หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 11 และระดับ 12 พ.ศ. 2552

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
2540
ระเบียบ:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:

กำลังแสดง: ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 11 และระดับ 12 พ.ศ. 2552 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ ๑๑ และระดับ ๑๒

พ.ศ. ๒๕๕๒

                       

 

เพื่อให้สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สามารถบริหารงานได้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งมีความจำเป็นต้องเพิ่มบุคลากรระดับสูงอีกจำนวนหนึ่ง ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๕ (๕) จึงได้ออกข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติว่าด้วย หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ ๑๑ และระดับ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ ๑๑ และระดับ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๕๒

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  บรรดา กฎ ระเบียบ และข้อบังคับใด ๆ ในส่วนที่มีการกำหนดไว้แล้วขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

 

ข้อ ๔  ในข้อบังคับนี้

ผู้เชี่ยวชาญ หมายความว่า ผู้ที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งงานในสายงานวิชาการและให้ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงาน

คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญระดับ ๑๑ และ ๑๒

สถาบัน หมายความว่า สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

 

ข้อ ๕  คุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ มีคุณสมบัติสอดคล้องตามข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการเลื่อนตำแหน่งของพนักงาน พ.ศ. ๒๕๔๒ และว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนของพนักงาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบด้วย

๕.๑ ในกรณีการสรรหาและคัดเลือกจากบุคคลภายใน

ก. ผู้เชี่ยวชาญระดับ ๑๑

(๑) วุฒิการศึกษาและประสบการณ์

๑) มีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอก หรือเทียบเท่า ในสาขาที่สถาบันต้องการ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และดำรงตำแหน่งในระดับ ๑๐ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี หรือ

๒) มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่า ในสาขาที่สถาบันต้องการ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี และดำรงตำแหน่งในระดับ ๑๐ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี หรือ

๓) มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาที่สถาบันต้องการ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๔ ปี และดำรงตำแหน่งในระดับ ๑๐ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๒) ได้รับเงินเดือนปัจจุบันไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของระดับ ๑๑

ข. ผู้เชี่ยวชาญระดับ ๑๒

(๑) วุฒิการศึกษาและประสบการณ์

๑) มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือเทียบเท่า ในสาขาที่สถาบันต้องการ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี และดำรงตำแหน่งในระดับ ๑๑ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี หรือ

๒) มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่า ในสาขาที่สถาบันต้องการ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๔ ปี และดำรงตำแหน่งในระดับ ๑๑ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี หรือ

๓) มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาที่สถาบันต้องการ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๖ ปี และดำรงตำแหน่งในระดับ ๑๑ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๒) ได้รับเงินเดือนปัจจุบันไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของระดับ ๑๒

๕.๒ ในกรณีการสรรหาและคัดเลือกจากบุคคลภายนอก ให้คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติที่เห็นว่าเหมาะสมกับตำแหน่ง

 

ข้อ ๖  ต้องมีผลงานทางมาตรวิทยา วิชาการ ผลผลิต งานวิจัย ที่แสดงถึงการมีความรอบรู้ ทักษะ ความชำนาญ ที่สอดคล้องตามลักษณะงาน ระดับ ๑๑ และระดับ ๑๒ โดยกำหนดตัวชี้วัดความสามารถในผลงานอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผลงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ผลงานด้านมาตรวิทยาเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ที่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนการวัดเปรียบเทียบผลการวัดนานาชาติ นำเสนอผลงานโดยการตีพิมพ์ผลงาน ทำระบบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ ส่งความสามารถของการวัด Calibration and Measurement Capabilities (CMC) ไปยังองค์การชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ Bureau International des Poids et Mesures (BIPM) และได้รับการบันทึกไว้ในฐานข้อมูล

(๒) มีผลงานที่แสดงถึงความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์งานวิจัยและพัฒนา หรือใช้เพื่อสถาปนามาตรฐานการวัดของประเทศ หรือการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยกำหนดตัวชี้วัดเช่น ผลงานต้นแบบ เครื่องมือวัดมาตรฐาน อุปกรณ์หรือวัสดุอ้างอิงที่ใช้ในการวัดปริมาณกระบวนการที่สมบูรณ์พร้อมใช้ในเชิงพาณิชย์ จำนวนโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนหลัก จำนวนรางวัลจากผลงานวิจัยหรือที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

(๓) มีผลงานที่แสดงคุณค่าของงานวิจัยและพัฒนา การเขียนหนังสือตำราวิชาการหรือหลักสูตรที่สอนหรืออบรม หรือการใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ โดยวัดจากจำนวนผลงานหรือเทคโนโลยีที่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และการสร้างรายได้ให้แก่องค์กรหรือการหาทุนมาพัฒนาเทคโนโลยี

(๔) ผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา เช่น จำนวนสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตร เป็นต้น

ทั้งนี้ ต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อเลื่อนระดับหรือเลื่อนตำแหน่งมาก่อน

 

ข้อ ๗  ในการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ ระดับ ๑๑ และ ๑๒ ประกอบด้วย ประธานคณะอนุกรรมการบริหารสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เป็นประธาน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรวิทยา ๓ คน เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้จัดการฝ่ายบริหารงานกลาง เป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้รองประธานคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการ

 

ข้อ ๘  ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดเกณฑ์ผลงานและการให้คะแนนมาตรฐานในการพิจารณาภายใต้กรอบผลงานข้อ ๖ และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ก่อนที่จะมีการพิจารณาคัดเลือกอย่างน้อย ๓๐ วันนับตั้งแต่วันประกาศรับสมัคร

(๒) พิจารณาประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่กำหนด

(๓) ดำเนินการอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญตามข้อบังคับนี้

 

ข้อ ๙  วิธีการดำเนินการสรรหาและคัดเลือก

(๑) ให้ส่วนทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารงานกลาง เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น

(๒) ให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น จัดส่งผลงานตามข้อ ๖ ที่เป็นไปตามเกณฑ์ผลงานข้อ ๘ (๑)

(๓) คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นและผลงาน

(๔) คณะกรรมการสัมภาษณ์ผู้ที่มีผลงานผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยการสัมภาษณ์จะพิจารณาเกี่ยวกับบุคลิกภาพ ภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มนุษย์สัมพันธ์ ความรอบรู้และประสบการณ์ การประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๓ ปีย้อนหลัง เป็นต้น

(๕) คณะกรรมการนำเสนอคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบ

 

ข้อ ๑๐  การคัดเลือกในแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องครบตามอัตราตำแหน่งที่ว่าง

 

ข้อ ๑๑  ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้อำนวยการ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ และให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กัลยา  โสภณพนิช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประธานกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ ตุลาคม ๒๕๕๒

 

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

 

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้า ๖๕/๓๐ กันยายน ๒๕๕๒