กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๔๙๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน
พุทธศักราช ๒๔๙๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พุทธศักราช ๒๔๘๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอซึ่งเป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้รักษาการแทน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เฉพาะในเขตอำเภอ หรือกิ่งอำเภอนั้น ๆ
ข้อ ๒ เจ้าหน้าที่ซึ่งจะเรียกให้บุคคลแสดงบัตรประจำตัวได้ คือ
(ก) ตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น
(ข) เจ้าหน้าที่ทหารเฉพาะในบริเวณที่ตั้งหน่วยทหาร
(ค) เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลในเมื่อผู้ที่ต้องมีบัตรประจำตัวมาติดต่อในหน้าที่
ข้อ ๓ คำร้องขอบัตรประจำตัวตามความในมาตรา ๖ หรือมาตรา ๗ ให้ใช้แบบ บ.ป. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๔ ใบรับคำร้องขอบัตรประจำตัวตามความในมาตรา ๖ หรือมาตรา ๗ ให้ใช้แบบ บ.ป.๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๕ บัตรประจำตัวให้มีลักษณะ ขนาด และรายการตามแบบที่กำหนดไว้ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖ ผู้ขอบัตรประจำตัวที่ประสงค์จะติดรูปถ่ายของตนในบัตร จะต้องส่งรูปถ่ายจำนวนสามรูป พร้อมกับคำร้องขอบัตรประจำตัว
ข้อ ๗ ให้เรียกค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวตามอัตราต่อไปนี้
(ก) ค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวตามมาตรา ๖ วรรคแรก ฉบับละยี่สิบห้าสตางค์
(ข) ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนบัตรประจำตัวตามมาตรา ๖ วรรคสอง ฉบับละยี่สิบห้าสตางค์
(ค) ค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวตามมาตรา ๗ ฉบับละห้าสิบสตางค์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๕
ด. เดชประดิยุทธ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำร้องขอบัตรประจำตัว แบบ บ.ป. ๑
๒. ต้นขั้วใบรับคำร้องขอบัตรประจำตัว แบบ บ.ป. ๒
๓. ใบรับคำร้องขอบัตรประจำตัว แบบ บ.ป. ๒
๔. ลักษณะ ขนาด และรายการบัตรประจำตัว
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ: - พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พุทธศักราช ๒๔๘๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๔ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๔๘๖ มีบางมาตราที่ควรทราบ คือ
มาตรา ๓ เมื่อเป็นการสมควรให้บุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในท้องที่ใดมีบัตรประจำตัวตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้ประกาศระบุท้องที่นั้นโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๔ บุคคลทุกคนที่มีอายุตั้งแต่สิบหกปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึงอายุเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ภายในเขตท้องที่ที่ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุตามความในมาตราก่อน ต้องมีบัตรประจำตัวตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
แต่บุคคลดังต่อไปนี้ ให้ได้รับความยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัว
๑. ผู้มีกายพิการเดินไม่ได้ หรือเป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง
๒. ผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
๓. ผู้อยู่ในที่คุมขังโดยชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา ๕ บัตรประจำตัวให้มีลักษณะและขนาดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และอย่างน้อยให้มีรายการแสดงชื่อ วัน เดือน ปี เกิด ที่อยู่ อาชีพและตำหนิ ประกอบด้วยรูปถ่าย หรือลายพิมพ์หัวแม่มือขวาของผู้ถือบัตร และให้แสดงวันที่ออกบัตร พร้อมทั้งต้องลงชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกบัตรนั้นด้วย
มาตรา ๖ เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีการะบุท้องที่ตามความในมาตรา ๓ แล้ว ให้บุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในท้องที่นั้น ซึ่งต้องมีบัตรประจำตัวทำคำร้องขอบัตรประจำตัวยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศพระราชกฤษฎีกา หรือนับแต่วันที่ตนต้องมีบัตรประจำตัวแล้วแต่กรณี ในการนี้ให้เรียกค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่เกินฉบับละยี่สิบห้าสตางค์ หรือจะไม่เรียกก็ได้
บัตรประจำตัวนั้นต้องเปลี่ยนทุกสิบปี โดยต้องทำคำร้องขอ เสียค่าธรรมเนียม และต้องปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงค่าธรรมเนียมนั้นห้ามมิให้กำหนดเกินกว่ายี่สิบห้าสตางค์ หรือจะไม่เรียกก็ได้
คำร้องขอใด ๆ ตามความในมาตรานี้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับไว้แล้ว ให้ออกใบรับให้ผู้ร้องขอตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓ ในกรณีที่บัตรหาย หรือถูกทำลาย หรือชำรุดในสารสำคัญ ให้ผู้ถือบัตรทำคำร้องขอยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อขอเปลี่ยนบัตรภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าหาย หรือถูกทำลายหรือชำรุด โดยต้องทำตามแบบวิธีการ และเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ค่าธรรมเนียมนั้นห้ามมิให้กำหนดเกินกว่าห้าสิบสตางค์
เมื่อได้รับคำร้องขอตามความในวรรคก่อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับให้ผู้ร้องขอตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๕ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่คนต่างด้าว ซึ่งมีใบสำคัญประจำตัวอยู่แล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว
ณัฐดนัย/พิมพ์
๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๑
ณัฐดนัย/แก้ไข
๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑