หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
คำสั่ง:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง (กลับไปยังฉบับหลัก)

ประมวลจริยธรรม

ของสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง

                       

 

เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประกอบกับข้อ ๔๑ ของระเบียบสภาพัฒนาการเมือง ว่าด้วยการประชุมสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ สภาพัฒนาการเมืองจึงกำหนดมาตรฐานจริยธรรม โดยจัดทำเป็นประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เพื่อไว้ใช้บังคับดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ประมวลจริยธรรมนี้เรียกว่า ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง

 

ข้อ ๒[๑]  ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ข้อ ๓  ในระเบียบนี้

สมาชิก หมายความว่า สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง

ประธานสภา หมายความว่า ประธานสภาพัฒนาการเมือง

สภา หมายความว่า สภาพัฒนาการเมือง

คณะกรรมการจริยธรรม หมายความว่า คณะกรรมการจริยธรรมสภาพัฒนาการเมือง

 

หมวด ๑

จริยธรรมของสมาชิก

                       

 

ข้อ ๔  สมาชิกต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

ข้อ ๕  สมาชิกต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามเจตนารมณ์และหลักการแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งต้องไม่เป็นฝักเป็นฝ่ายทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ ๖ สมาชิกต้องมีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน และชุมชน อย่างเต็มความสามารถด้วยความรับผิดชอบ และยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และชุมชนเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

 

ข้อ ๗  สมาชิกต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีจิตสำนึกสาธารณะ ซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นหลักการปฏิบัติหน้าที่โดยสันติวิธี มีความชอบธรรม ปราศจากอคติและการถูกครอบงำจากอิทธิพลใด ๆ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

 

ข้อ ๘  สมาชิกต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และลัทธิศาสนาที่ตนนับถือ ทั้งโดยส่วนตัวและโดยความรับผิดชอบต่อสาธารณชน

 

ข้อ ๙  สมาชิกต้องให้เกียรติและเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกอื่นอีกทั้งพึงกล่าวถ้อยคำสุภาพ ไม่พูดส่อเสียดหรือใส่ความผู้อื่น และปฏิบัติตามหลักการและมารยาทในการประชุม

ในการอภิปราย สมาชิกพึงใช้เวลาอภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในประเด็น ไม่วกวนซ้ำซาก และพึงเปิดโอกาสให้สมาชิกอื่นอภิปรายโดยเท่าเทียมกัน

 

ข้อ ๑๐  สมาชิกต้องไม่กระทำการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของสภา

 

ข้อ ๑๑  สมาชิกต้องไม่เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในการปฏิบัติหน้าที่หรือเพราะได้ปฏิบัติหน้าที่ และจะดูแลให้คู่สมรสและบุคคลในครอบครัวปฏิบัติเช่นเดียวกัน

 

ข้อ ๑๒  สมาชิกต้องแสดงความรับผิดชอบตามควรแก่กรณีเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือผิดพลาด

 

ข้อ ๑๓  สมาชิกต้องให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนและชุมชนอย่างครบถ้วน ถูกต้องและทันการณ์ โดยไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้อื่น ประชาชน และชุมชนเข้าใจผิดหรือเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่นใด

 

ข้อ ๑๔  สมาชิกต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม

 

ข้อ ๑๕  สมาชิกต้องเคารพและปฏิบัติตามระเบียบสภาพัฒนาการเมืองว่าด้วยการประชุมสภาพัฒนาการเมือง และมติที่ประชุมโดยเคร่งครัด

 

ข้อ ๑๖  สมาชิกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว มีจิตสาธารณะ มีอัธยาศัยที่ดี ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และยึดถือผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

 

หมวด ๒

การส่งเสริมและกำกับดูแลให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม

                       

 

ข้อ ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการจริยธรรมสภาพัฒนาการเมือง ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) ผู้แทนจากสมาชิกสภาตามมาตรา ๗ (๑) จำนวน ๕ คน โดยเป็นผู้แทนจากภูมิภาคละ ๑ คน

(๒) ผู้แทนจากสมาชิกสภาตามมาตรา ๗ (๒) จำนวน ๑ คน

(๓) ผู้แทนจากสมาชิกสภาตามมาตรา ๗ (๓) (๔) จำนวน ๑ คน

(๔) ผู้แทนจากสมาชิกสภาตามมาตรา ๗ (๕) (๖) จำนวน ๑ คน

(๕) ผู้แทนจากสมาชิกสภาตามมาตรา ๗ (๗) จำนวน ๑ คน

ให้ที่ประชุมสภาเลือกสมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการก่อนที่จะมีการเลือกผู้แทนจากสมาชิกประเภทต่าง ๆ ในกรณีนี้ให้ถือว่าประธานกรรมการเป็นผู้แทนจากประเภทนั้นแล้วหนึ่งคน

ให้ประธานกรรมการและกรรมการ เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

 

ข้อ ๑๘  กรรมการจริยธรรม พ้นตำแหน่งเมื่อ

(๑) พ้นจากตำแหน่งสมาชิก

(๒) ตาย

(๓) ลาออก

(๔) สภาพัฒนาการเมืองมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง เพราะเหตุมีความประพฤติในทางเสื่อมเสีย ต่อการปฏิบัติหน้าที่

 

ข้อ ๑๙  คณะกรรมการจริยธรรมมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน กำกับให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างเคร่งครัดและจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม และให้มีอำนาจวางระเบียบ หลักเกณฑ์ ประกาศ คำสั่งเพื่อกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบของสภา

หลักเกณฑ์และวิธีการในการนำเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาและวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม และของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจริยธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบของสภา

 

ข้อ ๒๐  วิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการพิจารณาโดยเปิดเผย การให้โอกาสคู่กรณีแสดงพยานหลักฐานและความเห็นของตนก่อนการวินิจฉัย การให้สิทธิคู่กรณีขอตรวจเอกสารที่เกี่ยวกับตน การเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านกรรมการ

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และต้องมีการให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยความเป็นมา หรือคำกล่าวหา สรุปข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการพิจารณาและบทบัญญัติของกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมให้ลงโทษตามข้อ ๒๒ (๑) และ (๒) ให้ถือเป็นที่สุดและให้รายงานต่อสภาเพื่อทราบ

ในกรณีที่คณะกรรมการจริยธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่าสมาชิกมีความประพฤติในทางเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการจริยธรรมเสนอให้สภาพิจารณาลงมติ

 

ข้อ ๒๑  ในกรณีที่สมาชิกถูกกล่าวหาหรือมีข้อร้องเรียนว่าฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม หรือมีกรณีตามข้อ ๒๔ ให้สภาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจำนวนสามคนและกรรมการตามข้อ ๑๗ ซึ่งเลือกกันเองเพื่อเป็นผู้แทนสองคน เป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วรายงานให้คณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา

 

ข้อ ๒๒  โทษของการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม มีสามระดับ คือ

(๑) ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

(๒) ประณามในที่ประชุมสภา

(๓) ถอดถอนสมาชิกภาพ

 

ข้อ ๒๓  ในกรณีที่สภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ให้ถอดถอนสมาชิกคนใดคนหนึ่งออกจากตำแหน่ง เพราะเหตุมีความประพฤติในทางเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่นั้น ให้สมาชิกดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งและให้สภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการสรรหาหรือเลือกขึ้นมาแทนตำแหน่งนั้น

 

ข้อ ๒๔  ให้ประธานสภากำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติของสมาชิกให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างทั่วถึงและจริงจัง ในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามประมวลจริยธรรมนี้ ให้ประธานสภาดำเนินการส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมดำเนินการตามประมวลจริยธรรมนี้ต่อไป

 

บทเฉพาะกาล

                       

 

ข้อ ๒๕  ให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ประมวลจริยธรรมนี้มีผลใช้บังคับ

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

สุจิต  บุญบงการ

ประธานสภาพัฒนาการเมือง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๒

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๗ ง/หน้า ๔๙/๑๖ มกราคม ๒๕๕๒