กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๒๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ. ๒๕๐๙
---------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวง
แร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๒๐ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ. ๒๕๐๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๖
(พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ และ
ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(๑) แร่ดีบุก
(ก) ราคาโลหะดีบุกในแร่ ให้ประกาศเป็นราคาต่อหกสิบกิโลกรัม โดยให้ถือจาก
ราคาตลาดครั้งหลังสุดที่ซื้อขายกันในสหพันธ์มาเลเซีย
(ข) เมื่อใดราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกิน
ห้าสิบบาทต่อหกสิบกิโลกรัมให้ประกาศใหม่"
ข้อ ๒ ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกตามราคาที่ประกาศตามข้อ ๒ (๑) แห่ง
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวง
แร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ในอัตราดังนี้
(๑) ร้อยละสามสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกิน
สามพันบาท แต่ไม่เกินหกพันบาท
(๒) ร้อยละสี่สิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกิน
หกพันบาทแต่ไม่เกินเก้าพันบาท
(๓) ร้อยละห้าสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วน
ที่เกินเก้าพันบาท
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
อัมพร จันทรวิจิตร
รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๔ แห่งพระราช
บัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ กำหนดให้การเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุก
เป็นไปตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๒๐/๖๖/๑พ./๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐]