กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๒๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ. ๒๕๐๙
---------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ
พิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวง
ไว้ ดังต่อไปนี้
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๓) ทวิ ของข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๖
(พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
"(๓) ทวิ แร่รัตนชาติ
(ก) ราคาแร่รัตนชาติ ให้ประกาศเป็นราคาต่อหนึ่งกรัมตามชนิดของแร่รัตนชาติ
ิที่ยังมิได้ทำการเจียรนัย โดยให้ถือราคาตลาดเฉลี่ยครั้งหลังสุดที่ซื้อขายกันในกรุงเทพมหานคร
(ข) เมื่อใดแร่รัตนชาติชนิดใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดไม่เกินสิบบาทต่อ
หนึ่งกรัมมีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ประกาศนั้นเกินหนึ่งบาท ให้ประกาศใหม่
(ค) เมื่อใดแร่รัตนชาติชนิดใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดเกินสิบบาทแต่ไม่เกิน
หนึ่งร้อยบาทต่อหนึ่งกรัม มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ประกาศนั้นเกินห้าบาทให้ประกาศ
ใหม่
(ง) เมื่อใดแร่รัตนชาติชนิดใดที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกินหนึ่งร้อยบาทต่อหนึ่งกรัม มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ประกาศนั้นเกินสิบบาท ให้ประกาศใหม่"
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑
เกษม จาติกวนิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันได้มีผู้ขอประทานบัตร
ทำเหมืองแร่รัตนชาติซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อออกประทานบัตรและผู้ถือประทานบัตร
ดังกล่าวจะต้องชำระค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวิธีการกำหนดราคา
ตลาดของแร่รัตนชาติสำหรับเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ไว้ เนื่องจากแต่เดิมยังมิได้มีผู้ขอประทานบัตร
ทำเหมืองแร่รัตนชาติมาก่อน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ขึ้น
[รก.๒๕๒๑/๑๓๐/๖๖๕/๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๑]