หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2531) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2531) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๑)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

-------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ให้ยกเลิกความในส่วนที่ ๑ เครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่

กองอาสารักษาดินแดนชาย ข้อ ๓ ถึงข้อ ๘ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตาม

ความในพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 

                                                               "ส่วนที่ ๑

                  เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย

                                                                 หมวด ๑

                                                        ชนิดของเครื่องแบบ

                                                              -------------

 

                        ข้อ ๓  เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย

มี ๕ ชนิด คือ

                        (๑) เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะ ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกทรงหม้อตาลหรือหมวกหนีบสีกากี

                        (ข) เสื้อคอพับสีกากีแขนยาวหรือแขนสั้น

                        (ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

                        (ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากี

                        (จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

                        (๒) เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม หมวกแก๊บทรงอ่อนหรือหมวกเหล็กสีกากี

แกมเขียว

                        (ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง

                        (ค) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง

                        (จ) เข็มขัดด้ายถักสีกากีแกมเขียว

                        (ง) รองเท้าครึ่งน่องหรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำหรือรองเท้าเดินป่า

                        เครื่องแบบฝึกนี้ เมื่อใช้เสื้อสีใดให้ใช้กางเกงสีเดียวกัน และให้สวมหมวกเหล็ก

เมื่อแต่งประกอบเครื่องสนาม

                        (๔) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

                        (ข) เสื้อนอกคอปิดสีขาว

                        (ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีขาว

                        (ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

                        (๕) เครื่องแบบเต็มยศ มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ ตาม (๔)

เว้นแต่กางเกงให้ใช้กางเกงขายาวแบบปกติสีดำและให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

 

                                                                 หมวด ๒

                                                        ส่วนของเครื่องแบบ

                                                             -------------

 

                        ข้อ ๔  หมวกมี ๕ แบบ คือ

                        (๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบ ดังนี้

                        (ก) กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับชั้นนายกองตรีและ

นายกองโท ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

๑ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ที่ขอบโค้งของกะบัง

ด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๒ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ

                        (ข) สายรัดคางสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปทำด้วย

ดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

                        (ค) ดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง ขนาดเล็ก ตรึงปายสาย

รัดคาง ติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม

                        (ง) ตราหน้าหมวก เป็นรูปอุณาโลม ประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีพระมหามงกุฎ

ครอบอุณาโลม ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า "ไทยต้องเป็นไทย" สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง เฉพาะอุณาโลมและข้อความให้ปักด้วยไหมสีแดงบน

พื้นสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมา ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง

                        (จ) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดพื้นสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร

และขลิบด้วยผ้าสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เป็นขอบทั้งด้านบนและด้านล่าง

สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไปไม่มีขลิบ และที่กึ่งกลางมีแถบสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร

๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

                        (๒) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกตาม (๑)

เว้นแต่สายรัดคาง ให้ใช้สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

                        (๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว ตราหน้าหมวก มีลักษณะเช่นเดียวกับ

ตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) แต่ย่อส่วนและปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม ติดตรงกึ่งกลางด้านนอก

ของหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า "ไทยต้องเป็นไทย"

ให้ปักด้วยไหมสีแดง

                        (๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวก

สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือวัตถุเทียมดิ้นทองหรือปักด้วยไหม

สีน้ำเงินเข้ม เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า "ไทยต้องเป็นไทย" ให้ปักด้วยไหมสีแดง สำหรับ

ตราหน้าหมวกที่ปักด้วยดิ้นทองให้ปักบนแผ่นผ้าสีน้ำเงินเข้ม ส่วนตราหน้าหมวกที่ปักด้วยไหม

สีน้ำเงินเข้ม ให้ปักบนแผ่นผ้าสีกากีแกมเขียว ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร

สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาตราหน้าหมวกปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม หรือทำด้วยโลหะสีทอง

ขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร

                        (๕) หมวกหนีบสีกากี ตอนหน้าและตอนหลังลาดมนมีสาบโดยรอบป้ายเฉียง

จากทางด้านหน้าลงไปทางด้านซ้าย และด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า

๔ เซนติเมตร มีตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะขนาดเล็ก ริมบนของสาบหมวกมีขลิบ กว้าง ๐.๕

เซนติเมตร ตามชั้นยศ ดังนี้

                        ชั้นนายหมู่                                             ขลิบทำด้วยแถบน้ำเงิน

                        ชั้นนายหมวด                                         ขลิบทำด้วยแถบน้ำเงินยกดิ้นทอง

                        ชั้นนายกองตรีและนายกองโท       ขลิบทำด้วยแถบไหมทอง

                        ชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่  ขลิบทำด้วยแถบไหมทอง ๒ แถบ เว้นระยะ

                                                                                    ระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร

                        (๖) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว มีสายรัดคางสีเดียวกับหมวก กว้าง ๑

เซนติเมตร

                        ข้อ ๕  เสื้อมี ๔ แบบ คือ

                        (๑) เสื้อนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่

๕ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลาง

แหลม ไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

                        (๒) เสื้อคอพับสีกากี แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น

เพียงศอก ที่อกเสื้อมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง

กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีปกรูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลาง

กระเป๋าและใบปกกระเป๋า เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมน

พองาม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋าเสื้อ ตัวเสื้อผ่าอก

ตลอดมีสาบ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๕ ดุม มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ

๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

                        เมื่อสวมเสื้อต้องสอดชายเสื้อให้อยู่ในกางเกง ในเวลาที่มิได้บังคับแถวหรือ

ประจำแถว เมื่อใช้เสื้อชนิดแขนยาวจะผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้ และให้สอดชาย

ผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่ ๒

                        (๓) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แบบคอตื้น แขนสั้น ที่แนวอกเสื้อมีดุมที่อก

๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกมนชายกลางแหลม

มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปตัด

ชายมน ปกกระเป๋าทั้งสี่ข้างขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อ

ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว มีอินทรธนูอ่อนขัดดุม

ข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

                        (๔) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มี ๒ ชนิด คือ

                        (ก) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๔ กระเป๋า ตัวเสื้อ

ปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด ไม่มีสาบ มีดุม ๕ ดุม

แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นรัดข้อมือขนาด

กว้าง ๔ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลัง ขัดดุม

๑ ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้า

มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม

มุมปกเสมอกัน ขัดดุมตรงกลางปก ๑ ดุม มุมกระเป๋าตัดมนพองาม กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม

ยึดชาย ตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลาง มุมกระเป๋าตัดมนพองาม มีปกรูปสี่เหลี่ยม มุมปกเยื้องเฉียง

ต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อย ขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่น

รัดเอว ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ๒ แผ่น ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปทาง

ด้านหน้า ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับตัวเสื้อ และในระดับเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ ๑ ดุม

สำหรับรัดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุสีเดียว

กับเสื้อ

                        เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง แต่ในบางโอกาสสวมโดยสอด

ชายเสื้อไว้ในกางเกงก็ได้ หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือศอกก็ได้

                        เสื้อคอเปิดแบบฝึกชนิดนี้ใช้เฉพาะชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

                        (ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๒ กระเป๋า ปกเสื้อแบะ

มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบ ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๖ ดุม แขนเสื้อยาว

รูปทรงกระบอก ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ

มีปกรูปสี่เหลี่ยม ขัดดุมตรงกลางปกข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าด้านล่างและมุมปกกระเป๋าเป็น

รูปตัดมนพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุ

สีเดียวกับเสื้อ

                        เมื่อสวมเสื้อนี้ต้องสอดชายเสื้อให้อยู่ภายในกางเกง

                        ข้อ ๖  กางเกงมี ๒ แบบ คือ

                        (๑) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือสีขาวหรือสีดำไม่พับปลายขา ปลายขา

ยาวปิดตาตุ่ม ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดกว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๗ ห่วง ทำด้วยผ้า

สีเดียวกับกางเกง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมี

กระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้

                        (๒) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มี ๒ ชนิด คือ

                        (ก) กางเกงขาวยาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิดกระเป๋าเจาะ

มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม (๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกง

ด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะ

ยึดชาย ชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่า ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒ จีบ

ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง ชายหลังจีบพับเพื่อให้ขยายได้ มีปกรูปสี่เหลี่ยม

ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง ขัดดุมที่กึ่งกลางปก และมุมปกที่เปิดแห่งละ

๑ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ ข้าง เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุม

ปกด้านล่าง

                        กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง หรือรองเท้าหุ้มข้อ หรือ

รองเท้าเดินป่า ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้า และให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึก

สีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๔ กระเป๋า

                        (ข) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพรางชนิดกระเป๋าปะ มีลักษณะ

เช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม (๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็น

กระเป๋าปะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ด้านหลังมีกระเป๋า ๒ ข้าง เป็นกระเป๋าปะ ชายล่างของ

กระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยม มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๑ ดุม

                        กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง หรือรองเท้าหุ้มข้อ หรือ

รองเท้าเดินป่า ให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้า และใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากี

แกมเขียวหรือสีพรางชนิด ๒ กระเป๋า

                        ข้อ ๗  เข็มขัด ทำด้วยด้ายถักสีกากีหรือสีกากีแกมเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร

หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว

๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยงมีรูปเครื่องหมายกองอาสารักษาดินแดนดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด

เหนือข้อความว่า "รักษาดินแดนยิ่งชีพ" ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง

๑ เซนติเมตร

                        ข้อ ๘  รองเท้ามี ๔ แบบ คือ

                        (๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล ชนิดผูกเชือก

                        (๒) รองเท้าหุ้มข้อส้นชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง

                        (๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

                        (๔) รองเท้าเดินป่า

                        รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลาย เวลาสวมรองเท้าต้องสวมถุงเท้า

สีเดียวกับรองเท้า"

                        ข้อ ๒  ให้ยกเลิกความในส่วนที่ ๒ เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่

กองอาสารักษาดินแดนหญิง ข้อ ๙ ถึงข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสา

รักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 

                                                               "ส่วนที่ ๒

                   เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง

                                                                หมวด ๑

                                                       ชนิดของเครื่องแบบ

                                                            -------------

 

                        ข้อ ๙  เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง

มี ๕ ชนิด คือ

                        (๑) เครื่องแบบปกติเสื้อคอพับ ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกหรือหมวกหนีบสีกากี

                        (ข) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวหรือแขนสั้น

                        (ค) กางเกงขายาวแบบปกติหรือกระโปรงสีกากี

                        (ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากี

                        (จ) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

                        (ฉ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

                        (๒) เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกหรือหมวกหนีบสีกากี

                        (ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แขนยาวหรือแขนสั้น

                        (ค) กางเกงขายาวแบบปกติหรือกระโปรงสีกากี

                        (ง) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

                        (จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

                        (๓) เครื่องแบบฝึก มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึกของชายตาม

ข้อ ๓ (๓)

                        (๔) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว

                        (ข) เสื้อนอกคอแบะสีขาว

                        (ค) กระโปรงสีขาว

                        (ง) ถุงเท้ายาวสีขาว

                        (จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

                        (๕) เครื่องแบบเต็มยศ มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ ตาม (๔)

เว้นแต่ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

 

                                                                หมวด ๒

                                                       ส่วนของเครื่องแบบ

                                                            -------------

 

                        ข้อ ๑๐  หมวกมี ๖ แบบ คือ

                        (๑) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรง

หม้อตาลสีกากีของชายตามข้อ ๔ (๑) แต่เป็นทรงอ่อน

                        (๒) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรง

หม้อตาลสีขาวของชายตามข้อ ๔ (๒) แต่เป็นทรงอ่อน

                        (๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีหรือสีขาว มีปีกโดยรอบพอสมควร

ด้านข้างทั้งสองพับขึ้นเล็กน้อย กึ่งกลางด้านหน้าหมวกมีตราหน้าหมวกตามข้อ ๔ (๑) (ง)

ขนาดพองาม สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป มีสายรัดคางเป็นแถบไหมสีทอง ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง

มีดุมขนาดเล็กข้างละ ๑ ดุม ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง มีผ้าพันหมวก

สีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๓ เซนติเมตร ขลิบด้วยผ้าสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร

สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไป ผ้าพันหมวกกว้าง ๓.๘ เซนติเมตร มีแถบสักหลาดสีเหลืองทอง

ขนาด ๐.๔ เซนติเมตร ๒ แถบพาดกลาง ส่วนชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาใช้สายรัดคางสีดำติดดุม

ขนาดเล็กเช่นเดียวกับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง

                        (๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงอ่อน

สีน้ำเงินเข้มของชายตามข้อ ๔ (๔)

                        (๕) หมวกหนีบสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกหนีบสีกากีของชายตาม

ข้อ ๔ (๕)

                        (๖) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กสีกากี

แกมเขียวของชายตามข้อ ๔ (๖)

                        ข้อ ๑๑  เสื้อมี ๔ แบบ คือ

                        (๑) เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อ

มีดุมขนาดใหญ่ ๓  ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มี

ปกกระเป๋าดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ต้องใช้

เสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี

                        (๒) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว มีลักษณะและวิธีใช้เช่นเดียวกับเสื้อคอพับ

ของชายตามข้อ ๕ (๒)

                        (๓) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ แขนยาวจรด

ข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ด้านหน้าเป็นคิ้ว

ติดดุม ๓ ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า

มีอินทรธนูอ่อน ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

                        (๔) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง มีชนิดลักษณะ และวิธีใช้

เช่นเดียวกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกของชายตามข้อ ๕ (๔)

                        ข้อ ๑๒  กระโปรงและกางเกง มีดังนี้

                        (๑) กระโปรงสีกากีหรือสีขาวยาวประมาณครึ่งน่อง มีจีบพับทบตรงกลาง

ด้านหลัง ชายกระโปรงไม่บาน

                        (๒) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบ

ปกติของชายตามข้อ ๖ (๑)

                        ข้อ ๑๓  เข็มขัดมี ๒ แบบ คือ

                        (๑) แบบที่ ๑ มีลักษณะเช่นเดียวกับของชายตามข้อ ๗ ใช้คาดทับขอบ

กระโปรงหรือกางเกง

                        (๒) แบบที่ ๒ เป็นเข็มขัดผ้าสีกากี กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า

ใช้คาดทับเสื้อคอแบะปล่อยเอว

                        ข้อ ๑๔  ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า หรือถุงเท้ายาวสีขาว

                        ข้อ ๑๕  รองเท้ามี ๔ แบบ คือ

                        (๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

                        (๒) รองเท้าหุ้มข้อชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง

                        (๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

                        (๔) รองเท้าเดินป่า

                        รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลาย"

                        ข้อ ๓  ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒

(พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่

กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๑๖  อินทรธนูมี ๒ แบบ คือ

                        (๑) อินทรธนูอ่อน ทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับเสื้อ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียว

จากทางด้านไหล่ไปทางคอ ปลายมน ด้านไหล่ กว้าง ๔ เซนติเมตร เย็บติดกับเสื้อ ด้านคอ กว้าง

๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุม

                        (๒) อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ปลายรวบยาวตามความยาวของบ่า สำหรับชาย กว้าง ๕ เซนติเมตร สำหรับหญิง กว้าง ๔.๕

เซนติเมตร ที่ตอนปลายติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

                        สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโทมีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ขนาด

๐.๕ เซนติเมตร ปักเป็นขอบ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ มีดิ้นทองหรือวัตถุเทียม

ดิ้นทอง ปักเป็นลายถักเต็มแผงอินทรธนูและมีสาบสีน้ำเงินเข้ม

                        ข้อ ๑๗  เครื่องหมายยศ มีดังนี้

                        (๑) ชั้นนายหมู่ ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินเข้มเป็นขีด กว้าง ๑ เซนติเมตร

สำหรับชายยาว ๘ เซนติเมตร สำหรับหญิงยาว ๖ เซนติเมตร เหนือขีดมีรูปอุณาโลมประดับด้วย

ช่อชัยพฤกษ์ มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า "ไทยต้องเป็นไทย"

ปักด้วยไหมสีเดียวกับขีดขนาดพองาม ตรึงบนแผ่นผ้าสีเดียวกับเสื้อ แผ่นผ้านี้เย็บติดตรงกลาง

แขนเสื้อด้านนอก เหนือศอกขวากึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มีจำนวนขีดตามชั้นยศ คือ

                        นายหมู่ตรี          ๑ ขีด

                        นายหมู่โท          ๒ ขีด

                        นายหมู่เอก         ๓ ขีด

                        นายหมู่ใหญ่       ๔ ขีด

                        ในกรณีที่มีขีดมากกว่า ๑ ขีด ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อ

ท่อนบนเว้นระยะระหว่างขีด ๐.๕ เซนติเมตร

                        (๒) ชั้นนายหมวด ทำด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นแถบกว้าง

๑.๒ เซนติเมตร ตรึงขวางบนอินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากต้นอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕

เซนติเมตร มีดาวรูปดอกพิกุล ๑ ดาว ติดเหนือแถบบนสุดห่างจากแถบ ๑ เซนติเมตร มีจำนวน

แถบตามชั้นยศ คือ

                        นายหมวดตรี      ๑ แถบ

                        นายหมวดโท      ๒ แถบ

                        นายหมวดเอก     ๓ แถบ

                        ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้ติดเรียงกันขึ้นไปทางด้านคอ เว้นระยะ

ระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

                        (๓) ชั้นนายกอง ทำด้วยโลหะสีทองเป็นช่อชัยพฤกษ์โอบง้าวไขว้ ดาวรูป

ดอกพิกุลและพระมหามงกุฎมีรัศมี ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้พระมหามงกุฎครอบ

ดาวดวงบน ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอและช่อชัยพฤกษ์อยู่ใต้ดาว ห่างจากอินทรธนู

ด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร มีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ

                        นายกองตรี         ๒ ดาว   เรียงตามยาวของอินทรธนู

                        นายกองโท         ๓ ดาว   เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าให้ด้านฐานอยู่ด้านไหล่

                        นายกองเอก       ๔ ดาว   เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ให้มุมแหลมวาง

                                                ตามยาวของอินทรธนู

                        นายกองใหญ่     ๕ ดาว   เรียงเป็นรูปวงกลม

                        ให้มีเครื่องหมายยศตาม (๒) และ (๓) ขนาดย่อส่วน ทำด้วยไหมหรือวัตถุ

เทียมไหมทองหรือโลหะสีทอง ประดับบนอินทรธนูอ่อนสำหรับเครื่องแบบปกติเสื้อคอพับและ

เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว"

 

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑

                                                         พลเอก ประจวบ สุนทรางกูร

                                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ:-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขปรับปรุง

ให้สะดวกและเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานและเป็นการประหยัดยิ่งขึ้น  จึงจำเป็นต้องออก

กฎกระทรวงนี้

 

[รก. ๒๕๓๑/๒๒/๕ - ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑]