หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
คำสั่ง:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับกรมการประกันภัย

ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

-----------------

                        ด้วยกรมการประกันภัย ได้นำวิธีการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ

นอกศาลมาใช้ในการระงับข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวกับสัญญาประกันภัยระหว่างผู้เอา

ประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้ได้รับความเสียหายตามสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย

ทั้งนี้ ภายใต้การดำเนินการของกรมการประกันภัย

                        เพื่อให้กระบวนพิจารณาการระงับข้อพิพาท ด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการเป็นไป

ด้วยความรวดเร็วประหยัดและเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับกรมการประกันภัยว่าด้วย

อนุญาโตตุลาการขึ้น ดังต่อไปนี้

 

                                                               หมวด ๑

                                                               บทนิยาม

                                                            --------------

                        ข้อ ๑  ในข้อบังคับนี้

                        (๑) "คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งได้รับการ

แต่งตั้งจากอธิบดี

                        (๒) "อนุญาโตตุลาการ" หมายถึง อนุญาโตตุลาการผู้ชี้ขาดข้อพิพาท ซึ่งกรมการ

ประกันภัยได้ขึ้นทะเบียนอนุญาโตตุลาการกรมการประกันภัยไว้ตามความเห็นชอบของคณะ

กรรมการ

                        (๓) "ข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ" หมายถึง ข้อบังคับกรมการประกันภัยว่าด้วย

อนุญาโตตุลาการ

                        (๔) "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายถึง พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ

ประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือ พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่อธิบดีมอบหมาย

ให้ปฏิบัติการตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ

                        (๕) "อธิบดี" หมายถึง อธิบดีกรมการประกันภัย หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมการ

ประกันภัยมอบหมาย

 

                                                                 หมวด ๒

                                                 คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ

                                                            -----------------

 

                        ข้อ ๒  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ"

ประกอบด้วย อธิบดีเป็นประธานคณะกรรมการ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการ

สูงสุด นายกสมาคมประกันวินาศภัย นายกสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมนายหน้า

ประกันภัย และผู้แทนกรมการประกันภัยเป็นกรรมการและเลขานุการ

                        ให้คณะกรรมการ แต่งตั้งข้าราชการสังกัดกรมการประกันภัยเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

                        กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่ง คราวละ ๒ ปี เมื่อครบวาระแล้วและยังคงเป็น

ผู้แทนตามวรรคแรก อาจได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

                        นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบ

วาระในกรณีใดกรณีหนึ่ง เมื่อ

                        (๑) ตาย

                        (๒) ลาออก

                        (๓) พ้นจากการเป็นผู้แทนตามวรรคแรก

                        (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

                        (๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

                        (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ

ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

                        ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้อธิบดีแต่งตั้งกรรมการ

ขึ้นแทน จากบุคคลที่เป็นผู้แทนคนใหม่ของหน่วยงานนั้น โดยให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่

ของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้น

                        เมื่อครบวาระดังกล่าวในวรรคสาม หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนให้

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่ง

ได้รับแต่งตั้งแทนนั้นเข้ารับหน้าที่

                        ข้อ ๓  การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

                        ในการประชุมของคณะกรรมการ ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่

อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

                        มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

                        กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม

เป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

                        ข้อ ๔  คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                        (๑) ประกาศกำหนดสถานที่ทำการของอนุญาโตตุลาการ

                        (๒) ประกาศกำหนดอัตราค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ค่าใช้จ่ายในการดำเนิน

กระบวนพิจารณา การวางเงินเป็นหลักประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ค่าใช้จ่ายในการดำเนิน

กระบวนพิจารณา และค่าอากรแสตมป์ปิดคำชี้ขาด

                        (๓) ให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ

                        (๔) ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมจะทำหน้าที่เป็น

อนุญาโตตุลาการ เสนอต่อกรมการประกันภัยเพื่อขึ้นทะเบียนอนุญาโตตุลาการกรมการประกันภัย

                        ทะเบียนอนุญาโตตุลาการนี้ อาจเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราวตามที่คณะกรรมการ

เห็นสมควร

                        (๕) ออกประกาศ กำหนดระเบียนต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับ

อนุญาโตตุลาการนี้

 

                                                                  หมวด ๓

                                                  การใช้ข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ

                                                              ----------------

                        ข้อ ๕  ให้ใช้ข้อบังคับอนุญาโตตุลาการแก่การระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการ

อนุญาโตตุลาการ ภายใต้การดำเนินการของกรมการประกันภัย

                        การใดที่มิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ ให้ดำเนินการนั้นไปตาม

ความตกลงของคู่พิพาท หรือตามที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควร หรือตามพระราชบัญญัติ

อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้วแต่กรณี

                        ข้อ ๖  เพื่อประโยชน์ในการตีความข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ การส่งคำคู่ความ

หนังสือแจ้งความหรือเอกสารอื่นใดให้ถือว่ามีผลสมบูรณ์ เมื่อคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งหรือผู้แทนฝ่าย

นั้นได้รับแล้วด้วยตนเอง หรือได้มีการส่งไปถึงภูมิลำเนา หรือสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้รับ หาก

ไม่สามารถสืบหาภูมิลำเนา หรือสถานที่ประกอบธุรกิจที่แท้จริงได้ ให้ส่งไปยังถิ่นที่อยู่หรือสถานที่

ประกอบธุรกิจที่ทราบครั้งสุดท้ายของบุคคลนั้น

                        เพื่อประโยชน์ในการคำนวณระยะเวลาตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ มิให้นับวัน

แรกแห่งระยะเวลานั้นรวมคำนวณเข้าด้วย ถ้าวันสุดท้ายแห่งระยะเวลานั้นเป็นวันหยุด ซึ่งตาม

ประเพณีงดเว้นการงาน ให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวจนถึงวันที่เริ่มทำงานใหม่ วันหยุดซึ่งตาม

ประเพณีงดเว้นการงานและอยู่ระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้รวมคำนวณเข้าไปในระยะเวลาด้วย

 

                                                               หมวด ๔

                                          การดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาท

                                                            -----------

 

 

                                                               ส่วนที่ ๑

                                                       การเสนอข้อพิพาท

                                                            ------------

                        ข้อ ๗  ในการเสนอข้อพิพาทให้คู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาทยื่นหนังสือเสนอ

ข้อพิพาทของตนต่ออธิบดีตามแบบที่กำหนด ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

                        (๑) คำเสนอให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการภายใต้การดำเนินการ

ของกรมการประกันภัย

                        (๒) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท

                        (๓) สัญญาหรือข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ

                        (๔) ข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งข้อพิพาท หากข้อพิพาทนั้นเกี่ยวกับจำนวน

เงินให้ระบุจำนวนเงินที่เรียกร้องด้วย

                        (๕) คำขอให้ชี้ขาด

                        (๖) จำนวนอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนหรือสามคน

                        ในการเสนอข้อพิพาทตามวรรคแรก ให้คู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาทยื่นสัญญา

ประกันภัยอันก่อให้เกิดข้อพิพาท หรือต้นฉบับเอกสารที่แสดงข้อเท็จจริงอันเป็นฐานแห่งสิทธิ

เรียกร้อง หรือสำเนาเอกสารนั้นที่รับรองความถูกต้องแล้ว

                        ข้อ ๘  หนังสือเสนอข้อพิพาท ให้ยื่นที่ส่วนราชการสังกัดกรมการประกันภัยซึ่ง

คู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาทมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจ ดังต่อไปนี้

                        (๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานคุ้มครองผู้เอาประกันภัยเขต หรือที่

กรมการประกันภัย

                        (๒) ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานประกันภัยจังหวัด

                        การยื่นหนังสือเสนอข้อพิพาทที่ไม่อยู่ในเขตอำนาจตามวรรคแรก ให้พนักงาน

เจ้าหน้าที่มีคำสั่งไม่รับหนังสือเสนอข้อพิพาท และให้นำไปยื่นต่อส่วนราชการสังกัดกรมการ

ประกันภัยที่มีเขตอำนาจ แต่ถ้าคู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาทมีความประสงค์จะยื่นที่ส่วนราชการ

สังกัดกรมการประกันภัยที่เกิดเหตุ หรือที่ออกกรมธรรม์ประกันภัยหรือที่ทำสัญญาประกันภัยอยู่

ในเขตอำนาจก็ได้ โดยยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และแสดงให้เห็นว่าการยื่นหนังสือเสนอ

ข้อพิพาทที่ส่วนราชการนั้น จะเป็นการสะดวกต่อการดำเนินกระบวนพิจารณา

                        เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้มีคำสั่งรับหนังสือเสนอข้อพิพาทตามวรรคแรกหรือ

วรรคสองแล้ว คู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาทจะยื่นหนังสือเสนอข้อพิพาทเดียวกันนั้นต่อกรมการ

ประกันภัยหรือส่วนราชการสังกัดกรมการประกันภัยที่อื่นใดอีกไม่ได้

 

                                                                ส่วนที่ ๒

                                                   การแจ้งการเสนอข้อพิพาท

                                                            --------------

                        ข้อ ๙  เมื่อมีการยื่นหนังสือเสนอข้อพิพาท และพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าหนังสือ

เสนอข้อพิพาทนั้นถูกต้องก็ให้รับหนังสือเสนอข้อพิพาทเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการเสนอข้อพิพาทเป็นหนังสือและส่งสำเนาหนังสือเสนอข้อพิพาท

ดังกล่าวไปยังคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ชักช้า ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ประกอบธุรกิจหรือถิ่นที่อยู่

ของคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งนั้นโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือวิธีอื่นตามที่อธิบดีกำหนด

                        ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าหนังสือเสนอข้อพิพาทไม่ถูกต้อง ให้มีคำสั่งไม่รับ

หนังสือเสนอข้อพิพาท เว้นแต่การไม่ถูกต้องนั้นสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ ก็ให้คู่พิพาทฝ่ายเสนอ

ข้อพิพาทแก้ไขให้ถูกต้อง

 

                                                               ส่วนที่ ๓

                                         การยื่นคำคัดค้านและคำเรียกร้องแย้ง

                                                            --------------      

                        ข้อ ๑๐  เมื่อคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือแจ้งการเสนอข้อพิพาทและสำเนา

หนังสือเสนอข้อพิพาทแล้ว จะยื่นคำคัดค้านและเสนอคำเรียกร้องแย้งตามแบบที่อธิบดีกำหนด

ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ ทั้งนี้ ให้ยื่นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการเสนอข้อ

พิพาทและสำเนาหนังสือเสนอข้อพิพาทนั้น

                        ข้อ ๑๑  เมื่อมีการยื่นคำเรียกร้องแย้ง ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้กับคำเรียกร้อง

แย้งโดยอนุโลม

                        ข้อ ๑๒  การยื่นคำแก้คำเรียกร้องแย้ง ให้นำความในข้อ ๑๐ มาใช้บังคับกับคำ

แก้คำเรียกร้องแย้งโดยอนุโลม

                        ข้อ ๑๓  คำคัดค้าน คำเรียกร้องแย้ง และคำแก้คำเรียกร้องแย้ง ให้ยื่นที่ส่วน

ราชการสังกัดกรมการประกันภัย ที่ได้ยื่นหนังสือเสนอข้อพิพาทไว้

 

                                                                ส่วนที่ ๔

                                                            การแต่งตั้งผู้แทน

                                                            ------------------

                        ข้อ ๑๔  คู่พิพาทอาจตั้งผู้แทนหรือบุคคลใดเพื่อช่วยเหลือตนในการดำเนิน

กระบวนการระงับข้อพิพาทก็ได้ ให้คู่พิพาทดังกล่าวแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้แทนหรือบุคคลซึ่งตน

แต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเหลือ โดยทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

เพื่อรวมไว้ในสำนวนความ

                                                                ส่วนที่ ๕

                                                     การตั้งอนุญาโตตุลาการ

                                                            ---------------

                        ข้อ ๑๕  ให้คู่พิพาทตั้งอนุญาโตตุลาการตามจำนวนดังต่อไปนี้

                        (๑) กรณีข้อพิพาทที่ไม่มีทุนทรัพย์ หรือข้อพิพาทที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง

ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้มีอนุญาโตตุลาการ จำนวน ๑ คน

                        (๒) กรณีข้อพิพาทที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้มี

อนุญาโตตุลาการ จำนวน ๓ คน

                        ข้อ ๑๖  การตั้งอนุญาโตตุลาการ จำนวน ๑ คน ให้อธิบดีนัดพร้อมคู่พิพาทภาย

ใน ๑๕ วัน นับแต่วันรับคำคัดค้าน หรือคำคัดค้านแก้คำเรียกร้องแย้ง เมื่อคู่พิพาทมาพร้อมกันแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายชื่ออนุญาโตตุลาการในทะเบียนอนุญาโตตุลาการของกรมการ

ประกันภัยพร้อมประวัติโดยย่ออย่างน้อย จำนวน ๓ ชื่อ และให้คู่พิพาทเลือกอนุญาโตตุลาการจาก

รายชื่อดังกล่าว เรียงลำดับก่อนหลังตามความพึงพอใจ

                        เมื่อตั้งอนุญาโตตุลาการตามวรรคแรกแล้ว ให้อธิบดีนัดวันในการพิจารณานัดแรก

                        ข้อ ๑๗ เว้นแต่คู่พิพาทตกลงกันเป็นอย่างอื่น การตั้งอนุญาโตตุลาการจำนวน ๓

คน ให้อธิบดีนัดพร้อมคู่พิพาทภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันรับคำคัดค้าน หรือคำคัดค้านแก้คำเรียก

ร้องแย้ง เมื่อคู่พิพาทมาพร้อมกันแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายชื่ออนุญาโตตุลาการใน

ทะเบียนอนุญาโตตุลาการของกรมการประกันภัยพร้อมประวัติโดยย่ออย่างน้อย จำนวน ๕ ชื่อ

และให้คู่พิพาทเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่อดังกล่าวเรียงลำดับก่อนหลังตามความพึงพอใจ

                        เมื่อตั้งอนุญาโตตุลาการตามวรรคแรกแล้ว ให้อธิบดีนัดวันในการพิจารณา

นัดแรก แล้วให้อนุญาโตตุลาการกำหนดผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ

                        หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายมิได้ดำเนินการตามข้อ ๑๖ หรือ

ข้อ ๑๗ วรรคแรก ให้อธิบดีทำการตั้งอนุญาโตตุลาการได้เอง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระ

และความเป็นกลางของบุคคลที่จะได้รับการตั้งให้เป็นอนุญาโตตุลาการ

                        ข้อ ๑๘  การตั้งอนุญาโตตุลาการต้องทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด

                        ข้อ ๑๙  คู่พิพาทอาจคัดค้านอนุญาโตตุลาการที่ร่วมกันตั้งตามข้อ ๑๖ หรือข้อ

๑๗ หากปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระของ

อนุญาโตตุลาการ เว้นแต่คู่พิพาทฝ่ายนั้นจะมิได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการคัดค้านในขณะที่ตั้ง

อนุญาโตตุลาการนั้น

                        การคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือแจ้งเหตุแห่งการคัดค้านโดยแจ้งชัด ยื่นต่ออธิบดี

ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รู้ถึงเหตุแห่งการคัดค้าน ทั้งนี้ ต้องกระทำเสียก่อนวันที่อนุญาโตตุลาการ

สั่งปิดการพิจารณา

                        ข้อ ๒๐  หากคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งเห็นชอบกับการคัดค้านอนุญาโตตุลาการหรือ

ผู้เป็นอนุญาโตตุลาการขอถอนตัวหลังจากการคัดค้าน ให้ดำเนินการตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นใหม่

แทนอนุญาโตตุลาการที่ถูกคัดค้าน ตามข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗

                        การที่คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งเห็นชอบกับการคัดค้านอนุญาโตตุลาการหรือผู้เป็น

อนุญาโตตุลาการขอถอนตัวตามวรรคแรกมิได้หมายถึงอนุญาโตตุลาการผู้นั้นยอมรับถึงความ

ถูกต้อง แห่งเหตุคัดค้านอนุญาโตตุลาการ

                        ข้อ ๒๑  หากคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นชอบกับการคัดค้านอนุญาโตตุลาการ

และอนุญาโตตุลาการที่ถูกคัดค้านมิได้ถอนตัว ถ้าอธิบดีเห็นชอบกับคำคัดค้าน ให้ดำเนินการตาม

ข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๗ ถ้าไม่เห็นชอบกับคำคัดค้านให้ยกคำคัดค้านเสียและให้เป็นที่ยุติ

                        กรณีคู่พิพาทที่คัดค้านไม่เห็นด้วยในคำวินิจฉัยของอธิบดี ตามวรรคแรกให้

ดำเนินการคัดค้านต่อศาลได้ การดำเนินการดังกล่าว ไม่เป็นเหตุให้กระบวนการพิจารณาของ

อนุญาโตตุลาการต้องหยุดชะงักลง เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

                        ข้อ ๒๒  ในระหว่างดำเนินกระบวนพิจารณา หากอนุญาโตตุลาการลาออก ตาย

ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเหตุอื่น ให้ตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นใหม่

แทน โดยวิธีเดียวกับการตั้งอนุญาโตตุลาการผู้นั้น

                        ข้อ ๒๓  หากอนุญาโตตุลาการที่ตั้งขึ้นใหม่แทนตามข้อ ๒๐, ๒๑ และ ๒๒ เป็น

อนุญาโตตุลาการหนึ่งคนหรือเป็นอนุญาโตตุลาการสามคน แล้วแต่กรณี การที่จะดำเนินกระบวน

พิจารณาของอนุญาโตตุลาการใหม่หรือไม่นั้น ให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการหรือคณะ

อนุญาโตตุลาการนั้น

 

                                                                ส่วนที่ ๖

                                         การตกลงและการประนีประนอมยอมความ

                                                            --------------

                        ข้อ ๒๔  ก่อนวันที่อนุญาโตตุลาการพิจารณานัดแรก หากอธิบดีเห็นสมควรหรือ

คู่พิพาทประสงค์จะให้มีการตกลงหรือประนีประนอมยอมความโดยกรมการประกันภัยให้อธิบดี

นัดคู่พิพาทมาพร้อมกันเพื่อหาทางเจรจาทำการตกลงหรือประนีประนอมยอมความในข้อพิพาทนั้น

                        เมื่อคู่พิพาทตกลงหรือประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทกันได้ ไม่ว่าทั้ง

หมดหรือแต่บางส่วน ให้คู่พิพาททำสัญญาตกลงหรือประนีประนอมยอมความนั้นเป็นหนังสือและ

ให้คู่พิพาทลงลายมือชื่อในสัญญาดังกล่าว

 

                                                                หมวด ๕

                                                วิธีพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการ

                                                            ---------------

                        ข้อ ๒๕  ไม่ว่าการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการจะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใดหาก

อนุญาโตตุลาการเห็นเป็นการสมควร ให้อนุญาโตตุลาการมีอำนาจที่จะทำการประนอมข้อพิพาท

นั้นได้

                        ข้อ ๒๖  เว้นแต่คู่พิพาท ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น การสืบพยานให้เป็นไปตาม

วิธีการต่อไปนี้

                        (๑) ให้คู่พิพาททั้งสองฝ่ายยื่นบัญชีระบุพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนข้ออ้าง

หรือคำคัดค้านหรือคำเรียกร้องแย้ง หรือคำแก้คำเรียกร้องแย้งของตนต่ออนุญาโตตุลาการในวัน

พิจารณานัดแรก ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควร อนุญาโตตุลาการมีอำนาจสั่งให้คู่พิพาท

ส่งเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทให้ก็ได้

                        (๒) การสืบพยานบุคคลให้กระทำโดย อนุญาโตตุลาการ ให้อนุญาโตตุลาการ

บันทึกคำพยานโดยย่อเพื่ออ่านและให้พยานลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน แล้วเก็บรวมไว้ใน

สำนวนความ

                        (๓) อนุญาโตตุลาการจะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากกรมการ

ประกันภัยช่วยบันทึกคำพยานก็ได้

                        (๔) การสืบพยานจะต้องกระทำอย่างเปิดเผย เว้นแต่คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

จะร้องขอหรืออนุญาโตตุลาการเห็นสมควรให้ดำเนินกระบวนพิจารณาลับ

                        ข้อ ๒๗  คู่พิพาทฝ่ายใดกล่าวอ้างข้ออ้างใด ต้องเป็นฝ่ายมีหน้าที่นำสืบให้

ประจักษ์ตามข้ออ้างของตน

                        ข้อ ๒๘  อนุญาโตตุลาการ จะให้ผู้เชี่ยวชาญคนใดทำรายงานความเห็นเสนอก็ได้

กรณีเช่นนี้ให้คู่พิพาทแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้เชี่ยวชาญสอบถาม

                        เมื่อได้รับรายงานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแล้ว ให้อนุญาโตตุลาการแจ้งให้คู่

พิพาททราบรายละเอียดในรายงานความเห็นนั้น และหากคู่พิพาทร้องขอก็ให้ทำสำเนารายงาน

ความเห็นนั้นให้

                        คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องขอซักถามผู้เชี่ยวชาญก็ได้ หากอนุญาโตตุลาการพิจารณา

อนุญาต ก็นำวิธีการสืบพยานในข้อ ๒๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                        ข้อ ๒๙  ถ้าคู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาทไม่มาตามกำหนดนัดพิจารณานัดแรกและ

มิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ให้อนุญาโตตุลาการสั่งจำหน่ายข้อพิพาทเสียก็ได้

                        ถ้าคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาตามกำหนดนัดพิจารณา และมิได้ยื่นคำร้องขอ

เลื่อนการพิจารณา หรือมิได้แจ้งเหตุขัดข้องก่อนเริ่มพิจารณา หากอนุญาโตตุลาการเห็นเป็นการสม

ควรให้ดำเนินการพิจารณาไปแต่ฝ่ายเดียว

                        กรณีคู่พิพาทฝ่ายผู้รับประกันภัยขอเลื่อนกำหนดนัดพิจารณาและอนุญาโต

ตุลาการเห็นสมควรให้เลื่อนนัดพิจารณา ให้อนุญาโตตุลาการคิดค่าปรับเป็นค่าใช้จ่ายจากผู้ขอเลื่อน

ตามความเป็นจริงได้ เพื่อจ่ายให้กับคู่พิพาทฝ่ายเสนอข้อพิพาท ทั้งนี้จะขอเลื่อนได้ไม่เกิน ๒ นัด

                        ถ้าคู่พิพาทไม่มีพยานอื่นใด มาเสนอต่ออนุญาโตตุลาการอีก ก็ให้อนุญาโต

ตุลาการสั่งปิดการพิจารณาและนัดชี้ขาด

 

                                                                 หมวด ๖

                                                                 คำชี้ขาด

                                                              --------------

                        ข้อ ๓๐  คำชี้ขาดจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่

กระบวนการตั้งอนุญาโตตุลาการเสร็จสิ้นลง ถ้ามีเหตุจำเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการ

ที่จะขยายเวลาออกไปได้อีกตามสมควร

                        ข้อ ๓๑  คำชี้ขาดให้วินิจฉัยไปตามเสียงข้างมากของอนุญาโตตุลาการ

                        อนุญาโตตุลาการ จะกำหนดหรือชี้ขาดการใดให้เกินขอบเขตแห่งสัญญา

อนุญาโตตุลาการหรือคำขอให้ชี้ขาดของคู่พิพาทไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นการกำหนดค่าใช้จ่ายในการ

ดำเนินกระบวนพิจารณา หรือค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ หรือเป็นการชี้ขาดให้เป็นไปตาม

ข้อตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันระหว่างคู่พิพาท

                        ข้อ ๓๒  อนุญาโตตุลาการจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดไปตามหลักแห่งกฎหมายและ

ความยุติธรรม

                        ในการตีความสัญญาประกันภัยให้คำนึงถึงสภาพความเป็นไปได้และแนวปฏิบัติ

ทางการค้า ของสัญญาประกันภัยนั้น ๆ ด้วย

                        ข้อ ๓๓  คำชี้ขาดจะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของอนุญาโตตุลาการ ระบุ

วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำคำชี้ขาดไว้โดยชัดแจ้ง ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการคนใดไม่ลงลายมือ

ชื่อไว้ ให้อนุญาโตตุลาการอื่นหรืออธิบดี จดแจ้งเหตุขัดข้องไว้

                        คำชี้ขาดจะต้องระบุเหตุผลแห่งข้อวินิจฉัยทั้งปวงไว้โดยชัดแจ้ง

                        คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้อธิบดีและกรมการประกันภัยเปิดเผยต่อ

สาธารณชนได้ เว้นแต่เป็นกระบวนพิจารณาลับ ต้องได้รับความยินยอมจากคู่พิพาท

                        เมื่อทำคำชี้ขาดแล้ว ให้รีบส่งสำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและ

ให้ถือว่าคำชี้ขาดมีผลผูกพันคู่พิพาทแล้ว ตั้งแต่สำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทฝ่ายนั้น

                        ข้อ ๓๔  ภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่สำเนาคำชี้ขาดไปถึงเมื่อเกิด

ความสงสัยตามควรเกี่ยวกับข้อความในคำชี้ขาด คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องขอเป็น

หนังสือต่ออธิบดี ให้อนุญาโตตุลาการตีความข้อความนั้นได้คำตีความให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ

คำชี้ขาด และต้องปฏิบัติไปในทำนองเดียวกับการทำคำชี้ขาด

                        ข้อ ๓๕  ถ้าในคำชี้ขาดใดมีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย เมื่ออนุญาโต

ตุลาการ หรือเมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องขอเป็นหนังสือต่ออธิบดี อนุญาโตตุลาการอาจ

แก้ไขให้ถูกต้องได้

                        ข้อ ๓๖  ภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่สำเนาคำชี้ขาดไปถึงเมื่อคู่พิพาท

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามิได้ชี้ขาดในข้อประเด็นสาระสำคัญใด ก็อาจยื่นคำร้องขอต่ออธิบดีเป็น

หนังสือตามแบบที่กรมการประกันภัยกำหนด ขอให้อนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมในประเด็น

ข้อนั้นได้

                        ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นว่าข้อประเด็นนั้นเป็นข้อสาระสำคัญ และยังมิได้

ชี้ขาดไว้ ก็ให้ทำคำชี้ขาดในประเด็นนั้นให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่คู่พิพาทฝ่ายนั้น

ได้ยื่นคำร้องขอ

                        ถ้าอนุญาโตตุลาการเห็นว่าการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมนั้น ไม่อาจกระทำได้นอกจาก

จะต้องรับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ก็อาจสั่งให้คู่พิพาทนำพยานหลักฐานมาสืบได้ อนึ่ง อนุญาโต

ตุลาการจะต้องทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่คู่พิพาทได้ยื่น

คำร้องขอ

                        ถ้ามีเหตุจำเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายเวลาออกไปได้อีก

ตามสมควร และเมื่อทำคำชี้ขาดแล้ว ให้รีบส่งสำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและ

ให้ถือว่าคำชี้ขาดมีผลผูกพันแล้ว ตั้งแต่สำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทฝ่ายนั้น

                        ข้อ ๓๗  เมื่ออนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาด ทำคำตีความ แก้ไขข้อผิดพลาดหรือ

ผิดหลงเล็กน้อย  หรือทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมเสร็จสิ้นแล้ว ให้อนุญาโตตุลาการส่งมอบสำนวนทั้งหมด

ให้แก่กรมการประกันภัย

 

                                                                หมวด ๗

                        ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา

                                                และการวางเงินเป็นหลักประกัน

                                                            ---------------

 

                        ข้อ ๓๘  ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวน

พิจารณาให้เป็นไปตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งแนบท้ายข้อบังคับนี้

                        ข้อ ๓๙  ให้คู่พิพาทวางเงินเป็นหลักประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ค่าใช้

จ่ายในการดำเนินกระบวนการพิจารณา และค่าอากรแสตมป์ปิดคำชี้ขาด ในวันยื่นหนังสือเสนอ

ข้อพิพาทตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งแนบท้ายข้อบังคับนี้

                        ถ้าคู่พิพาทมิได้วางเงินเป็นหลักประกันตามวรรคแรกให้ครบจำนวน ให้อธิบดี

มีคำสั่งไม่รับหนังสือเสนอข้อพิพาท

                        ในกรณีที่มีการประนีประนอมยอมความ หรือถอนข้อพิพาทก่อนตั้ง

อนุญาโตตุลาการให้คืนเงินที่วางเป็นหลักประกันตามวรรคแรกแก่ผู้วางหลักประกันหลังจากหัก

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนการพิจารณาแล้ว (ถ้ามี)

                        ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศข้อบังคับนี้

เป็นต้นไป

 

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑

                                                                                        บรรพต  หงษ์ทอง

                                                                                    อธิบดีกรมการประกันภัย

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

[รก.๒๕๔๑/๙๖ง/๗๑/๑ ธันวาคม ๒๕๔๑]

                                                                                                            อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                                            ๓๑/๘/๔๔