พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งสำนักบรรณสารสนเทศ และสำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
พ.ศ. ๒๕๒๙
-------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙
เป็นปีที่ ๔๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักบรรณสารสนเทศ และสำนักพิมพ์ขึ้นใน
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนัก
บรรณสารสนเทศ และสำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๙"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งสำนักบรรณสารสนเทศ และสำนักพิมพ์ขึ้นในมหาวิทยาลัย
สุโขทัยธรรมาธิราช
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
+----------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากศูนย์
บรรณสารสนเทศ ในสำนักเทคโนโลยีการศึกษา ได้ขยายงานด้านบริการห้องสมุดและสื่อการ
ศึกษาในระบบการสอนทางไกลมากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการ
ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น เพื่อให้การบริหารงานเป็นอิสระและดำเนินไปอย่าง
มีประสิทธิภาพ สมควรยกฐานะศูนย์บรรณสารสนเทศ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา โดยจัดตั้งขึ้น
เป็นสำนักบรรณสารสนเทศ นอกจากนี้ โดยที่ฝ่ายการพิมพ์ในสำนักเทคโนโลยีการศึกษาต้อง
ปฏิบัติงานด้านการจัดพิมพ์เอกสารการสอน สิ่งพิมพ์ ผลงานทางวิชาการที่มีคุณค่าที่ได้เลือกสรร
แล้ว รวมทั้งการผลิตตำราไทยในระดับอุดมศึกษา และเผยแพร่สิ่งพิมพ์ทางวิชาการประเภท
ต่าง ๆ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เกี่ยวกับการจัดพิมพ์
และเผยแพร่เอกสาร ดังนั้น เพื่อให้สามารถรับภาระในการปฏิบัติงานด้านการจัดพิมพ์ได้อย่าง
เต็มที่ สมควรยกฐานะฝ่ายการพิมพ์สำนักเทคโนโลยีการศึกษา โดยจัดตั้งขึ้นเป็นสำนักพิมพ์
และโดยที่มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑
ได้บัญญัติให้การจัดตั้งสำนักต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[รก. ๒๕๒๙/๒๕/๑พ/๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙]