คำสั่งกรมสรรพสามิต
ที่ ๑๓๔/๒๕๓๗
เรื่อง คำวินิจฉัยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเกี่ยวกับการคำนวณพื้นที่
และปริมาตรรวมภายในตัวรถสำหรับรถยนต์นั่งตรวจการณ์
-----------------------
เพื่อให้การคำนวณหาพื้นที่ และปริมาตรรวมภายในตัวรถ สำหรับรถยนต์นั่ง
ตรวจการณ์ (OFF - ROAD PASSENGER VEHICLE : OPV) ตามคุณลักษณะเฉพาะ
ที่กำหนดในข้อ ๑.๓ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข
ในการลดอัตราภาษีให้สำหรับรถยนต์นั่งตรวจการณ์ (OFF - ROAD PASSENGER
VEHICLE : OPV) ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๓๗ เป็นไปด้วยความคล่องตัวและเหมาะสม อธิบดี
กรมสรรพาสามิตจึงมีคำวินิจฉัยโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ และ (ก) ของ (๒) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์การตีความในพิกัดอัตราภาษีสรรพาสามิต ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๘ ไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การคำนวณหาพื้นที่ภายในรถ (นอกเหนือจากที่นั่ง) ที่สามารถใช้บรรทุก
ของได้อย่างน้อยหนึ่งในสามของพื้นที่ และของปริมาตรรวมภายในตัวรถนั้นให้ใช้วิธี ดังต่อไปนี้
๑.๑ รถยนต์นั่ง ๕ ประตู ให้วัดระยะความยาวเปรียบเทียบระหว่างระยะ
ความยาวที่วัดด้านนอกตัวรถยนต์จากจุด A ถึงจุด C ในแนวระนาบเดียวกันกับระยะความยาวที่วัด
ด้านนอกตัวรถยนต์ในแนวเดียวกันจากจุด B ถึงจุด C (ตามตัวอย่างในภาพ๑) หากระยะความยาว
จากจุด B ถึงจุด C มีระยะความยาวไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของระยะความยาวจากจุด A ถึงจุด C
ให้ถือว่ามีพื้นที่ภายในรถ (นอกเหนือจากที่นั่ง) สามารถใช้บรรทุกของได้อย่างน้อยหนึ่งในสามของ
พื้นที่และของปริมาตรรวมภายในตัวรถ
๑.๒ รถยนต์นั่ง ๓ ประตู ให้วัดระยะความเปรียบเทียบระหว่างระยะ
ความยาวที่วัดด้านนอกตัวรถยนต์จากจุด A ถึงจุด C ในแนวระนาบเดียวกันกับระยะความยาวที่วัด
ด้านนอกตัวรถยนต์ในแนวเดียวกันจากจุด B ถึงจุด C (ตามตัวอย่างในภาพ๒) หากระยะความยาว
จากจุด B ถึงจุด C มีระยะความยาวไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของระยะความยาวจากจุด A ถึงจุด C
ให้ถือว่ามีพื้นที่ภายในรถ (นอกเหนือจากที่นั่ง) สามารถใช้บรรทุกของได้อย่างน้อยหนึ่งในสามของ
พื้นที่และของปริมาตรรวมภายในตัวรถ
ข้อ ๒ กรณีที่มีปัญหาให้เสนออธิบดีกรมสรรพสามิตวินิจฉัยสั่งการ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๓๗
สมใจนึก เองตระกูล
อธิบดีกรมสรรพสามิต
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
[รก.๒๕๓๗/๔๒ง/๙๔/๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๗]
ฐาปนี/แก้ไข
๑๒ กันยายน ๒๕๔๕
A+B(C)