ข้อบังคับบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
ว่าด้วยการพัสดุ
พ.ศ. ๒๕๔๔
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อบังคับ ว่าด้วยการพัสดุ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒) แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะกรรมการจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๔”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
หมวดที่ ๑
บททั่วไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“บสท.” หมายความว่า บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
“กรรมการผู้จัดการ” หมายความว่า กรรมการผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป
“เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า พนักงานซึ่งกรรมการผู้จัดการมอบหมายให้มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามข้อบังคับนี้
“การจัดหาพัสดุ” หมายความว่า การซื้อ การจ้าง และการเช่าพัสดุ รวมทั้งการเช่าสถานที่
“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และการจ้าง เว้นแต่ข้อบังคับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
“วัสดุ” หมายความว่า สิ่งของที่มีความหมดเปลืองจากการใช้ ชำรุด หรือเสื่อมสภาพได้ง่ายหรือสิ่งของที่ใช้ เพื่อการบำรุง รักษา ซ่อมแซม เสริมสร้าง หรือปรับปรุงพัสดุ รวมทั้งอะไหล่ ชุดอะไหล่ หรือส่วนประกอบของครุภัณฑ์หลัก แบบพิมพ์ต่างๆ หรือสิ่งตีพิมพ์ที่ บสท. กำหนดหรือจัดให้พิมพ์ขึ้นเพื่อใช้ในกิจการของ บสท. และให้หมายความรวมถึง สิ่งของที่มีลักษณะถาวรหรือมีอายุการใช้งานมากกว่าหนึ่งปีและมีราคาไม่เกินห้าพันบาท
“ครุภัณฑ์” หมายความว่า สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร หรือมีอายุการใช้งานมากกว่าหนึ่งปีและมีราคาเกินห้าพันบาท
“การซื้อ” หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิด รวมทั้งการซื้อที่มีการติดตั้ง ทดลองและบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น
“การจ้าง” หมายความว่า การจ้างทำของ การจ้างเหมาบริการ การรับขน แต่ไม่หมายความรวมถึง การจ้างพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่น ตามข้อบังคับบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๔
“การจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า การจ้างบริการทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์หรือสาขาอื่นๆ รวมทั้งบริการด้านการศึกษา สำรวจ ออกแบบ ควบคุมงานและการวิจัย และให้หมายความรวมถึง การจ้างที่ปรึกษาด้านการเงิน ด้านกฎหมาย การจ้างผู้จัดทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารกองสินทรัพย์ตามที่กำหนดในพระราชกำหนดด้วย
“ที่ปรึกษาไทย” หมายความว่า ที่ปรึกษาซึ่งเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละห้าสิบของทุนจดทะเบียน และไม่มีคนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจจัดการนิติบุคคล
ข้อ ๔ ให้กรรมการผู้จัดการตามข้อบังคับนี้ มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติ และออกคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ หรือข้อบังคับนี้ไม่ได้กำหนดไว้ หรือการขอยกเว้นไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารให้เป็นที่สุด
หมวดที่ ๒
การจัดหาพัสดุ
ข้อ ๕ ให้หัวหน้าส่วนงานที่มีความประสงค์จะขอให้จัดหาพัสดุเพื่อใช้งานแสดงความจำนงต่อเจ้าหน้าที่พัสดุ โดยเสนอบันทึกคำขอผ่านผู้บังคับบัญชา เพื่อให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้ที่กรรมการผู้จัดการมอบหมายอนุมัติ โดยจะต้องแสดงรายการประกอบการพิจารณาอนุมัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) วัตถุประสงค์หรือความจำเป็นในการใช้งาน
(๒) รายละเอียดของพัสดุที่ขอให้จัดหา
(๓) กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้น
(๔) วิธีการจัดหาพัสดุ
(๕) รายละเอียดอื่นที่จำเป็นตามควรแก่กรณี
ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุฉุกเฉิน หรือภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็น หรือคับขันและไม่อาจดำเนินการตามข้อนี้ได้ทัน อันจะทำให้ประโยชน์ของ บสท. เสียหาย ให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือผู้รับผิดชอบรายงานกรรมการผู้จัดการหรือผู้ซึ่งกรรมการผู้จัดการมอบหมาย เพื่อขอดำเนินการไปก่อนแล้วรีบเสนอขออนุมัติต่อกรรมการผู้จัดการหรือผู้ซึ่งกรรมการผู้จัดการมอบหมาย และเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นการขออนุมัติตามข้อนี้
ข้อ ๖ ในการจัดหาพัสดุ ให้คำนึงถึงการให้โอกาสผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า ซึ่งมีสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลซึ่งมีผู้ถือสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละห้าสิบ ยื่นข้อเสนอเพื่อรับการคัดเลือกหรือเป็นคู่สัญญา และให้คำนึงถึงการสนับสนุนให้ใช้สิ่งของซึ่งผลิตในประเทศไทย
ข้อ ๗ การจัดหาพัสดุให้กระทำได้ ๕ วิธี คือ
(๑) วิธีตกลงราคา
(๒) วิธีสอบราคา
(๓) วิธีประกวดราคา
(๔) วิธีพิเศษ
(๕) วิธีกรณีพิเศษ
ข้อ ๘ การจัดหาพัสดุตามข้อ ๗ ให้ดำเนินการ ดังนี้
(๑) วิธีตกลงราคา ให้ใช้กับการจัดหาพัสดุที่มีวงเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อครั้ง โดยให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ดำเนินการตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง
(๒) วิธีสอบราคา ให้ใช้กับการจัดหาพัสดุที่มีวงเงินเกินกว่าหนึ่งแสนบาท แต่ไม่เกินสองล้านบาทต่อครั้ง และให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหาพัสดุ
การจัดหาพัสดุโดยวิธีนี้ต้องมีการเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยสามราย หรือต้องมีการตรวจสอบราคาปัจจุบันจากผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างโดยตรงอย่างน้อยสามแห่ง
ในกรณีที่มีการเสนอราคา การเปิดซองใบเสนอราคาจะกระทำต่อหน้าผู้เสนอราคาหรือไม่ก็ได้
การพิจารณาคัดเลือก การต่อรอง หรือการปรับปรุงรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไข ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหาพัสดุ
(๓) วิธีประกวดราคา ให้ใช้กับการจัดหาพัสดุที่มีวงเงินเกินกว่าสองล้านบาทต่อครั้งขึ้นไปและให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหาพัสดุ
การจัดหาพัสดุโดยวิธีนี้ ต้องมีการประกาศเชิญชวนอย่างเปิดเผย โดยจะมีการขายเอกสารประกวดราคาหรือไม่ก็ได้
เพื่อประโยชน์แก่งานของ บสท. กรรมการผู้จัดการอาจกำหนดจำนวนและคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดราคา และรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ ในการคัดเลือกก็ได้
การเสนอราคาต้องใส่ซองปิดผนึกและเป็นไปตามเงื่อนไขการประกวดราคาแต่ละครั้ง การเปิดซองใบเสนอราคาจะกระทำต่อหน้าผู้เสนอราคาหรือไม่ก็ได้
การพิจารณาคัดเลือก การต่อรอง หรือการปรับปรุงรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไข ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหาพัสดุ
(๔) วิธีพิเศษ ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังนี้
(๔.๑) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาด โดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศ
(๔.๒) เป็นการจัดหาพัสดุซึ่งจะต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าจะเสียหายแก่ บสท.
(๔.๓) เป็นการจัดหาพัสดุซึ่งต้องกระทำเป็นความลับ
(๔.๔) เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์แก่ บสท. และจำเป็นต้องจัดหาเพิ่ม
(๔.๕) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ
(๔.๖) เป็นพัสดุซึ่งเป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง
(๔.๗) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
(๔.๘) เป็นงานที่ต้องจ้างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ
(๔.๙) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้
การจัดหาพัสดุด้วยวิธีพิเศษ ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหาพัสดุ ดังนี้
(ก) การจัดหาพัสดุตามข้อ ๘ (๔) (๔.๑) ให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีเจรจาตกลงราคา
(ข) การจัดหาพัสดุตามข้อ ๘ (๔) (๔.๒), (๔.๓), (๔.๕), (๔.๖), (๔.๘), (๔.๙) ให้ดำเนินการโดยเชิญผู้มีอาชีพขายพัสดุ หรือรับจ้างทำพัสดุนั้นโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงมาเท่าที่จะทำได้
(ค) การจัดหาพัสดุตามข้อ ๘ (๔) (๔.๔) ให้ดำเนินการเจรจากับผู้ขาย หรือผู้รับจ้างรายเดิมเพื่อขอให้จัดหาพัสดุในราคาที่เท่าเดิมหรือต่ำกว่าเดิม ภายใต้เงื่อนไขเดิมหรือเงื่อนไขที่ดีขึ้น โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี) เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อ บสท.
(ง) การจัดหาพัสดุตามข้อ ๘ (๔) (๔.๗) ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพจัดหาพัสดุนั้นโดยตรงหรือผู้เสนอราคาในการสอบราคา หรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป (ถ้ามี) หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงมาเท่าที่จะทำได้
(๕) วิธีกรณีพิเศษ ให้ใช้กับการจัดหาพัสดุจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐโดยให้คณะกรรมการบริหารอนุมัติให้จัดหาพัสดุได้เป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะคราว
ในกรณีที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ต้องจัดหาพัสดุจากส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดหาพัสดุโดยวิธีกรณีพิเศษได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติคณะกรรมการบริหารตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๙ การจัดหาพัสดุตามข้อบังคับนี้ ให้คำนึงถึงคุณภาพ ความต้องการของผู้ใช้งานประสิทธิภาพในการใช้งาน ความสามารถในการติดตามผลการปฏิบัติงาน โดยยึดถือประโยชน์ของ บสท. เป็นสำคัญ และราคาที่เหมาะสมซึ่งไม่จำต้องเป็นราคาที่ต่ำสุด ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่เลือกราคาต่ำสุดให้ชี้แจงเหตุผลโดยละเอียดต่อผู้มีอำนาจอนุมัติจัดหา
ในการจัดหาพัสดุ ซึ่งมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายจะต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หาก บสท. ตรวจพบว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น บสท. จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันทุกรายออกจากการยื่นข้อเสนอและแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวทราบทันที
การมีผลประโยชน์ร่วมกัน หมายถึง การมีความสัมพันธ์กันในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) มีความสัมพันธ์กันในเชิงบริหาร โดยผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลรายหนึ่ง มีอำนาจหรือสามารถใช้อำนาจในการบริหารจัดการกิจการของบุคคลธรรมดา หรือของนิติบุคคลรายหนึ่งหรือหลายรายที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ บสท. นั้นในคราวเดียวกัน
(๒) มีความสัมพันธ์กันในเชิงทุน โดยผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ บสท. นั้นในคราวเดียวกัน
คำว่า “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ให้หมายความว่า ผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าในกิจการนั้น หรือในอัตราอื่น ตามที่ บสท. เห็นสมควรประกาศกำหนดสำหรับกิจการบางประเภทหรือบางขนาด
(๓) มีความสัมพันธ์กันในลักษณะไขว้กันระหว่าง (๑) และ (๒) โดยผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจดำเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดา หรือของนิติบุคคลรายหนึ่งเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เข้าเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ บสท. นั้น ในคราวเดียวกันหรือในนัยกลับกัน
การดำรงตำแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน หรือการเข้าถือหุ้นดังกล่าวข้างต้นของคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลใน (๑) (๒) หรือ (๓) ให้ถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งการเป็นหุ้นส่วนหรือการถือหุ้นของบุคคลดังกล่าว
ในกรณีบุคคลใดใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น โดยที่ตนเองเป็นผู้ใช้อำนาจในการบริหารที่แท้จริง หรือเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี และห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่เกี่ยวข้องได้เข้าเสนอราคา หรือเสนองานให้แก่ บสท. ในคราวเดียวกันให้ถือว่าผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานนั้นมีความสัมพันธ์กันตาม (๑) (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี
ในการจัดหาพัสดุ บสท. จะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงเอกสารหลักฐานซึ่งเพียงพอที่ บสท. จะตรวจสอบว่าผู้ยืนข้อเสนอนั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นหรือไม่
ข้อ ๑๐ ให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้ซึ่งกรรมการผู้จัดการมอบหมายมีอำนาจอนุมัติการจัดหาพัสดุตามข้อ ๘ (๑) (๒) และ (๓) ในวงเงินไม่เกินยี่สิบห้าล้านบาทต่อครั้ง ในกรณีที่มีวงเงินเกินกว่ายี่สิบห้าล้านบาท ให้เสนอขออนุมัติคณะกรรมการบริหาร
ในการจัดหาพัสดุโดยวิธีพิเศษ ให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้ซึ่งกรรมการผู้จัดการมอบหมายมีอำนาจอนุมัติการจัดหาพัสดุในวงเงินไม่เกินสิบสองล้านห้าแสนบาทต่อครั้ง ในกรณีที่มีวงเงินเกินกว่าสิบสองล้านห้าแสนบาทต่อครั้ง ให้เสนอขออนุมัติคณะกรรมการบริหาร
อำนาจตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสองให้รวมถึง การยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงต่างๆ ด้วย
ข้อ ๑๑ กรรมการผู้จัดการจะมอบหมายการจัดหาพัสดุให้พนักงานผู้ใดปฏิบัติก็ได้ โดยคำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ซึ่งจะได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ
ข้อ ๑๒ สัญญาหรือเอกสารซึ่งถือเป็นหลักฐานในการจัดหาพัสดุมี ๓ แบบ คือ
(๑) ใบเสร็จรับเงินหรือใบส่งของใช้สำหรับการจัดหาพัสดุโดยวิธีตกลงราคา ซึ่งผู้ขาย หรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุทั้งหมดได้ทันที
(๒) ใบสั่งซื้อหรือจ้างใช้สำหรับการจัดหาพัสดุที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุหรืองานทั้งหมดได้ภายในสิบวัน นับแต่วันถัดจากวันที่ บสท. ตกลงซื้อหรือจ้าง
(๓) หนังสือสัญญาใช้สำหรับการจัดหาพัสดุกรณีอื่นนอกเหนือจากกรณีตาม (๑) และ (๒) แบบของสัญญา ใบสั่งซื้อหรือจ้าง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวางหลักประกัน การจ่ายเงินล่วงหน้า กำหนดอัตราค่าปรับ เงื่อนไขการขยายระยะเวลาตามสัญญา ให้เป็นไปตามแบบและหลักเกณฑ์ที่กรรมการผู้จัดการกำหนด
ข้อ ๑๓ ให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้ซึ่งกรรมการผู้จัดการมอบหมายมีอำนาจลงนามในหนังสือสัญญาหรือข้อตกลงตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๔ คณะกรรมการจัดหาพัสดุตามข้อบังคับนี้ ให้กรรมการผู้จัดการแต่งตั้งจากพนักงานไม่น้อยกว่าสามคน
ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดหาพัสดุซึ่งมีลักษณะพิเศษหรือมีเทคนิคซับซ้อนกรรมการผู้จัดการจะแต่งตั้งบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งมิใช่พนักงานเป็นกรรมการในคณะกรรมการจัดหาพัสดุก็ได้
ข้อ ๑๕ การตรวจรับพัสดุให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุซึ่งกรรมการผู้จัดการแต่งตั้งจากพนักงานไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งมิใช่กรรมการจัดหาพัสดุนั้น
ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจรับพัสดุซึ่งมีลักษณะพิเศษหรือมีเทคนิคซับซ้อนกรรมการผู้จัดการจะแต่งตั้งบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญซึ่งมิใช่พนักงาน และมิใช่กรรมการจัดหาพัสดุนั้นเป็นกรรมการก็ได้
การจัดหาพัสดุในวงเงินไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท กรรมการผู้จัดการจะแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้ดำเนินการจัดหาพัสดุเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก็ได้
ข้อ ๑๖ กรรมการผู้จัดการจะแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบผลงานเพื่อประโยชน์ในการจ่ายเงินแต่ละงวดก็ได้ แต่การตรวจรับงานสำหรับกรณีที่เป็นการส่งมอบงานทั้งหมด ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการตามข้อ ๑๕ เท่านั้น
ข้อ ๑๗ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว และถือข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหลัก ทั้งนี้ จะต้องมีจำนวน คุณภาพและระยะเวลาส่งมอบถูกต้องตามที่กำหนดไว้
ในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจรับพัสดุว่าถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุส่งมอบพัสดุและหลักฐานให้เจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อการเบิกจ่ายต่อไป แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีการส่งมอบพัสดุช้ากว่ากำหนด ให้แจ้งจำนวนวันพร้อมค่าปรับตามสัญญาเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่ายด้วย
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าพัสดุใดที่ส่งมอบมีคุณภาพสูงกว่าที่กำหนด และเป็นประโยชน์ต่อ บสท. โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะให้รับพัสดุนั้นไว้ใช้งานก็ได้ แต่ต้องเป็นความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ และต้องบันทึกความเห็นนั้นไว้โดยชัดเจนด้วย
ข้อ ๑๙ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อตกลงหรือสัญญา ยกเลิกสัญญา งด หรือลดหย่อนการปรับ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้เสนอขออนุมัติต่อกรรมการผู้จัดการ หรือคณะกรรมการบริหารแล้วแต่กรณี
หมวดที่ ๓
การจ้างที่ปรึกษา
ข้อ ๒๐ การจ้างที่ปรึกษากระทำได้ ๒ วิธี คือ
(๑) วิธีตกลง
(๒) วิธีคัดเลือก
ในการจ้างที่ปรึกษา ถ้ามีที่ปรึกษาไทยสามารถทำงานหรือให้บริการได้ ให้พิจารณาจ้างที่ปรึกษาไทยเป็นลำดับแรก
ในการจ้างที่ปรึกษา ให้นำหลักเกณฑ์ในข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๑ ก่อนดำเนินการจ้างที่ปรึกษา ให้หัวหน้าส่วนงานทำรายงานเสนอกรรมการผู้จัดการตามรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างที่ปรึกษา
(๒) ขอบเขตโดยละเอียดของงานที่จะจ้างที่ปรึกษา (Terms of Reference)
(๓) คุณสมบัติของที่ปรึกษาที่จะจ้าง
(๔) วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษา โดยประมาณ
(๕) กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน
(๖) วิธีจ้างที่ปรึกษาและเหตุผลที่ต้องจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีนั้น
(๗) ข้อเสนออื่นๆ (ถ้ามี)
เมื่อกรรมการผู้จัดการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอแล้ว ให้หัวหน้าส่วนงานดำเนินการจ้างตามวิธีจ้างนั้นต่อไปได้
ข้อ ๒๒ ในการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาแต่ละครั้ง ให้กรรมการผู้จัดการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี คือ
(๑) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง
(๒) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก
ข้อ ๒๓ คณะกรรมการตามข้อ ๒๒ ให้ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอย่างน้อยสี่คน
ข้อ ๒๔ ในการประชุมของคณะกรรมการในข้อ ๒๒ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๒๕ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างตกลงจ้างรายใดรายหนึ่ง ซึ่งเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถหรือผลงานแล้ว และเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้
ข้อ ๒๖ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลงให้กระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นการจ้างเพื่อทำงานต่อเนื่องจากงานที่ได้ทำอยู่แล้ว
(๒) เป็นการจ้างในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญในงานที่จะให้บริการตามที่ต้องการมีจำนวนจำกัดไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการด้วยวิธีคัดเลือก
(๓) เป็นการจ้างที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ บสท.
(๔) เป็นการจ้างที่มีค่าจ้างไม่เกินหนึ่งแสนบาท
(๕) เป็นการจ้างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ
ข้อ ๒๗ คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลงมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษา
(๒) พิจารณาอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริการที่จะจ้างและเจรจาต่อรอง
(๓) พิจารณารายละเอียดที่จะกำหนดในสัญญา
(๔) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษา โดยวิธีตกลงรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อกรรมการผู้จัดการ เพื่อสั่งการโดยเสนอผ่านหัวหน้าส่วนงาน
ข้อ ๒๘ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษาโดยการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานนั้นให้เหลือน้อยราย และเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายดังกล่าว ยื่นข้อเสนอเข้ารับงานนั้นๆ เพื่อพิจารณาคัดเลือกรายที่ดีที่สุด ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรและกรรมการผู้จัดการเห็นชอบ ให้เชิญที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมยื่นข้อเสนอเข้ารับงาน โดยไม่ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายก่อนก็ได้
ข้อ ๒๙ เพื่อให้ได้รายชื่อของที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากรายที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจ้างที่ปรึกษาดำเนินการขอรายชื่อที่ปรึกษาจากศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษากระทรวงการคลัง สถาบันการเงินองค์การระหว่างประเทศ ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ หรือแจ้งไปยังสมาคมหรือสถาบันอาชีพหรือสถานทูตที่เกี่ยวข้อง หรือขอความร่วมมือจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งเคยดำเนินการจ้างที่ปรึกษาในงานประเภทเดียวกัน
หาก บสท. มีรายชื่อที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมอยู่แล้ว อาจพิจารณาคัดเลือกให้เหลือน้อยราย โดยไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้
การคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยราย ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือไม่เกิน ๖ ราย
เมื่อได้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยรายแล้ว ให้รายงานกรรมการผู้จัดการเพื่อพิจารณา และกรณีที่เป็นการจ้างที่ปรึกษาโดยใช้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของแหล่งเงินนั้นด้วย
ข้อ ๓๐ ให้ บสท. ออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนอด้านราคาพร้อมกันโดยแยกเป็นสองซอง
ในหนังสือเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งต่อที่ปรึกษาด้วยว่า บสท. จะดำเนินการคัดเลือกตามวิธีการในข้อ ๓๑ หรือข้อ ๓๒
ข้อ ๓๑ ในการจ้างที่ปรึกษาโดยทั่วไป คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลังจากที่ปรึกษาทุกรายยื่นข้อเสนอแล้ว แต่ก่อนเปิดซองข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย
(๒) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกรายและจัดลำดับ
(๓) ให้เปิดซองเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุด และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม
หากเจรจาไม่ได้ผล ให้เสนอกรรมการผู้จัดการเพื่อพิจารณายกเลิกการเจรจากับที่ปรึกษารายนั้นแล้วเปิดซองข้อเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคดีที่สุดรายถัดไป และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม
(๔) เมื่อเจรจาได้ราคาที่เหมาะสมแล้ว ให้พิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะกำหนดในสัญญา
(๕) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อกรรมการผู้จัดการ โดยเสนอผ่านหัวหน้าส่วนงาน
หลังจากตัดสินให้ทำสัญญากับที่ปรึกษาซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ส่งคืนซองเสนอด้านราคาให้แก่ที่ปรึกษารายอื่นที่ได้ยื่นไว้โดยไม่เปิดซอง
ข้อ ๓๒ การจ้างที่ปรึกษาที่เป็นงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป ให้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการผู้จัดการที่จะออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้ให้ยื่นข้อเสนอเพื่อรับงาน โดยให้ดำเนินการตามวิธี ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ที่ปรึกษายื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกัน โดยแยกเป็น ๒ ซอง
(๒) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลังจากที่ปรึกษาทุกรายยื่นข้อเสนอแล้ว แต่ก่อนเปิดซองข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย
(๓) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย และจัดลำดับ
(๔) เปิดซองราคาของผู้ที่ได้รับการจัดลำดับไว้อันดับหนึ่งถึงอันดับสามตาม (๓) หรือผู้ที่ผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดแล้วแต่กรณีพร้อมกัน แล้วเลือกรายที่เสนอราคาต่ำสุดมาเจรจาต่อรองราคาเป็นลำดับแรก
(๕) หากเจรจาตาม (๔) แล้วไม่ได้ผล ให้ยกเลิกแล้วเจรจากับรายที่เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ
เมื่อเจรจาได้ผลประการใด ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๑ (๔) และ (๕)
ข้อ ๓๓ การจ้างที่ปรึกษาเป็นรายบุคคลที่ไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค ให้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามนัยข้อ ๒๙ และพิจารณาจัดลำดับ และเมื่อสามารถจัดลำดับได้แล้วให้เชิญรายที่เหมาะสมที่สุดมาเสนอราคาค่าจ้างเพื่อเจรจาต่อรองราคาตามลำดับ
ข้อ ๓๔ การสั่งจ้างที่ปรึกษาครั้งหนึ่งให้อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้
(๑) กรรมการผู้จัดการไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) คณะกรรมการบริหารเกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๓) คณะกรรมการเกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
หมวดที่ ๔
การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ
ข้อ ๓๕ การควบคุมพัสดุให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรรมการผู้จัดการกำหนด
ข้อ ๓๖ การจำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็น หรือพัสดุที่หากใช้ต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานต่อกรรมการผู้จัดการเพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) การขาย ให้กรรมการผู้จัดการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อประเมินสภาพ และตรวจสอบราคาคงเหลือของพัสดุนั้นก่อนแล้วดำเนินการขาย โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรรมการผู้จัดการกำหนด
(๒) การแลกเปลี่ยน ให้ทำได้ในกรณีที่เป็นประโยชน์ต่อ บสท. และมีมูลค่าของพัสดุที่เท่าเทียมกัน
(๓) การบริจาคหรือโอน ให้ทำได้เฉพาะกรณีที่เป็นการโอนให้หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานกุศลสาธารณะหรือกรณีอื่นที่กรรมการผู้จัดการเห็นสมควร
(๔) การแปรสภาพหรือทำลาย ให้ทำได้ในกรณีที่เป็นประโยชน์ต่อ บสท.
(๕) การขาย การให้ หรือการแลกเปลี่ยนที่ดินหรือที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร
ข้อ ๓๗ ให้กรรมการผู้จัดการมีอำนาจอนุมัติการจำหน่ายพัสดุที่มีมูลค่าสุทธิทางบัญชีไม่เกินหนึ่งล้านบาท ในกรณีที่มีมูลค่าเกินกว่าหนึ่งล้านบาท ให้เสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริหาร
ข้อ ๓๘ ก่อนสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี ให้กรรมการผู้จัดการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุ ซึ่งต้องประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พัสดุคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ ดังนี้
(๑) ตรวจนับวัสดุคงคลังเปรียบเทียบยอดคงเหลือกับบัญชีวัสดุ ตรวจนับครุภัณฑ์ว่าตรงตามทะเบียนทรัพย์สินหรือไม่ ตรวจสอบว่ามีพัสดุใดชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไปเพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ใน บสท. ต่อไป โดยให้เริ่มตรวจสอบพัสดุในวันเปิดทำการวันแรกของเดือนมกราคมปีปัจจุบันเป็นต้นไป
(๒) เสนอรายงานการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะต่อกรรมการผู้จัดการภายในสามสิบวันทำการนับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๙ การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ และยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ คณะกรรมการบริหาร หรือกรรมการผู้จัดการกำหนดจนแล้วเสร็จ หรือจนกว่าจะสามารถดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
เชาวน์ สายเชื้อ
ประธานกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
นันทนา/ผู้จัดทำ
๒ มีนาคม ๒๕๔๙