ประกาศกรมวิชาการเกษตร
เรื่อง การขอขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน การขอแก้ไขรายการทะเบียน
และการแก้ไขรายการทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘
พ.ศ. ๒๕๕๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อธิบดีกรมวิชาการเกษตรโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการปุ๋ยออกประกาศกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้า หรือผู้รับใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ยซึ่งประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าปุ๋ยอินทรีย์นอกจากปุ๋ยที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๓๔ (๕) ต้องนำปุ๋ยอินทรีย์ชนิดนั้น มาขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ตามแบบ ท.อ.1 ท้ายประกาศนี้ พร้อมส่งมอบตัวอย่างภาชนะบรรจุหรือภาพถ่ายภาชนะบรรจุ ตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์ที่ขอขึ้นทะเบียน และเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ท.อ.1 รวม ๑ ชุด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
ข้อ ๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดที่ไม่เป็นของเหลว
- ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (Total Nitrogen) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑.๐ ของน้ำหนักฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของน้ำหนัก และโพแทชทั้งหมด (Total K2O) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของน้ำหนัก หรือมีปริมาณธาตุอาหารหลักรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒.๐ของน้ำหนัก
- ปริมาณอินทรียวัตถุรับรอง (Organic Matter) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ของน้ำหนัก
- อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N Ratio) ไม่เกิน ๒๐ : ๑
- การย่อยสลายที่สมบูรณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
- ค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity) ไม่เกิน ๑๐ เดซิซีเมนส์ต่อเมตร
- ปริมาณเกลือ (NaCl) ไม่เกินร้อยละ ๑ โดยน้ำหนัก
- ขนาดของปุ๋ย ไม่เกิน ๑๒.๕ × ๑๒.๕ มิลลิเมตร
- ปริมาณหิน กรวด ขนาดตั้งแต่ ๕ มิลลิเมตรขึ้นไป ไม่เกินร้อยละ ๒ ของน้ำหนัก
- ความชื้นไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของน้ำหนัก
- ต้องไม่พบพลาสติก แก้ว วัสดุมีคม หรือโลหะอื่น ๆ
- ปริมาณสารเป็นพิษไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๒) ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดที่เป็นของเหลว
- ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (Total Nitrogen) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของน้ำหนักฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของน้ำหนัก และโพแทชทั้งหมด (Total K2O) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของน้ำหนัก หรือมีปริมาณธาตุอาหารหลักรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑.๕ ของน้ำหนัก
- ปริมาณอินทรียวัตถุรับรอง (Organic Matter) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของน้ำหนัก
- อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N Ratio) ไม่เกิน ๒๐ : ๑
- ค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity) ไม่เกิน ๑๐ เดซิซีเมนส์ต่อเมตร
- ปริมาณเกลือ (NaCl) ไม่เกินร้อยละ ๑ โดยน้ำหนัก
- ปริมาณสารเป็นพิษไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๓) ปุ๋ยอินทรีย์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องอยู่ในเงื่อนไขการอนุญาตให้นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยกักพืช
(๔) ปุ๋ยอินทรีย์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรที่นำมาขึ้นทะเบียน และประสงค์จะนำปุ๋ยอินทรีย์นั้นไปแบ่งบรรจุ ให้ใช้ผลการวิเคราะห์ปุ๋ยอินทรีย์ฉบับเดียวกันได้เมื่อยื่นคำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ต่อเนื่องในคราวเดียวกัน
(๕) เครื่องหมายการค้าที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ต้องเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์
ข้อ ๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและหลักฐานตามข้อ ๑ แล้ว ให้ส่งคำขอและหลักฐานให้คณะอนุกรรมการพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยเพื่อพิจารณาตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบพร้อมกับความเห็นต่ออธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
ข้อ ๔ เมื่ออธิบดีกรมวิชาการเกษตร เห็นสมควรอนุญาตให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ชนิดใด ให้ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ตามแบบ ท.อ.3 ท้ายประกาศนี้
ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดใดที่คณะกรรมการปุ๋ยเห็นว่าไม่สมควรอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ทราบโดยมิชักช้า
ข้อ ๕ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ๑ ฉบับ ให้ใช้ได้กับปุ๋ยอินทรีย์ ๑ ชื่อการค้า ๑ เครื่องหมายการค้า
ข้อ ๖ ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งประสงค์จะแก้ไขรายการในทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ให้ยื่นขอแก้ไขรายการในทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ เป็นหนังสือชี้แจงรายละเอียดพร้อมกับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ที่ขอแก้ไขนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ให้รายงานผลการตรวจสอบพร้อมกับความเห็นต่ออธิบดีกรมวิชาการเกษตรเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป เมื่ออธิบดีกรมวิชาการเกษตรเห็นสมควรอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ได้ ให้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปได้
ข้อ ๗ การพิจารณาอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ให้ดำเนินการตามข้อ ๓ และข้อ ๔ โดยอนุโลม
ข้อ ๘ ผู้ซึ่งยื่นคำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ที่อธิบดีได้อนุมัติให้ขึ้นทะเบียนแล้ว หากผู้ยื่นคำขอไม่มาติดต่อขอรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์คำขอดังกล่าว ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันยื่นคำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสละสิทธิในการขึ้นทะเบียนตามคำขอขึ้นทะเบียนนั้น
ข้อ ๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ก่อนที่จะมอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เมทนี สุคนธรักษ์
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ (ท.อ.1)
๒. ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 (ท.อ.3)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑