พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ทบวงมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๓๕
-------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมาธิราช ทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการ
ในมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๕"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมาธิราช ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๒
มาตรา ๔ ให้จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ทบวง
มหาวิทยาลัย ดังนี้
(๑) สำนักงานอธิการบดี
(๒) สถาบันวิจัยและพัฒนา
(๓) สำนักการศึกษาต่อเนื่อง
(๔) สำนักคอมพิวเตอร์
(๕) สำนักทะเบียนและวัดผล
(๖) สำนักเทคโนโลยีการศึกษา
(๗) สำนักบรรณสารสนเทศ
(๘) สำนักบริการการศึกษา
(๙) สำนักพิมพ์
(๑๐) สำนักวิชาการ
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
+----------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันงานวิจัย
พื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อันได้แก่งานวิจัยและพัฒนา
แบบทดสอบ งานวิจัยสถาบัน งานวิจัยเพื่อพัฒนาวิชาการและงานวิจัยพัฒนาสื่อการศึกษาทางไกล
ได้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ประกอบกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมีแนวโน้ม
ที่จะทำการวิจัยในลักษณะสหวิทยาการและพหุวิทยาการ เพื่อตอบสนองความต้องการความรู้
และเทคโนโลยีในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สมควรจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา
ขึ้นในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาความรู้และ
เทคโนโลยีในระบบการศึกษาทางไกล ตลอดจนการวิจัย เพื่อพัฒนาวิชาการอันเป็นพื้นฐานสำคัญ
ในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติโดยส่วนร่วม และโดยที่มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑ บัญญัติให้การจัดตั้งสถาบัน
ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[รก. ๒๕๓๕/๔๒/๑๓๙/๘ เมษายน ๒๕๓๕]