หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
ข้อบังคับ:
กฎ:

กำลังแสดง: กฎ ก.พ. ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎ ก.พ.

ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕

ว่าด้วยการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง

ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด

------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) และมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี จึงออกกฎ

ก.พ. ไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  กฎ ก.พ. นี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวัน

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                        ข้อ ๒  ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๒ มีอำนาจสั่งข้าราชการพลเรือน

สามัญให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี

เป็นการชั่วคราวโดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมได้ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่า

กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เว้นแต่

เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือกรณีที่ถูกฟ้องนั้น พนักงานอัยการ

รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตำแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการสืบ

สวนสอบสวน หรืออาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ

                        (๒)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญกระทำหรือละเว้นกระทำการใดจนต้องคำ

พิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดอาญา และผู้มีอำนาจดังกล่าวพิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่

ปรากฏตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าการกระทำหรือละเว้นกระทำการ

นั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

                        (๓)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ และผู้บังคับ

บัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร และการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราช

การนั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

                        (๔)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพ

เป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการ

สอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและได้มีการบันทึกถ้อยคำรับสารภาพ

เป็นหนังสือ

                        (๕)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญมีกรณีถูกแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบ

สวนตามมาตรา ๑๑๔ (๔)

                        (๖)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญมีกรณีถูกแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบ

สวน หรือมีการใช้สำนวนการสอบสวนพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๑๑๕ หรือมีกรณีที่ปรากฏ

ชัดแจ้งตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ซึ่งออกตามความในมาตรา ๑๑๕

                        (๗)  เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมี

กรณีเป็นที่สงสัยว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งนั้นซึ่งผู้บังคับ

บัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปอาจเกิดการเสีย

หายแก่ราชการ

                        (๘)  กรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์แก่ราชการโดยได้รับ

อนุมัติจาก ก.พ.

                        ข้อ ๓  การขอให้ ก.พ. พิจารณาอนุมัติกรณีตามข้อ ๒ (๘) ให้แสดงรายละเอียด

ดังต่อไปนี้

                        (๑)  คำชี้แจงเหตุผลความจำเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์แก่ราชการและระยะเวลาที่

จะสั่งให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี

                        (๒)  หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการที่จะมอบหมายแก่ผู้ถูกสั่ง

ให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี

                        ข้อ ๔  การสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำ

กรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๒ สั่งได้เป็น

เวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ถูกสั่งให้ประจำ เว้นแต่การสั่งตามข้อ ๒ (๘) ให้สั่งได้ไม่เกิน

กำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติจาก ก.พ. แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ถูกสั่งให้ประจำ

                        เมื่อมีการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง

ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัดแล้ว และถ้าผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๒ เห็นว่า

ยังมีเหตุผลความจำเป็นพิเศษที่จะต้องสั่งให้ผู้นั้นประจำต่อไปอีกเกินกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.พ. ได้อีก แต่การขอขยายเวลาเมื่อรวมกับกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ต้องไม่เกินหนึ่งปีหกเดือนนับแต่วันที่ถูกสั่งให้ประจำ ทั้งนี้ ให้ขอขยายเวลาก่อนวันครบกำหนด

เวลาเดิมไม่น้อยกว่าสามสิบวันเว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษอาจขออนุมัติขยายเวลาต่อ

ก.พ. ก่อนวันครบกำหนดเวลาเดิมน้อยกว่าสามสิบวันได้

                        การขออนุมัติขยายเวลาตามวรรคสองให้นำความในข้อ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                        ข้อ ๕  การสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกระทรวง หรือประจำทบวง แล้ว

แต่กรณีให้สั่งได้สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๑๐ ขึ้นไป

                        การสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกรม หรือประจำจังหวัดแล้วแต่กรณี ให้

สั่งได้สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๙ ลงมา เว้นแต่

                        (๑)  การสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญในส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และไม่

สังกัดกระทรวงหรือทบวง แต่อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีให้ประจำ

กรม ให้สั่งได้สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๑๑ ลงมา

                        (๒)  การสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญในส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และมีหัว

หน้าส่วนราชการรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีให้ประจำกรม ให้สั่งได้

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๑๐ ลงมา

                        การสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำกอง ให้สั่งได้สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้ง

แต่ระดับ ๗ ลงมา

                        ข้อ ๖  เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๒ สั่งข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดให้

ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี โดยมีเหตุ

ผลความจำเป็นในกรณีใดแล้ว เมื่อหมดความจำเป็นหรือครบกำหนดเวลาตามข้อ ๔ ให้ผู้มีอำนาจ

ดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งเดิม หรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณ

สมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

                        การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณ

สมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นซึ่งเป็นตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๑๐ ขึ้นไป ให้ดำเนินการนำความ

กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

                        ข้อ ๗  การให้พ้นจากตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้น

เงินเดือน การดำเนินการทางวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่ง

ให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี ตามกฎ

ก.พ. นี้ ให้ถือเสมือนว่าข้าราชการพลเรือนสามัญที่ถูกสั่งนั้นดำรงตำแหน่งเดิม

                         ข้อ ๘  ในกรณีที่ได้สั่งข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดให้ประจำกระทรวง ประจำ

ทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด อยู่ก่อนวันที่กฎ ก.พ. นี้ ใช้บังคับ ให้นำกฎ

ก.พ. ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.

๒๕๑๘ มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าวต่อไป เว้นแต่กรณีที่จะขยายเวลาให้ประจำกระทรวง ประจำ

ทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี ให้ดำเนินการตามกฎ ก.พ. ฉบับนี้

                        ในกรณีที่ได้สั่งข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดให้ประจำกระทรวง ประจำทบวง

ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัดตามวรรคหนึ่งไว้แล้วเป็นเวลาตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ถ้ายังมี

เหตุผลความจำเป็นที่จะต้องสั่งให้ประจำต่อไปอีก ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๒ ดำเนิน

การขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.พ. ตามกฎ ก.พ. ฉบับนี้ แต่จะขออนุมัติขยายเวลาได้อีกเป็นเวลาไม่

เกินหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาครั้งก่อน

 

 

                                                                        ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

                                                                                    พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ

                                                                                          นายกรัฐมนตรี

                                                                                           ประธาน ก.พ.

 

+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนดว่าในกรณีที่มีความจำเป็นให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ

และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในแต่ละระดับมีอำนาจสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำ

กระทรวง ประจำทบวง ประจำกรม ประจำกอง หรือประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นการชั่วคราว

โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. และการ

กำหนดการให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย และการ

ออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดในกฎ ก.พ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

 

[รก.๒๕๔๐/๑๓ก/๑๐/๒๑ เมษายน ๒๕๔๐]

 

                                                                                                อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                                ๒๓/๗/๔๔