หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วย ปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ พ.ศ. 2551

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วย ปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ พ.ศ. 2551 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล

ว่าด้วย ปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

                       

 

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะให้เหมาะสมและเป็นไปตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๕๐

 

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๕๐ สภามหาวิทยาลัยมหิดล ในการประชุมครั้งที่ ๔๑๔ เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ พ.ศ. ๒๕๕๑

 

ข้อ ๒  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ในข้อบังคับนี้

มหาวิทยาลัย หมายถึง มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ข้อ ๔  ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการจัดการ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า การจัดการดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ กจ.ด.

(ข) โท เรียกว่า การจัดการมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ กจ.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า การจัดการบัณฑิต ใช้อักษรย่อ กจ.บ.

(๒) สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุขมูลฐาน มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ โท เรียกว่า การบริหารสาธารณสุขมูลฐานมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ สม.ม.

(๓) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า บัญชีดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.ด.

(ข) โท เรียกว่า บัญชีมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า บัญชีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.บ.

(๔) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า การแพทย์แผนไทยประยุกต์ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พทป.ด.

(ข) โท เรียกว่า การแพทย์แผนไทยประยุกต์มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พทป.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต ใช้อักษรย่อ พทป.บ.

(๕) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ท.ด.

(ข) ตรี เรียกว่า ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ท.บ.

(๖) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า เทคโนโลยีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ทล.บ.

(๗) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ด.

(ข) โท เรียกว่า บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า บริหารธุรกิจบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.บ.

(๘) สาขาวิชาประชากรศาสตร์ มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ เอก เรียกว่า ประชากรศาสตรดุษฎีบัณฑิตใช้อักษรย่อ ปช.ด.

(๙) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พย.ด.

(ข) โท เรียกว่า พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พย.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า พยาบาลศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พย.บ.

(๑๐) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พ.ด.

(ข) ตรี เรียกว่า แพทยศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พ.บ.

(๑๑) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ภ.ด.

(ข) โท เรียกว่า เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ภ.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า เภสัชศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ภ.บ.

(๑๒) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.

(ข) โท เรียกว่า วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า วิทยาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.บ.

(๑๓) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.ด.

(ข) โท เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.บ.

(๑๔) สาขาวิชาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า สังคมศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ สค.ด. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตใช้อักษรย่อ ศศ.ด. และ ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศษ.ด.

(ข) โท เรียกว่า สังคมศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ สค.ม. อักษรศาสตร มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ อ.ม. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ม. และ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศษ.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า ศิลปศาสตรบัณฑิตใช้อักษรย่อ ศศ.บ.

(๑๕) สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า สัตวแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ สพ.ด.”.

(ข) ตรี เรียกว่า สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ สพ.บ.

(๑๖) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ส.ด.

(ข) โท เรียกว่า สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ส.ม.

(ค) ตรี เรียกว่า สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ส.บ.

(๑๗) สาขาวิชาอายุรศาสตร์เขตร้อนคลินิก มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ โท เรียกว่า อายุรศาสตร์เขตร้อนคลินิกมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ อค.ม.

ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

 

ข้อ ๕  ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัย มีสามชั้น ดังต่อไปนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าประมาณ ๑๕ เซนติเมตร หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๑๒.๕ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อ ปลายแขนปล่อยกว้างยาวระดับข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชากว้าง ๕ เซนติเมตรยาว ๓๐ เซนติเมตร พับปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่าง ๕ เซนติเมตรมีผ้าคล้องคอยาว ๑๒๐ เซนติเมตร ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับเสื้อ ด้านในทำด้วยผ้าหรือแพรสีน้ำเงิน และให้แลบเป็นขลิบกว้าง ๑ เซนติเมตร ประกอบด้วยหมวก แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ ๒๕ เซนติเมตร ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำ มีพู่ทำด้วยดิ้นทองให้ปลายห้อยพ้นปีกหมวกพอสมควร

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่แถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชาที่เย็บติดเป็นสาบกว้าง ๗.๕ เซนติเมตร ตอนกลางแขนทั้งสองข้างไม่มีแถบกำมะหยี่ ผ้าคล้องคอยาว ๑๐๕ เซนติเมตร หมวกมีพู่ทำด้วยไหมสีดำ

(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต แต่แถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชาที่เย็บติดเป็นสาบกว้าง ๕ เซนติเมตร ผ้าคล้องคอยาว ๙๐ เซนติเมตร

 

ข้อ ๖  สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการจัดการ                                                        สีฟ้า

(๒) สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุขมูลฐาน                              สีส้ม

(๓) สาขาวิชาการบัญชี                                                           สีฟ้าอ่อน

(๔) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์                                 สีเทา

(๕) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์                                              สีเม็ดมะปราง

(๖) สาขาวิชาเทคโนโลยี                                                         สีชมพูกลีบบัว

(๗) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ                                                     สีฟ้าเข้ม

(๘) สาขาวิชาประชากรศาสตร์                                                สีแดง

(๙) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์                                                  สีขาว

(๑๐) สาขาวิชาแพทยศาสตร์                                                  สีเขียว

(๑๑) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์                                                   สีเขียวมะกอก

(๑๒) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์

(ก) ทั่วไป                                                                   สีเหลืองทอง

(ข) วิชาพยาบาล                                                          สีเหลืองแกมแดงอ่อน

(ค) เฉพาะปรัชญาดุษฎีบัณฑิต                                       สีน้ำเงินเข้ม

(๑๓) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์                                             สีแดงเลือดหมู

(๑๔) สาขาวิชาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์      สีชมพูแก่

(๑๕) สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์                                            สีฟ้าหม่น

(๑๖) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์                                            สีชมพู

(๑๗) สาขาวิชาอายุรศาสตร์เขตร้อนคลินิก                              สีน้ำเงินแกมม่วง

 

ข้อ ๗  เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสำหรับผู้ได้ปริญญามีลักษณะเป็นรูปวงกลมดุนนูนเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะลงยา พื้นสีน้ำเงินแก่ มีอักษรดุนนูนสีทองตอนบนว่า อตฺตานํ อุปมํ กเร และตอนล่างว่า มหาวิทยาลัยมหิดล คั่นด้วยดอกประจำยามดุนนูนสีทองอยู่ในกรอบวงกลมดุนนูนสีทอง ตรงกลางมีรูปดุนนูนสีทองประกอบด้วยอักษร อยู่ภายใต้จักร ตรีและพระมหาพิชัยมงกุฏ

 

ข้อ ๘  ให้มหาวิทยาลัยจัดทำครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะตามข้อบังคับนี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

 

ข้อ ๙ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยรักษาการตามข้อบังคับนี้

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

วิจารณ์  พานิช

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๒๒ ง/หน้า ๖๙/๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒