กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
---------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน
จำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ และข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๓ ผู้ซึ่งต้องลงลายมือชื่อในรายการต่าง ๆ ในคำขอจดทะเบียนต้อง
ลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้
ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ผู้นั้นต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรอง
การลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม (๒) ให้ผู้รับรอง
ลงลายมือชื่อรับรองไว้ในคำขอจดทะเบียน
(๑) นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือ
นายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนม
ีภูมิลำเนาอยู่
(๒) ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรอง
ลายมือชื่อไว้กับนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด
(๓) หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้า
สำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมาย
ให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ
(๔) บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนา
หรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคล
ตาม (๓) รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อดังกล่าวด้วย
หนังสือรับรองลายมือชื่อของบุคคลตาม (๑) ต้องทำตามแบบที่นายทะเบียน
กำหนด
ข้อ ๔ การยื่นคำขอจดทะเบียนให้ยื่นต่อนายทะเบียนหรือส่งโดยทางไปรษณีย์
ลงทะเบียนถึงนายทะเบียน ณ กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือยื่นต่อนายทะเบียน
ในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ก็ได้"
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ แห่งกฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้
ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๘ การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการขอจดทะเบียน
เป็นบริษัทตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง และมาตรา ๒๐ (๓) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบหนังสือยินยอม
ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนที่ให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธินั้นไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๙ การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทตามมาตรา ๓๑
ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบข้อบังคับของบริษัทฉบับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วซึ่งจัดทำขึ้นใหม่ทั้งหมด
ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๐ การขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบ
เอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) ข้อบังคับของบริษัท
(๒) สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท
(๓) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้นโดยระบุจำนวนเงิน
ที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก
(๔) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
ข้อ ๑๑ การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐ เกี่ยวกับทุน
ชำระแล้วหรือจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับ
คำขอจดทะเบียน
(๑) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้นโดยระบุจำนวนเงิน
ที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก
(๒) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น"
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ แห่งกฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้
ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๑๖ การขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
(๒) หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการลดทุนไปยังเจ้าหนี้บริษัท
(๓) หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติการลดทุนของบริษัทในหนังสือพิมพ
์โดยระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย
ข้อ ๑๗ การขอจดทะเบียนควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑ ผู้ขดจดทะเบียนต้อง
แนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทที่ควบกันแล้ว
(๒) สำเนารายงานการประชุมร่วมกันของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ควบกัน
(๓) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
(๔) หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการควบบริษัทไปยังเจ้าหนี้
ของบริษัท
(๕) หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติให้ควบบริษัทของแต่ละบริษัทใน
หนังสือพิมพ์โดยระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย
ข้อ ๑๘ การขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๑ (๑) หรือขอ
จดทะเบียนเลิกบริษัทตามมาตรา ๑๖๑ (๒) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุม
ผู้ถือหุ้น หรือคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือที่ให้เลิกบริษัท แล้วแต่กรณี ไปพร้อมกับ
คำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๙ การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๙๓ ผู้ขอ
จดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือคำสั่งของ
ศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่แล้วแต่กรณี ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน"
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๑ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตาม
ความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๒๑ การขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓ ผู้ขอ
จดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) หนังสือบริคณห์สนธิ เฉพาะรายการตามมาตรา ๑๘ (๑) ถึง (๕) และ
ข้อบังคับของบริษัท
(๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติพิเศษให้แปรสภาพบริษัทเอกชน
(๓) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท"
ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๔ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
"ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ต้องมีการส่งเอกสารเพื่อประกอบคำขอจดทะเบียนตามที่
กำหนดในกฎกระทรวงนี้ อธิบดีกรมทะเบียนการค้าอาจกำหนดให้ส่งเป็นข้อมูลในรูปแบบอื่นได้
ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนดและประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา"
ข้อ ๗ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
ชูชีพ หาญสวัสดิ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหต ุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการยื่นคำขอจดทะเบียน
บริษัทมหาชนจำกัด ในปัจจุบันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารประกอบ
คำขอจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียน จึงได้
ปรับปรุงแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนขึ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถลงรายละเอียด
ตามรายการที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาคำขอจดทะเบียนได้โดยง่าย และส่งผลทำให้เอกสาร
ประกอบคำขอจดทะเบียนบางรายการไม่มีความจำเป็นต่อการพิจารณาของทางราชการอีกต่อไป
จึงสมควรยกเลิกรายการเอกสารดังกล่าวนั้นเสีย ซึ่งจะเป็นการลดภาระแก่ผู้ขอจดทะเบียนในการ
จัดทำเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน และสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดให้ต้องแนบเอกสาร
บางอย่างที่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจดทะเบียนจริง ๆ และไม่เป็น
การสร้างภาระให้แก่ผู้จดทะเบียนและเจ้าหน้าที่ในการเก็บรักษาเอกสารดังกล่าว นอกจากนั้น
ได้กำหนดให้อธิบดีกรมทะเบียนการค้ามีอำนาจกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถเลือก
ส่งเอกสารเพื่อประกอบคำขอจดทะเบียนในรูปแบบอื่นได้เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่
ผู้ขอจดทะเบียนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๓๙/๕๑ก/๓/๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๙]