หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อกำหนดสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุว่าด้วยคุณสมบัติผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพประเภทรายบุคคลจากกองทุนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2552

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
ข้อกำหนด:

กำลังแสดง: ข้อกำหนดสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุว่าด้วยคุณสมบัติผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพประเภทรายบุคคลจากกองทุนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2552 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อกำหนดสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก

เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ

ว่าด้วยคุณสมบัติผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงินทุน

ประกอบอาชีพประเภทรายบุคคลจากกองทุนผู้สูงอายุ

พ.ศ. ๒๕๕๒

                       

 

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงคุณสมบัติผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงินทุนประเภทรายบุคคลจากกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

 

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๘ (๔) แห่งระเบียบคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ว่าด้วยการพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงิน การจัดทำรายงานสถานะการเงิน และการบริหารกองทุนผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกอบข้อ ๓ (๔) แห่งประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนผู้สูงอายุ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นที่ให้การสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนผู้สูงอายุ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ จึงออกข้อกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อกำหนดนี้เรียกว่า ข้อกำหนดสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ว่าด้วยคุณสมบัติผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพประเภทรายบุคคลจากกองทุนผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๕๒

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ให้ยกเลิกข้อกำหนดผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ว่าด้วยคุณสมบัติผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพประเภทรายบุคคลจากกองทุนผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๕๐

 

ข้อ ๔  ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพประเภทรายบุคคลต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

(๒) มีความจำเป็นในการขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมประกอบอาชีพ

(๓) มีความสามารถในการประกอบอาชีพในเรื่องที่ขอรับการสนับสนุน

(๔) มีสภาพร่างกายแข็งแรงสามารถประกอบอาชีพได้

(๕) มีรายได้ไม่เกิน ๗,๐๐๐ บาทต่อเดือน

(๖) ไม่เป็นผู้ค้างชำระเงินกองทุนผู้สูงอายุ

 

ข้อ ๕  ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพต้องมีบุคคลที่น่าเชื่อถือมาค้ำประกันการกู้ยืม โดยผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) เป็นผู้มีรายได้ประจำ

(๒) ไม่อยู่ระหว่างเป็นผู้ค้ำประกันให้กับบุคคลอื่นที่กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุประเภทรายบุคคลหรือรายกลุ่ม

(๓) ไม่อยู่ระหว่างเป็นผู้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพรายบุคคลหรือรายกลุ่ม

 

ข้อ ๖  หลักเกณฑ์การพิจารณาประกอบคุณสมบัติของผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

(๑) กรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพ มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ให้คะแนน ๔๐ คะแนน กรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพ มีรายได้ต่อเดือนเกิน ๒,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท ให้คะแนน ๓๐ คะแนนและกรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีรายได้ต่อเดือนเกิน ๔,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๗,๐๐๐ บาท ให้คะแนน ๒๐ คะแนน

(๒) กรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีภาวะในการดำรงชีวิตโดยเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวทั้งหมด ให้คะแนน ๑๐ คะแนน และกรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีภาวะในการดำรงชีวิต โดยเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวบางส่วน ให้คะแนน ๕ คะแนน

(๓) กรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีภาระหนี้สินให้คะแนน ๑๐ คะแนน และกรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพไม่มีภาระหนี้สิน ให้คะแนน ๕ คะแนน

(๔) กรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีสภาพร่างกายแข็งแรงเหมาะสมกับการประกอบอาชีพ ให้คะแนน ๒๐ คะแนน และกรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีสภาพร่างกายไม่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพ ให้คะแนน ๕ คะแนน

(๕) กรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีทักษะในการประกอบอาชีพโดยประกอบอาชีพเดิมซึ่งมีความชำนาญหรือเป็นงานที่ทำอยู่แล้ว ให้คะแนน ๒๐ คะแนน และกรณีผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพมีทักษะในการประกอบอาชีพโดยประกอบอาชีพใหม่ ให้คะแนน ๕ คะแนน

 

ข้อ ๗  ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพต้องมีความสามารถชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าวได้ โดยมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

(๑) กรณีมีผลตอบแทนจากการลงทุนและมีรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นมากกว่า ๓,๐๐๐ บาทขึ้นไป ให้คะแนน ๔๐ คะแนน และกรณีมีผลตอบแทนจากการลงทุนและมีรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑,๕๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ให้คะแนน ๓๐ คะแนน และกรณีมีผลตอบแทนจากการลงทุนและมีรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท ให้คะแนน ๒๐ คะแนน

(๒) กรณีมีบุคคลที่มีอาชีพซึ่งมีรายได้จำนวนแน่นอนเป็นผู้ค้ำประกัน ให้คะแนน ๒๐ คะแนน และกรณีมีบุคคลที่มีอาชีพซึ่งมีรายได้จำนวนไม่แน่นอนเป็นผู้ค้ำประกัน ให้คะแนน ๑๐ คะแนน

(๓) กรณีผู้ค้ำประกันมีรายได้ต่อเดือนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท โดยมีหลักฐานมาแสดง ให้คะแนน ๒๐ คะแนน และกรณีที่ผู้ค้ำประกันมีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ ๗,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้คะแนน ๑๐ คะแนน

(๔) กรณีผู้ค้ำประกันไม่มีหนี้สิน ให้คะแนน ๑๕ คะแนน และกรณีที่ผู้ค้ำประกันมีหนี้สิน ให้คะแนน ๕ คะแนน

(๕) กรณีผู้ค้ำประกันมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ให้คะแนน ๕ คะแนน และกรณีผู้ค้ำประกันไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ให้คะแนน ๑ คะแนน

 

ข้อ ๘  ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพ จะได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนผู้สูงอายุจะต้องได้คะแนนตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๕ ของคะแนนแต่ละข้อ

 

ข้อ ๙  ผู้สูงอายุที่เคยยื่นคำขอกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพตามข้อกำหนดนี้แล้วแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ สามารถยื่นคำขอกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพได้อีกภายหลังจากวันที่คณะกรรมการบริหารกองทุนผู้สูงอายุพิจารณาคำขอกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพครั้งนั้นผ่านไปแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กิตติ  สมานไทย

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก

เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๐๖ ง/หน้า ๓๑/๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒