กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๐๔[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๒๔ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔
ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรหรือประสงค์จะส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ ศก.๖ หรือแบบ ศก.๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณีพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
ข้อ ๓ ในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรนั้นมาแสดง ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ด้วย
ในกรณีที่ไม่สามารถนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรมาแสดง ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่งได้ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดทำคำขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผลเสนอต่อผู้อนุญาตเพื่อให้มีการตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ณ สถานที่ที่เก็บโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้น และผู้อนุญาตอาจพิจารณาสั่งให้คณะกรรมการตามข้อ ๗ ไปตรวจพิสูจน์ตามคำขอเป็นกรณีพิเศษได้โดยผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น
ข้อ ๔ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร ให้ยื่น ณ สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เว้นแต่กรณีที่โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรอยู่ในเขตจังหวัดที่อธิบดีกรมศิลปากรได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งจังหวัดนั้นกระทำแทน จะยื่น ณ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งจังหวัดนั้นก็ได้ หากในจังหวัดดังกล่าวนั้นไม่มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ให้ยื่น ณ ส่วนราชการอื่นของกรมศิลปากรในจังหวัดนั้นตามที่อธิบดีกรมศิลปากรประกาศกำหนด
ข้อ ๕ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ให้ยื่น ณ สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรมศิลปากร
ข้อ ๖ ในการขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรหรือการขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หากโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นเป็นพระพุทธรูป หรือรูปเคารพในศาสนา ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรด้วย
ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขออนุญาตส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร” ดังนี้
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุอีกไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ
ให้ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ
(๒) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระทำแทน ให้คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดเป็นรองประธานกรรมการและกรรมการอื่น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุอีกไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ
ให้หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่จังหวัดนั้นไม่มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ให้หัวหน้าส่วนราชการของกรมศิลปากรในจังหวัดนั้นตามที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนดเป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขออนุญาตส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรมีหน้าที่ตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุตามคำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร หรือตามคำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้วแต่กรณี และบันทึกผลการตรวจพิสูจน์เสนอต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาต่อไป
ข้อ ๙ ใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรให้ใช้แบบ ศก.๘ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๐ ใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ให้ใช้แบบ ศก.๙ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๑ ใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรและใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ให้ใช้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
ข้อ ๑๒ โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรหรือที่ได้รับอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว จะต้องมีตราตะกั่วรูปพระคเณศพร้อมกับบัตรแสดงหมายเลขที่ใบอนุญาตตามที่กรมศิลปากรกำหนดผูกหรือผนึกติดกับโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นทุกชิ้น
ข้อ ๑๓ ให้ผู้รับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราววางเงินประกันเป็นเงินสด หรือวางหลักทรัพย์ประกันเป็นพันธบัตรของรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรที่รัฐบาลไทยค้ำประกัน หรือวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร เป็นจำนวนเงินเท่ากับราคาประเมินของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นไว้กับผู้อนุญาตเพื่อเป็นหลักประกันการชำระค่าปรับในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวไม่ส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตนั้นกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
ข้อ ๑๔ เมื่อได้ส่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้ว หากผู้รับใบอนุญาตไม่ส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ผู้อนุญาตมีอำนาจปรับผู้รับใบอนุญาตเป็นจำนวนเงินเท่ากับราคาประเมินของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ไม่สามารถส่งหรือนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตได้ เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยหรือในกรณีที่มีความจำเป็นและผู้รับใบอนุญาตได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตออกไป
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะยกเว้นการวางหลักประกันตามข้อ ๑๓ ให้แก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้นก็ได้
ข้อ ๑๖ การขอรับใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอตามแบบ ศก.๑๐ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว ณ สถานที่ที่ออกใบอนุญาต
การออกใบแทนใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตตามแบบ ศก.๘ และประทับคำว่า “ใบแทน” ด้วยอักษรสีแดงไว้ที่มุมบนด้านขวาของใบอนุญาตนั้น
การออกใบแทนใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตตามแบบ ศก.๙ และประทับคำว่า “ใบแทน” ด้วยอักษรสีแดงไว้ที่มุมบนด้านขวาของใบอนุญาตนั้น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙
สุขวิช รังสิตพล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ศก. ๖)
๒. คำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (แบบ ศก. ๗)
๓. ใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ศก. ๘)
๔. ใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (แบบ ศก. ๙)
๕. คำขอรับใบแทนใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร, คำขอรับใบแทนใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (แบบ ศก. ๑๐)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๒๔ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ประกอบกับสมควรปรับปรุงเงื่อนไข วิธีการและข้อกำหนดเกี่ยวกับการวางเงินประกันและหรือการชำระค่าปรับสำหรับการขออนุญาตส่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สถาพร/ปรับปรุง
๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙