กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๒๗
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๓๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๒๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่จะต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มทำคำร้องเป็น
หนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยแสดงเหตุผลที่ของดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มนั้น เว้นแต่กรณีที่อธิบดี
พิจารณาเห็นสมควรจะสั่งให้งดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มโดยไม่ต้องมีคำร้องก็ได้
ข้อ ๒ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ายื่นคำร้องตามข้อ ๑ ก่อนได้รับแจ้งการประเมินจาก
พนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าได้รับหนังสือแจ้งการประเมินก่อนแล้ว ให้
ยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อของดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม
ข้อ ๓ การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มให้ทำได้เฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือ
ผู้นำเข้าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบภาษีเป็นอย่างดี
ข้อ ๔ การลดเบี้ยปรับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลดได้ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นแบบรายการภาษีแล้ว ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าได้ยื่น
แบบรายการภาษีเองและขอชำระภาษีโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ เบี้ยปรับ
ที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๓๖ (๑) ให้ลดลงตามอัตราและเงื่อนไขดังนี้
(ก) ถ้าชำระภายใน ๑๕ วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละ ๒ ของเบี้ยปรับ
(ข) ถ้าชำระภายหลัง ๑๕ วัน แต่ไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี ให้
เสียร้อยละ ๕ ของเบี้ยปรับ
(ค) ถ้าชำระภายหลัง ๓๐ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐ วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี ให้
เสียร้อยละ ๑๐ ของเบี้ยปรับ
(ง) ถ้าชำระภายหลัง ๖๐ วัน แต่ไม่เกิน ๙๐ วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี ให้
เสียร้อยละ ๑๕ ของเบี้ยปรับ
(จ) ถ้าชำระภายหลัง ๙๐ วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละ ๒๐
ของเบี้ยปรับ
(๒) กรณีที่ได้ยื่นแบบรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียขาดไป
เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าได้ยื่นแบบรายการภาษีใหม่และขอชำระภาษีให้ถูกต้องโดยไม่ได้รับ
คำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ เบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๓๖ (๒) ให้ลดลงตามอัตรา
และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน (๑) โดยอนุโลม
(๓) กรณีอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ให้เสียร้อยละ ๔๐ ของเบี้ยปรับ
ข้อ ๕ การลดเงินเพิ่มตามมาตรา ๑๓๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลดได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าชำระภาษีภายใน ๗ วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลา
ชำระภาษี หรือวันชำระภาษีขาดจากจำนวนภาษีที่ต้องเสีย โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็น
หนังสือเงินเพิ่มที่ต้องเสียให้ลดลงคงเหลือร้อยละ ๐.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ
โดยไม่รวมเบี้ยปรับ
(๒) ถ้าผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าชำระภาษีภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลา
ชำระภาษี หรือวันชำระภาษีขาดจากจำนวนภาษีที่ต้องเสียโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่ง
เป็นหนังสือเงินเพิ่มที่ต้องเสียให้ลดลงคงเหลือร้อยละ ๐.๗๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่
ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
ข้อ ๖ การลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕ หรือการงดเบี้ยปรับ
หรือเงินเพิ่ม ให้ทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗
สุธี สิงห์เสน่ห์
รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
+-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหต ุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓๘ แห่งพระราชบัญญัติ
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ บัญญัติให้เบี้ยปรับและเงินเพิ่มอาจงดหรือลดลงได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน
กฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๒๗/๑๖/๕๑พ/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๗]