หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

---------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน

จำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  คำขอจดทะเบียนดังต่อไปนี้ ให้ใช้แบบพิมพ์ที่นายทะเบียนจัดพิมพ์ขึ้น

ตามที่รัฐมนตรีกำหนด

                        (๑) คำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม

หนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ (๓)

                        (๒) คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัท

ตามมาตรา ๓๑

                        (๓) คำขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙

                        (๔) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐

                        (๕) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งหรือเลิกสำนักงานสาขาตามมาตรา ๔๘

                        (๖) คำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมาตรา ๑๓๖

                        (๗) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วตามมาตรา ๑๓๘

                        (๘) คำขอจดทะเบียนมติลดทุนตามมาตรา ๑๓๙

                        (๙) คำขอจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนที่จำหน่ายไม่ได้หรือที่ยังมิได้นำออก

จำหน่ายตามมาตรา ๑๔๐

                        (๑๐) คำขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒

                        (๑๑) คำขอจดทะเบียนการควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑

                        (๑๒) คำขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีและเลิกบริษัทตามมาตรา ๑๖๑

                        (๑๓) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๓

                        (๑๔) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีตามมาตรา ๑๗๖

                        (๑๕) คำขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓

                        ข้อ ๒  คำขอจดทะเบียนตามข้อ ๑ ต้อง

                        (๑) มีข้อความถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแบบพิมพ์

                        (๒) ข้อความตาม (๑) ต้องดีดพิมพ์หรือตีพิมพ์เป็นภาษาไทย

                        (๓) มีหนังสือหรือเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน

                        (๔) มีลายมือชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท หรือผู้ชำระบัญชี

แล้วแต่กรณี อย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ขอจดทะเบียน

                        (๕) มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อของผู้ขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร

                        ข้อ ๓  การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

                        ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้

ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือ

รับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย

                        (๑) นายอำเภอ ปลัดอำเภออาวุโสหรือผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต

หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไปซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมี

ภูมิลำเนาอยู่

                        (๒) ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรอง

ลายมือชื่อไว้กับนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด

                        (๓) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงาน

สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทน

บุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ

                        (๔) บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนา หรือ

พำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม

(๓) รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อดังกล่าวด้วย

                        หนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลตาม (๑) และ (๒) ต้องทำตามแบบที่

นายทะเบียนกำหนด

                        ข้อ ๔  การยื่นคำขอจดทะเบียนให้ยื่นต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

ณ กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์

จังหวัด ในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ หรือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึง

นายทะเบียน ณ กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก็ได้

                        ในกรณีที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ผู้ขอ

จดทะเบียนต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชุดเป็นคู่ฉบับ

                        ข้อ ๕  หนังสือบริคณห์สนธิและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ให้ทำตามแบบที่รัฐมนตรี

กำหนด

                        ข้อ ๖  หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับของบริษัท และเอกสารประกอบคำขอ

จดทะเบียนต้อง

                        (๑) ดีดพิมพ์หรือตีพิมพ์เป็นภาษาไทย

                        (๒) ใช้กระดาษหน้าเดียว

                        (๓) มีหมายเลขประจำหน้าและจำนวนหน้าทั้งหมดของหนังสือและเอกสาร

แต่ละเรื่องไว้ที่มุมขวาด้านบนของทุกหน้า

                        (๔) ในกรณีที่มีการส่งสำเนาเอกสาร ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรอง

ความถูกต้องของสำเนาเอกสารนั้นด้วย

                        ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากนายทะเบียนในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตาม

วรรคหนึ่งได้

                        ข้อ ๗  การขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา ๑๙ ผู้ขอจดทะเบียน

ต้องแนบหนังสือบริคณห์สนธิไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย

                        ข้อ ๘  การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการขอ

จดทะเบียนเป็นบริษัทตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้

ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) หนังสือยินยอมของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธินั้น

                        (๒) หนังสือรับรองของผู้ขอจดทะเบียนว่ายังมิได้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือ

บุคคลใด ๆ

                        การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการเกี่ยวกับจำนวนและบุคคลผู้เริ่มจัดตั้ง

บริษัทตามมาตรา ๒๐ (๓) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้พร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) สำเนาใบมรณะบัตรหรือหนังสือถอนตัวของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทโดยระบุวัน

เดือน ปี ที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทถอนตัว แล้วแต่กรณี

                        (๒) หนังสือยินยอมของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนที่ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทดังกล่าว

ถอนตัว

                        ข้อ ๙  การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัท

ตามมาตรา ๓๑ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ที่ลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติม

หนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัทไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย

                        ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท ให้แนบข้อบังคับของบริษัทฉบับที่

ี่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วซึ่งจัดทำขึ้นใหม่ทั้งหมดไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย

                        ข้อ ๑๐  การขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบ

เอกสารดังต่อไปนี้พร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) ข้อบังคับของบริษัท

                        (๒) สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท

                        (๓) หนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งตกลงเป็นกรรมการบริษัทโดยผู้ให้คำยินยอมดังกล่าว

ลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลตามข้อ ๓

                        (๔) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับ

ไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก

                        (๕) สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัท

                        (๖) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

                        (๗) สำเนาหนังสือแจ้งให้ผู้จองหุ้นที่ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นที่มิใช่ตัวเงินโอน

กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้แก่บริษัท ในกรณีที่มีผู้จองหุ้นเช่นนั้น

                        ข้อ ๑๑  การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐ ผู้ขอจดทะเบียน

ต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงิน

ที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก ในกรณีที่เปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วและจำนวนหุ้น

ที่จำหน่ายได้

                        (๒) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ในกรณีที่เปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วและจำนวนหุ้นที่

จำหน่ายได้

                        (๓) หนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งตกลงเป็นกรรมการบริษัท โดยผู้ให้คำยินยอม

ดังกล่าวลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลตามข้อ ๓

                        (๔) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นหรือรายงานการประชุมคณะกรรมการ

บริษัท แล้วแต่กรณี

                        (๕) สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัท

ในกรณีที่จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสำนักงาน

                        ข้อ ๑๒  การขอจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานสาขาตามมาตรา ๔๘ ผู้ขอจดทะเบียน

ต้องแนบสำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาไปพร้อมกับคำขอ

จดทะเบียน

                        ข้อ ๑๓  การขอจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมาตรา ๑๓๖ ผู้ขอจดทะเบียน

ต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนไปพร้อมกับคำขอ

จดทะเบียน

                        ข้อ ๑๔  การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วตามมาตรา ๑๓๘ ผู้ขอ

จดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงิน

ที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก

                        (๒) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเฉพาะผู้ซื้อหุ้นที่เพิ่ม

                        ข้อ ๑๕  การขอจดทะเบียนมติลดทุนตามมาตรา ๑๓๙ และจดทะเบียนลดทุน

จดทะเบียนที่จำหน่ายไม่ได้หรือยังไม่ได้นำออกจำหน่ายตามมาตรา ๑๔๐ ผู้ขอจดทะเบียนต้อง

แนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่ลงมติให้ลดทุนจดทะเบียนไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        ข้อ ๑๖  การขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบ

เอกสารดังต่อไปนี้ ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

                        (๒) สำเนาหนังสือแจ้งมติการลดทุนไปยังเจ้าหนี้บริษัท

                        (๓) หนังสือพิมพ์ที่ลงโฆษณามติการลดทุนของบริษัท

                        ข้อ ๑๗  การขอจดทะเบียนควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑ ผู้ขอจดทะเบียน

ต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทที่ควบกันแล้ว

                        (๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของแต่ละบริษัทที่มีมติให้ควบบริษัท

                        (๓) สำเนาหนังสือแจ้งมติการควบบริษัทไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท

                        (๔) สำเนารายงานการประชุมร่วมกันของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ควบกัน

                        (๕) หนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งตกลงเป็นกรรมการบริษัท โดยผู้ให้คำยินยอมดังกล่าวลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลตามข้อ ๓

                        (๖) สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัท

                        (๗) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

                        (๘) หนังสือพิมพ์ที่ลงโฆษณามติให้ควบบริษัทของแต่ละบริษัท

                        (๙) ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนของแต่ละบริษัท

                        ข้อ ๑๘  การขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๑ (๑) หรือขอ

จดทะเบียนเลิกบริษัทตามมาตรา ๑๖๑ (๒) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไป

พร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น หรือคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี

หรือที่ให้เลิกบริษัท แล้วแต่กรณี

                        (๒) หนังสือยินยอมของผู้ชำระบัญชีในการเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท

                        (๓) สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี

                        ข้อ ๑๙  การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๓ ผู้ขอ

จดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี หรือคำสั่งของศาล

ที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่ แล้วแต่กรณี

                        (๒) หนังสือยินยอมของผู้ชำระบัญชีในการเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท

                        (๓) สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี

ในกรณีที่สำนักงานของผู้ชำระบัญชีที่แต่งตั้งใหม่ไม่ใช่สำนักงานเดียวกันกับสำนักงานของผู้ชำระ

บัญชีเดิม

                        ข้อ ๒๐  การขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีตามมาตรา ๑๗๖ ผู้ขอจดทะเบียน

ต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) รายงานผลการชำระบัญชีพร้อมด้วยบัญชีรับจ่ายที่เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น

                        (๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติรายงานผลการชำระบัญชีและบัญชีรับจ่าย

                        (๓) รายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนพร้อมกับบัญชีรับจ่ายในการชำระบัญชีฉบับ

สุดท้าย

                        (๔) รายละเอียดสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของบริษัท

                        ข้อ ๒๑  การขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓ ผู้ขอ

จดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

                        (๑) หนังสือบริคณห์สนธิ เฉพาะรายการตามมาตรา ๑๘ (๑) ถึง (๕) และ

ข้อบังคับของบริษัท

                        (๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติพิเศษให้บริษัทเอกชนแปรสภาพ

                        (๓) หนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งตกลงเป็นกรรมการบริษัท โดยผู้ให้คำยินยอม

ดังกล่าวลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลตามข้อ ๓

                        (๔) สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัท

                        (๕) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

                        ข้อ ๒๒  การขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมต่อ

นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน

ให้ชำระค่าธรรมเนียม หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียน

จำหน่ายคำขอจดทะเบียนนั้น

                        ข้อ ๒๓  เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท เปลี่ยนชื่อบริษัท ควบบริษัท

หรือแปรสภาพบริษัทเอกชน และบริษัทได้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนั้นแล้ว ให้

นายทะเบียนออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่บริษัท

 

                                                            ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕

                                                                            อมเรศ ศิลาอ่อน

                                                                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

+----------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหต ุ:-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ (๑) แห่ง

พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การขอจดทะเบียนและการรับ

จดทะเบียนเกี่ยวกับบริษัทมหาชนจำกัด ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สมควรกำหนด

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนดังกล่าว จึงจำเป็นต้อง

ออกกฎกระทรวงนี้

 

[รก.๒๕๓๕/๙๓/๑/๑๑ กันยายน ๒๕๓๕]