กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๑๖
ออกตามความในพระราชบัญญัติบำรุงพันธุ์สัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๙
---------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ
บำรุงพันธุ์สัตว์ พ.ศ. ๒๕๐๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในท้องที่จังหวัดขอนแก่นและมหาสารคามเป็นเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
ข้อ ๒ ชนิดของสัตว์ที่จะบำรุงพันธุ์ คือ โค และกระบือ
ข้อ ๓ โคและกระบือที่คัดเลือกให้เป็นสัตว์สงวนพันธุ์ ต้องมีอายุหนึ่งปีขึ้นไป
และมีเพศและขนาดดังต่อไปนี้
(๑) โคผู้ ขนาดสูง ๑.๒๐ เมตรขึ้นไป
(๒) โคเมีย ขนาดสูง ๑.๑๐ เมตรขึ้นไป
(๓) กระบือผู้ ขนาดสูง ๑.๓๐ เมตรขึ้นไป
(๔) กระบือเมีย ขนาดสูง ๑.๒๕ เมตรขึ้นไป
ข้อ ๔ โคและกระบือที่คัดเลือกให้เป็นสัตว์สงวนพันธุ์ตาม ข้อ ๓ นั้น ให้เพิกถอน
จากการเป็น "สัตว์สงวนพันธุ์" ได้ เมื่อมีลักษณะหรือกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) เป็นสัตว์ที่มีนิสัยดุร้าย
(๒) อายุเกินสิบสองปี
(๓) รูปร่างพิการ หรืออวัยวะสืบพันธุ์ไม่เหมาะสมที่จะใช้ทำพันธุ์
(๔) รูปร่างลักษณะหรือสีผิดแผกไปในทางเสื่อมจากเกณฑ์แนวพันธุ์
(๕) ให้ลูกที่มีลักษณะเลว หรือเสื่อมทรามไปจากเกณฑ์แนวพันธุ์
(๖) เป็นโรคชนิดที่จะติดต่อทางกรรมพันธุ์ได้
(๗) มีจำนวนเกินความจำเป็นสำหรับเป็นพ่อพันธุ์ คือ ในฝูงหนึ่งให้มีพ่อพันธุ์
๑ ตัวต่อตัวเมียไม่เกิน ๒๕ ตัว
ข้อ ๕ เมื่อเจ้าของสัตว์สงวนพันธุ์เห็นว่าสัตว์สงวนพันธุ์มีลักษณะหรือกรณี
อย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๔ แล้ว จะแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเพิกถอนจากการเป็นสัตว์
สงวนพันธุ์ก็ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖
พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในจังหวัดขอนแก่นและ
จังหวัดมหาสารคาม มีราษฎรทำการเลี้ยงโคและกระบือเป็นจำนวนมาก และเจ้าของได้ทำการ
ตอนโคหรือกระบือที่มีขนาดใหญ่และลักษณะดี เพื่อใช้งานโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และปล่อย
ให้โคและกระบือขนาดเล็กผสมพันธุ์กันเอง ทำให้โคและกระบือมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ เป็นการ
เสียหายแก่เศรษฐกิจ สมควรจะดำเนินการบำรุงและคัดเลือกพันธุ์โคและกระบือ โดยกำหนด
ท้องที่สองจังหวัดนี้เป็นเขตบำรุงพันธุ์สัตว์และกำหนดโคและกระบือเป็นสัตว์สงวนพันธุ์ จึงจำเป็น
ต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
[รก.๒๕๑๖/๔๕/๑๔๒/๑ พฤษภาคม ๒๕๑๖]