ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดข้อบังคับ
ว่าด้วยการกำหนดประเภทรายรับ - รายจ่าย และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ให้เรียกว่า "ข้อบังคับกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกำหนดประเภท
รายรับ - รายจ่าย และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๓"
ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกำหนดประเภทรายรับ -
รายจ่าย และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๔ การจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานครให้อาศัย
ประมาณการรายรับประจำปีเป็นหลักในการพิจารณา
หมวด ๑
ประเภทรายรับ
ข้อ ๕ ประมาณการรายรับ ประกอบด้วยรายได้ประจำและรายได้อื่น เช่น เงินกู้ เงิน
สะสม (เฉพาะจำนวนเงินที่นำมาตั้งจ่าย) หรือ เงินอุดหนุนพิเศษเฉพาะกิจการ หรือกำไรจาก
สาธารณูปโภค หรือ การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
ข้อ ๖ รายได้ประจำตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ให้จำแนกออกเป็นหมวด
ต่าง ๆ ดังนี้
(๑) หมวดภาษีอากร
คือ รายได้ประเภทภาษีอากรซึ่งกรุงเทพมหานครจัดเก็บ หรือรัฐบาลจัดเก็บแล้ว
โอนทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่กรุงเทพมหานครตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้
(๒) หมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต ซึ่งส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง
จัดเก็บแล้วโอนทั้งหมด หรือบางส่วนให้กรุงเทพมหานคร หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้
กรุงเทพมหานครจัดเก็บเอง
(๓) หมวดรายได้จากทรัพย์สิน
คือ รายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตร เงินปันผล ดอกเบี้ยเงินฝาก และรายได้จาก
ทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร หรืออยู่ในความควบคุมดูแลของกรุงเทพมหานคร
(๔) หมวดรายได้จากสาธารณูปโภคและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
คือ รายได้อันเกิดจากการสาธารณูปโภค หรือการพาณิชย์อื่นใดของ
กรุงเทพมหานคร
(๕) หมวดเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
คือ เงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาล เช่น เงินอุดหนุนเพื่อการบูรณะท้องถิ่นและ
กิจการอื่นทั่วไป
(๖) หมวดรายได้เบ็ดเตล็ด
คือ รายได้ที่ไม่เข้าลักษณะเป็นรายได้หมวดหนึ่งหมวดใดดังกล่าวข้างต้น
หมวด ๒
ประเภทรายจ่ายในงบประมาณ
ข้อ ๗ ก. รายจ่ายประจำ คือรายจ่ายซึ่งตั้งจ่ายจากรายได้ประจำจำแนกเป็น ๒
ลักษณะ ได้แก่รายจ่ายงบกลางและรายจ่ายของหน่วยงาน
- รายจ่ายงบกลาง คือ รายจ่ายที่เป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ๒๕๒๓
- รายจ่ายของหน่วยงาน หมายความว่ารายจ่ายที่กำหนดไว้สำหรับ
หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะจำแนกเป็น ๑๑ หมวด ดังต่อไปนี้
(๑) หมวดเงินเดือน
เงินเดือน หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ข้าราชการของกรุงเทพมหานคร
ทุกประเภทเป็นรายเดือน โดยมีอัตรากำหนดไว้แน่นอนในบัญชีกำหนดจำนวนตำแหน่ง และอัตรา
เงินเดือนประจำปี และรวมถึงเงินที่รัฐมนตรีกำหนดให้จ่ายในลักษณะเงินเดือน เงินเพิ่มพิเศษต่าง ๆ
ที่จ่ายควบกับเงินเดือน เช่น เงินเพิ่มค่าวิชา เป็นต้น โดยให้แยกเป็นข้าราชการการเมือง และข้าราชการ
ประจำ
(๒) หมวดค่าจ้างประจำ
ค่าจ้างประจำ หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างประจำของ
กรุงเทพมหานคร ตามอัตราและจำนวนที่ได้รับอนุมัติ และรวมตลอดถึงเงินที่จ่ายควบกับค่าจ้างประจำ
เช่น เงินช่วยเหลือค่าทำศพ เป็นต้น
(๓) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
ค่าจ้างชั่วคราว หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นค่าแรงงานสำหรับการทำงานปกติ
แก่ลูกจ้างชั่วคราวของกรุงเทพมหานคร
(๔) หมวดค่าตอบแทน
ค่าตอบแทน หมายความว่า เงินที่จ่ายตอบแทนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานให้แก่
กรุงเทพมหานคร
(๕) หมวดค่าใช้สอย
ค่าใช้สอย หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการใด ๆ (นอกจากบริการ
สาธารณูปโภค) รายจ่ายเกี่ยวกับการรับรองและพิธีการ และรายจ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้า
ลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ
(๖) หมวดค่าสาธารณูปโภค
ค่าสาธารณูปโภค หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการสาธารณูปโภค
เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าไปรษณีย์โทรเลขเป็นต้น
(๗) หมวดค่าวัสดุ
ค่าวัสดุ หมายความว่า รายจ่ายเพื่อซื้อสิ่งของซึ่งโดยสภาพย่อมสิ้นเปลือง
เปลี่ยน หรือสลายตัวในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อการบำรุงรักษาหรือ
ซ่อมแซมทรัพย์สิน
ค่าซื้อสิ่งของซึ่งตามปกติมีอายุการใช้ยืนนาน แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือซื้อครั้งหนึ่ง
ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ตามตัวอย่างสิ่งของ ซึ่งตามปกติอายุการใช้ยืนนาน ให้เบิกจ่ายในหมวดนี้ แต่ถ้า
ราคาเกิน ๑,๐๐๐ บาท หรือเป็นสิ่งของซึ่งมีระบุไว้ในรายจ่ายหมวดค่าครุภัณฑ์ ให้เบิกจ่ายในหมวด
ค่าครุภัณฑ์
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการสั่งซื้อสิ่งของดังกล่าวจากต่างประเทศโดยตรง ซึ่งต้องชำระ
พร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทย ค่าภาษีในต่างประเทศ ค่า
ประกันภัยสิ่งของ เป็นต้น ให้เบิกจ่ายในหมวดนี้
(๘) หมวดค่าครุภัณฑ์
ค่าครุภัณฑ์ หมายความว่า รายจ่ายเพื่อซื้อหรือแลกเปลี่ยนสิ่งของ ซึ่งตามปกติ
มีลักษณะคงทนถาวรมีอายุการใช้ยืนนานตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบดัดแปลงหรือต่อเติมสิ่งของดังกล่าว
ในวรรคแรกตลอดจนค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสิ่งของดังกล่าวจากต่างประเทศโดยตรง ซึ่งต้องชำระ
พร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทย ค่าภาษีในต่างประเทศ ค่า
ประกันภัยสิ่งของเป็นต้น ให้เบิกจ่ายในหมวดนี้
(๙) หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินและหรือ
สิ่งก่อสร้าง รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ซึ่งติดอยู่กับที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้น
เนื่องจากการปรับปรุงที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งมิใช่เป็นการซ่อมแซมตามปกติ
(๑๐) หมวดเงินอุดหนุน
เงินอุดหนุน หมายความว่า เงินที่จ่ายเพื่อช่วยเหลือหรือจ่ายเป็นค่าบำรุงแก่
กิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ องค์การหรือเอกชน
(๑๑) หมวดรายจ่ายอื่น
รายจ่ายอื่น หมายความว่า รายจ่ายต่าง ๆ ซึ่งไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดหนึ่ง
หมวดใดดังกล่าวข้างต้น เช่น รายจ่ายค้างชำระ ภาษีถอนคืน จ่ายคืนค่าปรับเป็นต้น
รายละเอียดประเภทรายได้ รายจ่ายตามหมวดรายได้และรายจ่ายต่าง ๆ ปรากฏใน
บัญชีรายละเอียดท้ายข้อบังคับนี้
ข. รายจ่ายพิเศษ ให้เป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๒๓ และให้จำแนกเป็นหมวดรายจ่ายโดยอนุโลม ตามรายจ่ายประจำเท่าที่จะทำได้
หมวด ๓
การคำนวณประมาณการรายรับ
ข้อ ๘ การประมาณการรายรับประเภทรายได้นั้นต้องแสดงรายการดังนี้
(ก) จำแนกรายชื่อประเภทรายได้ในหมวดต่าง ๆ ตลอดจนรายละเอียด
ประเภทรายได้นั้น ๆ (ถ้ามี)
(ข) จำนวนเงินที่ประมาณตั้งรับในปีปัจจุบัน
(ค) จำนวนเงินเพิ่ม หรือลดสำหรับประมาณการปีใหม่
(ง) เงินที่ประมาณการว่าจะจัดเก็บได้ในปีใหม่
ส่วนรายรับอื่น ๆ ก็ให้แสดงรายการ โดยอนุโลมตามประเภทรายได้เท่าที่จะทำได้
ข้อ ๙ การคำนวณประมาณการรายรับประเภทรายได้นั้น ให้ลงจำนวนรับทั้งสิ้น
โดยไม่หักรายจ่ายใด ๆ และมีบันทึกแสดงหลักเกณฑ์การคำนวณและแจ้งข้อความดังต่อไปนี้ (ถ้ามี)
ด้วยคือ
(ก) รายได้จริงของปีก่อน ๆ เป็นรายปีถัดขึ้นไปอย่างน้อย ๓ ปี
(ข) รายได้จริง ๖ เดือนหลังของปีก่อนเท่าใด และ ๖ เดือนต้นของปีปัจจุบัน
เท่าใด
(ค) อัตราและเกณฑ์จำนวนที่ตั้งเก็บและจำนวนซึ่งประมาณจะเก็บ
(ง) มีเงินค้างเก่าจากปีก่อน ๆ ที่ยกมาเก็บเท่าใด และประมาณว่าจะเก็บได้
เท่าใด
(จ) แสดงเหตุผลหรือคำชี้แจงอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องมี
ส่วนรายรับอื่น ๆ ให้แสดงหลักเกณฑ์การคำนวณโดยอนุโลมเท่าที่จะทำได้
หมวด ๔
การคำนวณและข้อปฏิบัติในการตั้งงบประมาณรายจ่าย
ข้อ ๑๐ การตั้งงบประมาณรายจ่ายต้องแสดงรายการไว้ดังนี้
(ก) งบประมาณรายจ่ายให้จำแนกตามลักษณะแผนงานและงานหรือโครงการ
ตลอดจนรายละเอียดตามหมวดรายจ่าย นั้น ๆ คือเงินเดือนและค่าจ้างประจำให้แสดงจำนวนอัตราเดิม
และอัตราใหม่ ค่าจ้างชั่วคราว ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าสาธารณูปโภค และค่าวัสดุ ให้แสดงยอดรวม
โดยระบุลักษณะรายจ่ายส่วนใหญ่ไว้ ค่าครุภัณฑ์ และค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ให้แสดงรายการ ประเภท
จำนวน และรายละเอียดขนาดกว้าง ยาว เงินอุดหนุนให้แสดงรายการว่าอุดหนุนกิจการใด เท่าใด
รายจ่ายอื่น ให้แสดงรายการประกอบด้วย
(ข) จำนวนเงินงบประมาณที่อนุมัติให้ถือจ่ายประจำปีปัจจุบัน
(ค) จำนวนเงินเพิ่มหรือลดสำหรับงบประมาณปีใหม่
(ง) เงินที่ประมาณจะขอถือจ่ายในปีใหม่
ข้อ ๑๑ การคำนวณตั้งงบประมาณ หมวดเงินเดือน ให้ตั้งตามตำแหน่งและอัตรา
เงินเดือนไม่เกินกว่าบัญชีกำหนดตำแหน่ง และอัตราเงินเดือนที่ได้รับอนุมัติจาก ก.ก. ตามรูปส่วนการ
บริหารของกรุงเทพมหานคร โดยแยกตั้งตามตำแหน่งและอัตราเงินเดือนซึ่งได้รับจริงในปัจจุบัน
เฉพาะเงินเลื่อนขั้น เลื่อนอันดับเงินเดือนประจำปีให้แยกตั้งเป็นอีกยอดหนึ่งต่างหาก การคำนวณตั้ง
งบประมาณให้คิดตั้งไม่เกิน ๑๒ เดือน
ถ้ามีเหตุที่ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน ก็ให้ลดเงินสำหรับตำแหน่งนั้น แต่ต้องหมายเหตุให้
ทราบด้วยว่าเป็นการเลิกตำแหน่งหรืองดจ่ายชั่วคราว
อัตราใหม่ที่จะตั้งในงบประมาณนั้น จะต้องมีคำชี้แจงแสดงเหตุผลและความจำเป็น
ที่จะต้องตั้งเพิ่มขึ้น
ข้อ ๑๒ การคำนวณตั้งงบประมาณรายจ่ายหมวดค่าจ้างประจำให้ตั้งตามจำนวน
และอัตราค่าจ้างที่ได้รับจริงในปัจจุบันเฉพาะเงินเพิ่มค่าจ้างประจำปีให้แยกตั้งเป็นอีกยอดหนึ่งต่างหาก
การคำนวณตั้งงบประมาณให้คิดตั้งไม่เกิน ๑๒ เดือน
ถ้ามีเหตุไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง ก็ให้ลดเงินสำหรับอัตรานั้นแต่ต้องหมายเหตุให้ทราบ
ด้วยว่าเป็นการเลิกจ้าง หรืองดจ่ายชั่วคราว
อัตราใหม่ที่จะตั้งในงบประมาณนั้น ต้องมีคำชี้แจงแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่
จะต้องตั้งเพิ่มขึ้น
ข้อ ๑๓ การคำนวณตั้งงบประมาณ หมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดค่าตอบแทน
หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าสาธารณูปโภค หมวดค่าวัสดุ หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่น ให้ถือ
จำนวนเงินที่จ่ายจริงในปีก่อนเป็นเกณฑ์และประมาณให้ใกล้เคียงกับที่จะจ่ายจริงในปีหน้า
ข้อ ๑๔ การคำนวณตั้งงบประมาณหมวดค่าครุภัณฑ์ต้องกำหนดให้ใกล้เคียงกับที่
จะจ่ายจริงโดยแสดงรายการ ชนิด ประเภท และจำนวนของครุภัณฑ์ และให้ชี้แจงประกอบว่ามีเหตุผล
ความจำเป็นอย่างไรที่จะใช้ครุภัณฑ์นั้น ๆ พร้อมทั้งแสดงจำนวนครุภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ และจัดลำดับความ
จำเป็นเร่งด่วนด้วย
ข้อ ๑๕ การคำนวณตั้งงบประมาณ หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างต้องกำหนดให้
ใกล้เคียงกับที่จะจ่ายจริง พร้อมทั้งจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วน และมีคำชี้แจงประกอบโดยแสดง
(ก) ลักษณะ ปริมาณ และคุณภาพของงาน
(ข) ประมาณว่าจะต้องจ่ายทั้งสิ้นจนงานนั้นสำเร็จเท่าใด
(ค) จำนวนเงินที่จ่ายไปแล้วเท่าใด (ถ้ามี)
(ง) จำนวนเงินที่ขอตั้งในงบประมาณประจำปีเท่าใด
ข้อ ๑๖ การเสนอรายละเอียดเพื่อประกอบการขอตั้งงบประมาณประจำปี จะต้อง
แสดงรายละเอียดและข้อมูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อหัวหน้าหน่วยงานตกลงเรียงลำดับความสำคัญของแต่ละงานหรือโครงการ
แล้ว ขอให้แสดงว่างบประมาณสำหรับงานหรือโครงการที่ขอตั้งมามีวัตถุประสงค์ (ที่รัดกุมชัดเจน)
ขอบเขตเป้าหมาย (ที่แน่นอน) และกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด (ถ้ามี) อย่างไร ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายของ
งานหรือโครงการควรแสดงในเชิงตัวเลขเท่าที่จะทำได้ ว่าในปีใดต้องการจะบรรลุผลสำเร็จแห่งเป้าหมาย
อย่างไรเพียงใด
(๒) ขอให้เตรียมผลงานของแต่ละงานหรือโครงการ (ถ้ามี) ว่าในแต่ละปีที่ได้รับ
งบประมาณไปแล้ว สามารถดำเนินงานได้ผลเป็นอย่างไร ใช้เงินไปเท่าใด ทั้งนี้ขอให้แสดงเป็นตัวเลข
โดยไม่ต้องเขียนไปในรายละเอียด เป็นเพียงเอกสารประกอบหากงานใดที่ถึงมือประชาชนก็ชี้แจงว่า
ประชาชน เขต แขวงใด ได้รับประโยชน์ เป็นจำนวนเท่าใด มีงานที่จะต้องทำต่อไปเหลืออีกเท่าใดหรือไม่
(๓) การชี้แจงรายละเอียด หมวดเงินเดือน ควรจะเตรียมบัญชีถือจ่ายมาประกอบ
การพิจารณาเกี่ยวกับอัตราเดิม
หากในปีที่ขอตั้งงบประมาณยังไม่แล้วเสร็จก็ขอให้ใช้ในปีที่แล้วมาแทน
กรณีที่ขอตั้งอัตราเงินเดือนใหม่ แม้ ก.ก. จะอนุมัติอัตราให้แล้ว หากไม่จำเป็นก็ไม่
ควรขอมาทั้งหมด น่าจะเรียงลำดับความสำคัญว่าควรจะขออัตราใดก่อนหลัง และมีสถิติผลงาน
ประกอบ อาจจะนำสถิติจากที่ขอไป ก.ก. มาแสดงได้โดยให้คำนึงถึงกำลังงบประมาณประกอบ อัตราใด
ซึ่งควรจะรอได้โดยไม่เสียราชการ ควรรอไว้ในปีงบประมาณต่อไป (โปรดดูแบบ ง. ๑๐๒ ก. ต่อท้ายข้อ
บังคับนี้)
(๔) การขอตั้งงบประมาณ หมวดค่าจ้างประจำ สำหรับอัตราเดิมของลูกจ้างประจำ
ให้จำแนกตำแหน่งไว้ด้วย
ให้ขอตั้งตามอัตรากำลังที่กำหนดไว้ โดยแสดงว่ามีความจำเป็นอย่างไร และมีสถิติ
งานประกอบเช่นเดียวกับการขอตั้งอัตราเงินเดือน (โปรดดูแบบ ง. ๑๐๒ ข. ต่อท้ายข้อบังคับ)
(๕) การขอตั้งงบประมาณ หมวดค่าจ้างชั่วคราว เฉพาะที่เป็นการจ้างชั่วคราวโดย
แท้จริง คือ จ้างโดยมีกำหนดระยะเวลา เช่น จ้าง ๓ เดือน หรือ ๕๐๐ ช.ม. แล้วเลิกจ้าง
การจ้างชั่วคราวอาจจำแนกออกเป็น ๒ แบบ คือ เป็นรายเดือนอย่างหนึ่ง และเป็น
รายวันหรือรายชั่วโมงอีกอย่างหนึ่ง สำหรับการจ้างแบบแรกขอให้แสดงรายชื่อ ตำแหน่งอัตราค่าจ้างของ
แต่ละอัตรา กำหนดระยะเวลาการจ้าง ยอดเงินรวมของแต่ละอัตราและยอดเงินรวมของทุกอัตรา
ส่วนการจ้างแบบหลังขอให้แสดงรายละเอียดว่า จ้างเป็นรายวัน หรือรายชั่วโมง
อัตราค่าจ้างคนละ วันละ หรือชั่วโมงละเท่าใด จ้างกี่คน คนละกี่วัน หรือกี่ชั่วโมง และยอดเงินรวมเป็น
เท่าใด
การจ้างลูกจ้างชั่วคราว โดยปกติสัมพันธ์กับงานที่จะทำตลอดจนงบประมาณหมวด
ค่าใช้สอยและวัสดุ (โปรดดูแบบ ง. ๑๐๒ ค. ต่อท้ายข้อบังคับนี้)
(๖) รายละเอียดหมวดค่าตอบแทนนั้น ขอให้แสดงเป็นรายประเภท เช่น ค่าเช่าบ้าน
ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าเบี้ยประชุม ค่าล่วงเวลา และชี้แจงเหตุผลประกอบในการขอตั้งแต่ละประเภท การ
หาตัวเลขเพื่อมาตั้งงบประมาณนั้น อาจทำได้โดยวิธีสำรวจข้อเท็จจริงของหน่วยงานหรือเทียบยอดจ่าย
จริงจากปีที่แล้ว ๆ มา ว่าควรจะตั้งยอดสักเท่าใดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าใด สำหรับค่าล่วงเวลาควรจะ
แสดงถึงงานที่จะต้องปฏิบัติล่วงเวลาจำนวนเจ้าหน้าที่อัตราค่าล่วงเวลาเมื่อคำนวณมาแล้วก็ให้ขอตั้ง
งบประมาณ (โปรดดูแบบ ง. ๑๐๒ ง. ต่อท้ายข้อบังคับนี้)
(๗) การเตรียมรายละเอียด หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าสาธารณูปโภค และหมวดค่า
วัสดุ ขอให้มีรายละเอียดของแต่ละรายการและในแต่ละรายการควรจะแสดงรายการตามจำแนก
ประเภทที่กำหนดและแสดงที่มาของจำนวนเงินที่ขอตั้งว่าคำนวณมาได้อย่างไร หากสูงหรือต่ำกว่า
ปีก่อน ควรให้เหตุผลไว้ให้ชัดเจน การคำนวณตั้งงบประมาณควรจะพิจารณาจากงานที่จะทำมา
ประกอบ หากเป็นงานบริหาร ก็ควรจะเก็บจากตัวเลขที่จ่ายจริงในปีที่แล้วมา โดยแยกรายละเอียดให้
มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ค่าใช้สอยประเภทซ่อมแซมทรัพย์สิน ควรจะมีรายการซ่อม จำนวนเงินของ
แต่ละประเภทกับแสดงราคาอายุของทรัพย์สิน ประวัติการซ่อม ฯลฯ ค่าวัสดุสำนักงาน แสดงถึงของที่
จะซื้อแต่ละรายการประกอบด้วย จำนวนเงินรวมยอดเป็นรายการขอตั้งงบประมาณ (โปรดดูแบบ ง.
๑๐๒ ง. ต่อท้ายข้อบังคับนี้)
(๘) รายละเอียดเกี่ยวกับค่าครุภัณฑ์ ครุภัณฑ์ที่มีราคามาตรฐานก็ขอให้ตั้งตาม
ราคามาตรฐาน หากจะตั้งต่ำกว่าเพราะซื้อเป็นจำนวนมากก็ทำได้ สำหรับครุภัณฑ์ที่ไม่มีราคามาตรฐาน
จะมีชนิดลักษณะ (หมายถึงข้อกำหนดที่สามารถใช้ประมูลได้) ก่อนที่จะขอตั้งควรจะชี้แจงเหตุผล ความ
จำเป็นที่จะต้องใช้ครุภัณฑ์นั้น ๆ โดยมีหลักการย่อ ๆ ดังนี้
๑. ความจำเป็นที่ต้องมีครุภัณฑ์ชนิดนั้น เพราะอะไร ของเดิมมีอยู่หรือไม่ ถ้าไม่
มีครุภัณฑ์นี้ปฏิบัติงานกันมาอย่างไร
๒. ความจำเป็นที่จะต้องขอตั้งตามจำนวนที่ขอเพราะเหตุใด เช่น ตู้เหล็กเก็บ
เอกสาร ๓ ตู้ ควรจะชี้แจงว่าเหตุใดต้องใช้ ๓ ตู้ มีวิธีคำนวณมาได้อย่างไร
เนื่องจากบัญชีครุภัณฑ์ของแต่ละหน่วยราชการได้จัดทำไว้แล้ว ตามระเบียบเจ้าของ
งานแต่ละงานควรจะทราบและเตรียมแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนอยู่เสมอ เพราะจะเป็นหลักประกอบการ
พิจารณาได้เป็นอย่างดีและถูกต้อง หากจะมีการยืมครุภัณฑ์กันใช้ระหว่างงาน ก็ควรจะถือว่าเป็นการ
ภายใน ให้ตกลงกันว่าขอตั้งงบประมาณแต่ทางเดียวคือ ในงานที่ขาดครุภัณฑ์ประเภทนั้น ๆ
ปรากฏว่ามีครุภัณฑ์บางประเภท เช่น เครื่องมือวิทยาศาสตร์ หรือเป็นของใช้เฉพาะ
หน่วยงานนั้น และไม่สามารถหาราคามาตรฐานตั้งงบประมาณได้ ก็ขอให้เตรียม แบบรูป (แคตตาล๊อค)
ซึ่งประกอบด้วยชนิด ขนาด ไว้ให้พร้อมที่จะประกอบคำชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่วิเคราะห์งบประมาณได้ การ
เตรียมไว้ให้พร้อมเสียในโอกาสแรกเช่นนี้จะทำให้สะดวกต่อการขออนุมัติเงินประจำงวด ซื้อครุภัณฑ์
นั้น ๆ เป็นอย่างมากอีกด้วย (โปรดดูแบบ ง. ๑๐๒ ง. ท้ายข้อบังคับนี้)
(๙) การเตรียมงบประมาณหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
ควรจะแสดงเหตุผลความจำเป็นว่า ที่ขอตั้งงบประมาณนี้จำเป็นอย่างไร เดิมปฏิบัติ
อยู่อย่างไร หากไม่ขอตั้งจะเสียหายหรือไม่ เช่น ขอตั้งงบประมาณค่าสร้างบ้านพัก ก็ควรจะชี้แจงว่าเดิม
เช่าเขาอยู่มีอัตราค่าเช่าเท่าใด เมื่อสร้างแล้วจะคุ้มกับค่าเช่า และมีความเหมาะสมอย่างไร ขอให้
พิจารณาในหลักการความจำเป็นเสียก่อน หากรับหลักการแล้วจึงเสนอขอตั้งงบประมาณ ทั้งนี้
ก. ถ้าจำนวนเงินที่ขอตั้งงบประมาณเป็นไปตามมาตรฐาน และเคยส่งแบบแปลนให้
เจ้าหน้าที่งบประมาณแล้ว ก็ให้เตรียมแบบแปลนไว้ชี้แจง โดยระบุเนื้อที่ และราคาต่อหน่วยไว้ เว้นแต่ที่มี
การกำหนดแบบแปลนไว้เป็นมาตรฐานแล้ว
ข. รายการค่าก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานก็ควรจะมีรายการแบบแปลน
ประกอบ เช่น ก่อสร้างที่ทำการ ควรมีแผนผังบริเวณก่อสร้าง กำหนดจุดที่จะก่อสร้าง แสดงภาพพื้นที่
กว้างยาวเท่าใด กับต้องแสดงราคากลางว่าเป็นราคาหน่วยละเท่าใด หากราคาต่อหน่วยสูง ก็ควรจะ
แสดงเหตุผลพิเศษเพิ่มเติมว่าเป็นเพราะเหตุใด (การมีแบบแปลนรายการประกอบแบบและราคากลางนี้
เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็ใช้ประโยชน์ในการของวดเงินได้)
ค. รายการปรับปรุงสถานที่ทำการ เช่น ปรับปรุงต่อเติมที่ทำการ ปรับปรุงบ้านพัก
ซึ่งไม่อยู่ในกรณีจะใช้เงินหมวดค่าใช้สอยควรจะแสดงรายการประมาณการประกอบให้สามารถ
วิเคราะห์ได้ว่าเป็นราคาเท่าใด เช่น เปลี่ยนหลังคาก็ควรแสดงว่าใช้วัสดุอะไร มีเนื้อที่เท่าใด รวมค่าแรง
ภาษี กำไรไว้ด้วย
ง. รายการขอตั้งงบประมาณก่อสร้างใหม่ หรือปรับปรุงอาคารที่ทำการขอให้
แสดงรายละเอียดและมีเอกสารประกอบดังนี้
๑. จำนวนเจ้าหน้าที่ในปัจจุบันและในอนาคตที่จะใช้อาคารที่ก่อสร้างหรือ
ปรับปรุงต่อเติม
๒. แผนผังแบบแปลนอาคารที่จะสร้างใหม่หากยังออกแบบแปลนโดย
สมบูรณ์ไม่แล้วเสร็จ ก็ขอให้แสดงโดยสังเขป ทั้งนี้ ขอให้แสดงจำนวนเนื้อที่แต่ละชั้นของอาคารที่จะ
สร้างด้วย
สำหรับกรณีก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม ต่อเติมอาคารขอให้แสดงแผนผัง (Lay Out)
พร้อมเนื้อที่แต่ละชั้นของอาคารเดิมและของอาคารที่สร้างเพิ่มเติมหรือต่อเติมใหม่ด้วย
จ. รายการในหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างแต่ละรายการนอกจากที่กล่าวขอให้
แสดงรายละเอียดซึ่งสามารถจะคำนวณตั้งงบประมาณให้ได้ และมีหลักฐานที่จำเป็นมาประกอบว่าได้
ตัวเลขนั้นมาอย่างไร
(๑๐) การชี้แจงการขอตั้งงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนและรายจ่ายอื่น สำหรับเงิน
อุดหนุนส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหา เพราะเป็นการตั้งตามที่ตกลงกันไว้ หากจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงควรจะมี
เหตุผลชี้แจงประกอบและบางกรณีเงินอุดหนุนที่ต้องทำความตกลงกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ควร
เตรียมสำเนาหลักฐานที่ตกลงกันแล้วไว้ประกอบการแสดงจำนวนเงินที่ขอตั้ง สำหรับหมวดรายจ่ายอื่น
ขอให้ตั้งเฉพาะที่อยู่ในลักษณะหมวดรายจ่ายอื่นจริง ๆ เช่นเงินชำระหนี้ค้างชำระเงินทุนหมุนเวียน
นอกจากรายละเอียดที่กล่าวข้างต้นนี้ หัวหน้าหน่วยงานจะต้องเสนองบหน้าสรุป
และเปรียบเทียบวงเงินงบประมาณตามแบบ ง. ๑๐๐ สรุปงบประมาณที่ขอตั้งจำแนกตามแผนงาน หรือ
โครงการ และหมวดรายจ่ายตามแบบ ง. ๑๐๐ ก. สรุปและเปรียบเทียบงบประมาณของหน่วยงาน
จำแนกตามหมวดรายจ่ายตามแบบ ง. ๑๐๐ ข. พร้อมทั้งคำชี้แจงประกอบแผนงาน ตามแบบ ง. ๑๐๐
ก. กับคำชี้แจงประกอบโครงการตามแบบ ง. ๑๐๐ ข เพื่อให้เกิดผลดีแก่การขอตั้งงบประมาณของหน่วย
งานนั้น ๆ ต่อไป (โปรดดูแบบฟอร์มดังกล่าวต่อท้ายข้อบังคับนี้)
ข้อ ๑๗ การประมาณตั้งยอดเงินในงบประมาณนั้น ให้ลดจำนวนเต็มบาท เศษของ
บาทให้ปัดขึ้นไปเป็นหนึ่งบาท
หมวด ๕
ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่าย
ก. เงินประจำงวด
ข้อ ๑๘ ปลัดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจที่จะกำหนดระยะเวลาของเงินประจำงวด
เป็นปี ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งจะต้องแจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
ทราบก่อนเริ่มปีงบประมาณอย่างน้อย ๓๐ วัน
ข้อ ๑๙ ให้หัวหน้าหน่วยงานและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครยื่นขอเงินประจำ
งวดต่อกองงบประมาณ ก่อนเริ่มระยะเวลาของเงินประจำงวดที่ขอไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ตามแบบใบขอ
เงินประจำงวดที่กรุงเทพมหานครกำหนด สำหรับเงินงบกลางให้กองงบประมาณยื่นขอเงินประจำงวด
ข้อ ๒๐ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้อนุมัติเงินประจำงวด
ข้อ ๒๑ ให้หน่วยงานที่จะขอเงินประจำงวด ส่งแผนดำเนินงานของแต่ละงานและ
โครงการตามลักษณะของงานและโครงการนั้น พร้อมกับการขอเงินประจำงวด รวม ๒ ชุด ถ้าเป็นการขอ
เงินประจำงวดเพิ่มเติมโดยไม่เปลี่ยนแปลงแผนดำเนินงานก็ไม่ต้องจัดส่งไปอีก
การขอเงินประจำงวดสำหรับหมวดรายจ่ายต่อไปนี้ ให้แสดงรายละเอียดประกอบ
การขอเงินประจำงวด คือ
ก. หมวดเงินเดือน สำหรับอัตราเดิมถ้ามีการเปลี่ยนแปลงให้แนบบัญชีถือ
จ่ายเงินเดือนประจำปีที่ได้รับอนุมัติครั้งสุดท้ายถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ให้หมายเหตุว่าใช้บัญชีถือ
จ่ายเดิม
ข. หมวดค่าจ้างประจำ สำหรับอัตราเดิมถ้ามีการเปลี่ยนแปลงให้แนบ
บัญชีถือจ่ายเงินค่าจ้างประจำปีที่ได้รับอนุมัติครั้งสุดท้าย ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ให้หมายเหตุว่าใช้
บัญชีถือจ่ายเดิม
ค. หมวดค่าจ้างชั่วคราว ให้แสดงรายละเอียดดังนี้
๑. จำนวนเงินค่าจ้างชั่วคราวของแต่ละงานและโครงการ
๒. จำนวนลูกจ้างชั่วคราว พร้อมทั้งระยะเวลาที่ขอจ้าง (รวมทั้งลูกจ้าง
รายวัน และรายชั่วโมง)
ง. หมวดค่าตอบแทน ให้แสดงจำนวนเงินของแต่ละงานและโครงการ
จ. หมวดค่าใช้สอย ให้แสดงรายละเอียดเช่นเดียวกับหมวดค่าตอบแทน
ฉ. หมวดค่าสาธารณูปโภค ให้แสดงรายละเอียดเช่นเดียวกับหมวด
ค่าตอบแทน
ช. หมวดค่าวัสดุ ให้แสดงรายละเอียดเช่นเดียวกับหมวดค่าตอบแทน
ซ. หมวดค่าครุภัณฑ์
๑. ให้แสดงรายละเอียดครุภัณฑ์แต่ละรายการ จำนวน ราคา ต่อหน่วย
ประเภท ชนิด หรือยี่ห้อ (ถ้ามี) ของครุภัณฑ์นั้น ๆ
๒. การขออนุมัติเงินประจำงวดเพิ่มเติม สำหรับครุภัณฑ์ที่จัดซื้อไม่ได้
เนื่องจากราคาเกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ หรือด้วยเหตุอื่นก็ตาม ซึ่งจำเป็นต้องขอโอนเงินมาเพิ่ม
หรือ ขอเปลี่ยนแปลงรายการ นอกจากต้องแสดงรายละเอียดตามข้อ ๒๔ แห่งข้อบังคับนี้แล้วให้
หน่วยงานส่งรายละเอียดแสดงผลการประกวดราคาหรือสอบราคาเฉพาะครุภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วย
เกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท
ฌ. หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
๑. การก่อสร้างที่หน่วยงานโยธาจัดสร้างเอง ได้แสดง
๑.๑ ระยะเวลาทำการก่อสร้างและกำหนดวันเริ่มก่อสร้างโดย
ประมาณ
๑.๒ แบบแปลนโดยสมบูรณ์ รวม ๓ ชุด เว้นแต่การก่อสร้างตาม
แบบมาตรฐานของส่วนราชการนั้น ๆ และได้เคยให้ความเห็นชอบแล้วไม่ต้องส่งแบบแปลนไปอีก
๑.๓ การใช้จ่ายในการก่อสร้างแยกตามประเภทรายจ่ายโดย
ประมาณ หรือแสดงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหน่วยงานโดยประมาณ
๒. การก่อสร้างที่หน่วยงานโยธา มิได้จัดสร้างเองให้แสดง
๒.๑ แบบแปลนก่อสร้างโดยสมบูรณ์ รวม ๓ ชุด เว้นแต่การ
ก่อสร้างตามแบบมาตรฐานของส่วนราชการนั้น ๆ ซึ่งได้เคยให้ความเห็นชอบแล้วไม่ต้องส่งแบบแปลน
ไปอีก
๒.๒ ราคากลางที่ประมาณตามลักษณะและขนาดของการ
ก่อสร้าง
การอนุมัติเงินประจำงวดเพิ่มเติมสำหรับการก่อสร้างใหม่ที่ไม่สามารถดำเนินการได้
เนื่องจากราคาเกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ หรือด้วยเหตุอื่นก็ตาม ซึ่งจำเป็นต้องขอโอนเงินมาเพิ่ม
หรือขอเปลี่ยนแปลงรายการให้หน่วยงานส่งรายละเอียดผลการประกวดราคาหรือสอบราคาเฉพาะการ
ก่อสร้างที่มีราคางานหนึ่งเกินกว่า จำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท
๓. ที่ดินให้แสดง
๓.๑ จำนวนเนื้อที่และที่ตั้งโดยมีแผนที่ประกอบ
๓.๒ ราคาประเมินเพื่อเสียภาษี หรือราคากลางที่ส่วนราชการได้
พิจารณาเห็นชอบ
๓.๓ ราคาซื้อขายของที่ดินใกล้เคียง
๓.๔ เหตุผลความจำเป็นและความเหมาะสมที่เลือกซื้อที่ดินแปลง
นั้น ๆ
ญ. หมวดเงินอุดหนุน
เงินอุดหนุนให้แสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑. เงินอุดหนุนทั่วไป หรือเงินอุดหนุนที่มีระเบียบของทางราชการ
กำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายไว้แล้ว ได้แสดงจำนวนเงินแต่ละรายการ
๒. เงินอุดหนุนเฉพาะกิจการ ให้แสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
๒.๑ แผนดำเนินงาน
๒.๒ ถ้าเป็นรายจ่ายประเภทอื่นที่มิใช่ครุภัณฑ์และค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
ให้แสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายหมวดต่าง ๆ
๒.๓ ถ้าเป็นรายจ่ายประเภทค่าครุภัณฑ์ ให้ปฏิบัติตามข้อ ซ.
โดยอนุโลม
๒.๔ ถ้าเป็นรายจ่ายค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ ฌ. โดย
อนุโลม
๒.๕ ถ้าเป็นโครงการต่อเนื่องให้แสดงผลงานที่ปฏิบัติได้จริง พร้อมด้วย
รายจ่ายจริงของงวดที่แล้ว
ฏ. หมวดรายจ่ายอื่น
ให้แสดงรายละเอียดตามประเภทของค่าใช้จ่ายดังนี้
๑. ค่าใช้จ่ายของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครและโครงการต่าง ๆ
ที่มีลักษณะเป็นรายจ่าย หมวดต่าง ๆ เป็นต้นว่า เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่าครุภัณฑ์ ฯลฯ ให้
แสดงรายละเอียดเช่นเดียวกับรายละเอียดประกอบหมวดรายจ่ายนั้น ๆ ที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับโดย
อนุโลม
๒. ค่าใช้จ่ายผู้เชี่ยวชาญให้แสดงจำนวนผู้เชี่ยวชาญและสัญญาว่าจ้างหรือข้อ
ตกลง
๓. ค่าภาษีให้แสดงจำนวนเงินค่าภาษีโดยประมาณสำหรับแต่ละโครงการ ถ้า
เป็นภาษีชดเชยให้ผู้เชี่ยวชาญ ให้แสดงจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้วย
๔. เงินสมทบ โครงการร่วมมือกับต่างประเทศ ให้แสดงรายละเอียด
ดังนี้
๔.๑ ระยะเวลาดำเนินงานและกำหนดเวลาเริ่มต้นของโครงการโดย
ประมาณ
๔.๒ ค่าใช้จ่ายเงินสมทบของแต่ละโครงการแยกเป็นหมวดต่าง ๆ
๔.๓ รายจ่ายจริงของเงินสมทบ แต่ละโครงการของงวดที่แล้ว
๕. ค่าชำระหนี้ ให้แสดงรายละเอียดหนี้สินแต่ละประเภท ถ้าเป็นค่าชำระหนี้
ของการพาณิชย์ ให้แสดงสัญญากู้ยืมเงินต้นและดอกเบี้ย
ข้อ ๒๒ หน่วยงานและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องเพิ่มหรือลดเงิน
ประจำงวดที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงเงินประจำงวด โดยใช้ใบขอเงินประจำงวด
ข้อ ๒๓ เงินประจำงวดของแต่ละหมวดรายจ่ายในปีงบประมาณเดียวกัน เมื่อ
สิ้นงวดแล้วยังมีเหลืออยู่ให้ยกเงินที่เหลือนั้นไปรวมสมทบกับเงินประจำงวดถัดไปในหมวดเดียวกัน
ข. การใช้รายจ่ายและการโอนงบประมาณรายจ่าย
ข้อ ๒๔ การใช้รายจ่ายสำหรับหน่วยงาน หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ที่
กำหนดไว้ในแต่ละรายการตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือตามข้อบัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายเพิ่มเติม
(๑) รายจ่ายหมวดเงินเดือนและหมวดค่าจ้างประจำให้เบิกจ่ายตามรายการในบัญชี
ถือจ่ายเงินเดือน หรือบัญชีถือจ่ายค่าจ้างประจำปีของแต่ละปี
(๒) รายจ่ายหมวดค่าจ้างชั่วคราว ให้เบิกจ่ายตามที่ได้รับอนุมัติการจ้าง
(๓) รายจ่ายหมวดค่าตอบแทน หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าสาธารณูปโภค และหมวด
ค่าวัสดุ ให้เบิกจ่ายถัวกันได้ระหว่างประเภทของแต่ละหมวดรายจ่าย
(๔) รายจ่ายหมวดค่าครุภัณฑ์ หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและ
รายจ่ายงบกลางทุกรายการ นอกจากเงินบำเหน็จ บำนาญ ให้เบิกจ่ายตามรายการ และจำนวนเงินที่ได้
รับอนุมัติเงินประจำงวด
(๕) รายจ่ายงบกลาง รายการบำเหน็จ บำนาญ ให้เบิกจ่ายตามที่มีกฎหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งกำหนดไว้
(๖) รายจ่ายรายการอื่นนอกจากที่กล่าวใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ให้เบิกจ่ายตาม
จำนวนเงิน และรายการตามที่ได้รับอนุมัติเงินประจำงวด
(๗) รายจ่ายประเภทใดจะอยู่ในรายจ่ายหมวดใด หรือในรายจ่ายงบกลางรายการ
ใด ให้เป็นไปตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด
ข้อ ๒๕ รายจ่ายที่กำหนดไว้ในรายการใด สำหรับหน่วยงานหรือการพาณิชย์ ของ
กรุงเทพมหานครตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
เพิ่มเติม จะเปลี่ยนแปลงหรือโอนเพื่อนำไปใช้ในรายการอื่นให้ปฏิบัติดังนี้
(๑) รายจ่ายเงินเดือน ค่าจ้างประจำ ให้ผู้ที่ขอโอนรับรองว่า เงินเดือนหรือค่าจ้าง
ประจำอัตราใด มีเหลือจ่ายเท่าใด และเมื่อโอนไปแล้วจะมีเหลือพอจ่ายตลอดปี และจะไปจ่ายรายการ
ใด ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ขอโอน
(๒) รายจ่ายอื่น ๆ ให้แจ้งว่า รายการใดมีเงินเหลือเท่าใด จะโอนไปจ่ายในรายการ
ใดเท่าใด และชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ขอโอน
(๓) มีคำรับรองของหัวหน้าหน่วยงาน หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครนั้น ๆ
ว่า เงินประจำงวดเหลืออยู่พอแก่การโอน และการโอนรายการรายจ่ายนั้น จะไม่กระทบกระเทือนต่อการ
ดำเนินงานตามแผนงาน หรือโครงการที่กำหนดไว้ ทั้งจะไม่ทำให้เกิดมีหนี้สินค้างชำระในรายการที่ขอ
โอน
(๔) การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดรายจ่ายที่กำหนดไว้ในแต่ละรายการ งานหรือ
โครงการตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ดี ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมก็ดีให้
ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นเพื่อพิจารณาอนุมัติโดยผ่านกองงบประมาณ
ข้อ ๒๖ ให้กองงบประมาณเป็นผู้มีหน้าที่พิจารณา กลั่นกรองรายงานเสนอปลัด
กรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ค. การรายงานผลงาน
ข้อ ๒๗ หน่วยงานและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร จะต้องส่งรายงานแสดง
ผลงานที่ได้ปฏิบัติมาในรอบระยะเวลาหนึ่งของปีงบประมาณ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครทราบตามระยะ
เวลาและวิธีการที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด
ข้อ ๒๘ หน่วยงานหรือการพาณิชย์กรุงเทพมหานครหน่วยใดไม่ส่งรายงานผลงาน
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครตามกำหนด ปลัดกรุงเทพมหานครอาจรอการพิจารณาเงินประจำงวดถัดไปไว้
ก่อนก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๓
เชาวน์วัศ สุดลาภา
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
[รก.๒๕๒๓/๑๕๑/๕พ/๓๐ กันยายน ๒๕๒๓]
เพ็ญพร/พิมพ์/แก้ไข
๒๔/๑๐/๔๕
B+A(c)