ข้อบังคับ
เนติบัณฑิตยสภา
พ.ศ. 2507
----------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2507 และด้วยความ
เห็นชอบของสภานายกพิเศษ คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาตราข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้ให้เรียกว่า `ข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2507'
ข้อ 2 ตราของเนติบัณฑิตยสภามีรูปลักษณะดังนี้
ตราเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์
ภาค 1
บททั่วไป
------
หมวด 1
สมาชิก
-----
ข้อ 3 สมาชิกเนติบัณฑิตยสภามี 5 ประเภท คือ
(1) สามัญสมาชิก
(2) สมาชิกวิสามัญ
(3) สมาชิกสมทบ
(4) ภาคีสมาชิก
(5) สมาชิกกิตติมศักดิ์
ข้อ 4 ผู้สมัครเป็นสามัญสมาชิก ต้องเป็นผู้ที่
(1) สอบไล่ได้วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตจากโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม
(2) สอบไล่สำเร็จวิชากฎหมายจากคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ใน พ.ศ. 2476
(3) สอบความรู้ทางนิติศาสตร์ได้ปริญญาตรีเป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรม
ศาสตร์และการเมืองหรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนหรือในสมัยสอบไล่ พ.ศ. 2495 หรือ
(4) สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ข้อ 5 ผู้สมัครเป็นสมาชิกวิสามัญ ต้องเป็นผู้ที่สอบความรู้ทางนิติศาสตร์ ได้ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย
วิชาธรรมศาสตร์ และการเมืองหรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือจากมหาวิทยาลัยอื่นในประเทศไทย
ซึ่งเนติบัณฑิตยสถานเห็นว่ามีมาตรฐานการศึกษาเทียบได้กับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ข้อ 6 ผู้สมัครเป็นสมาชิกสมทบ ต้องเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิและความสามารถ อาจได้รับอนุญาตเป็นทนาย
ความชั้นที่ 2
ข้อ 7 ภาคีสมาชิก ได้แก่นักศึกษาในสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งมิได้เป็น
สมาชิกวิสามัญหรือสมาชิกสมทบ
ข้อ 8 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ทรงเกียรติคุณและมีความรอบรู้นิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์ ซึ่งคณะ
กรรมการยกย่องแลเชิญเป็นสมาชิก
ข้อ 9 ผู้สมัครเป็นสมาชิก ต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วในวันยื่นคำขอสมัคร
ข้อ 10 ผู้สมัครเป็นสมาชิก ต้องทำคำขอสมัครตอบแบบที่กำหนดไว้ยื่นต่อเลขาธิการ คำขอสมัครเช่น
ว่านี้ ต้องมีสามัญสมาชิกไม่น้อยกว่า 2 คนซึ่งเป็นสามัญสมาชิกแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ลงลายมือชื่อรับรอง
ว่าผู้สมัครเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เป็นบุคคลที่ควรรังเกียจแก่สังคม และประกอบด้วย
คุณลักษณะที่จะดำรงเกียรติในการเป็นสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ข้อ 11 เมื่อได้รับคำขอสมัครแล้ว ให้เลขาธิการประกาศชื่อ ถิ่นที่อยู่ และอาชีพของผู้สมัครไว้ ณ
สำนักงานเนติบัณฑิตยสภาและศาลในท้องถิ่นซึ่งผู้สมัครมีถิ่นที่อยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน
สมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภามีสิทธิยื่นคำคัดค้านการรับผู้สมัครเป็นสมาชิกต่อเลขาธิการได้ คำคัดค้าน
ให้ยื่นภายในกำหนดเวลาที่เลขาธิการแจ้งไว้ในประกาศ และต้องแสดงเหตุผลประกอบคำคัดค้านนั้นด้วย
เมื่อได้ประกาศครบกำหนดแล้ว ในกรณีที่ผู้สมัครขอสมัครเป็นสามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญ ไม่ว่า
จะมีคำคัดค้านการรับผู้สมัครเป็นสมาชิกหรือไม่ก็ตาม หรือในกรณีที่ผู้สมัครขอสมัครเป็นสมาชิกสมทบ เมื่อ
มีคำคัดค้านการรับผู้สมัครเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการเสนอใบสมัครพร้อมด้วยคำคัดค้านการรับผู้สมัครเป็น
สมาชิก ให้เลขาธิการเสนอใบสมัครพร้อมด้วยคำคัดค้าน (ถ้ามี) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อคณะกรรม
การมีมติรับหรือไม่รับให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบ
ในกรณีที่ผู้สมัครขอสมัครเป็นสมาชิกสมทบและไม่มีคำคัดค้านการรับผู้สมัครเป็นสมาชิก ให้อยู่ใน
อำนาจของนายกหรือกรรมการเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากนายกที่จะพิจารณารับหรือไม่รับ ถ้านายกหรือ
กรรมการเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากนายกเห็นสมควรในกรณีใดที่จะให้คณะกรรมการพิจารณา ก็อาจ
เสนอให้คณะกรรมการพิจารณามีมติได้ เมื่อนายกหรือกรรมการเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากนายกหรือ
คณะกรรมการแล้วแต่กรณี พิจารณารับหรือไม่รับแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบ
ข้อ 12 ในการพิจารณารับผู้สมัครเป็นสมาชิก ให้คณะกรรมการหรือนายกหรือกรรมการเจ้าหน้าที่
ผู้ได้รับมอบหมายจากนายก แล้วแต่กรณี คำนึงถึงความสมควรที่ผู้สมัครจะพึงได้รับเกียรติเป็นสมาชิกแห่ง
เนติบัณฑิตยสภาหรือไม่ด้วย และคณะกรรมการหรือนายกหรือกรรมการเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากนายก
ย่อมมีสิทธิเด็ดขาดในอันที่จะวินิจฉัยตามที่เห็นสมควร
ข้อ 13 เมื่อมีการรับผู้ใดเป็นสมาชิกประเภทใดแล้ว ผู้นั้นจะต้องชำระค่าจดทะเบียนเป็นสมาชิกหรือ
ค่าบำรุงประจำปีแล้วแต่กรณี ตามข้อ 16 จึงจะถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิก มิฉะนั้นให้ถือว่าการขอสมัครและ
การรับผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิกเป็นอันยกเลิกไป
ข้อ 14 ถ้ามีการไม่รับผู้ใดเป็นสมาชิกประเภทใดด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำขอสมัคร
เป็นสมาชิกในประเภทนั้นได้เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่มีมติหรือคำสั่งไม่รับแล้วแต่กรณี และถ้ามีการ
ไม่รับผู้ใดเป็นสมาชิกในประเภทนั้นอีก ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะขอสมัครเป็นสมาชิกในประเภทนั้นอีกต่อไป
หมวด 2
ค่าจดทะเบียนและค่าบำรุง
-------------------
ข้อ 15 ค่าจดทะเบียนเป็นสมาชิกและค่าบำรุงมีอัตราดังนี้
(1) สามัญสมาชิก
ค่าจดทะเบียน 600 บาท
(2) สมาชิกวิสามัญ
ค่าจดทะเบียน 400 บาท
(3) สมาชิกสมทบ
ค่าจดทะเบียน 300 บาท
(4) ภาคีสมาชิก
ค่าบำรุงประจำปี ปีละ 15 บาท
ข้อ 16 ค่าจดทะเบียนตามข้อ 14 (1) (2) และ (3) ต้องชำระภายใน 60 วันนับแต่วันที่
เลขาธิการแจ้งการรับเป็นสมาชิก ส่วนค่าบำรุงประจำปีตามข้อ 15 (4) ต้องชำระพร้อมกับค่าศึกษาซึ่งจะ
ต้องชำระตามระเบียบของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
หมวด 3
สิทธิของสมาชิก
-----------
ข้อ 17 สามัญสมาชิก สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิสวมเสื้อครุยเนติบัณฑิตตาม
กฎหมายว่าด้วยเสื้อครุยเนติบัณฑิต
เมื่อสวมเสื้อครุยเนติบัณฑิต สมาชิกจะต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
(1) สมาชิกที่เป็นชาย แต่งตามแบบสากลนิยม เป็นชุดสีขาว กรมท่า ดำ หรือสีอื่นซึ่งเป็นสี
เข้มและไม่ฉูดฉาด เชิ้ตขาว ผ้าผูกคอสีดำแบบเงื่อนกลาสี รองเท้าหุ้มส้นสีขาว น้ำตาล หรือดำ เข้าชุดกัน
กับเครื่องแต่งกาย ถุงเท้าสีคล้ายคลึงกับรองเท้า
(2) สมาชิกที่เป็นหญิง แต่งตามแบบสากลนิยม กระโปรงสีขาว กรมท่า ดำ หรือสีอื่นซึ่งเป็น
สีเข้มและไม่ฉูดฉาด เสื้อสีขาว หรือสีตามกระโปรง รองเท้าหุ้มส้นสีขาว น้ำตาล สีดำ เข้าชุดกันกับ
เครื่องแต่งกาย
(3) สมาชิกที่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบราชการ จะแต่งเครื่องแบบราชการก็ได้
ข้อ 18 สมาชิกอาจแสดงความเห็นเป็นหนังสือเกี่ยวด้วยกิจการของเนติบัณฑิตยสภาส่งไปยัง
กรรมการเจ้าหน้าที่ เมื่อกรรมการเจ้าหน้าที่ได้รับแล้ว จะวินิจฉัยเสียเอง หรือนำเสนอนายกเพื่อวินิจฉัย
หรือมีคำสั่งให้นำเข้าปรึกษาในที่ประชุมคณะกรรมการ ก็ได้
ข้อ 19 สมาชิกผู้ใดประสงค์จะได้ใบสำคัญการเป็นสมาชิกของเนติบัณฑิตยสภา ให้แจ้งความจำนง
ต่อเลขาธิการเพื่อขอรับใบสำคัญตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
หมวด 4
การขาดจากสมาชิกภาพ
-----------------
ข้อ 20 สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพเมื่อ
(1) ลาออก
(2) ถูกถอนชื่อจากทะเบียน หรือ
(3) ถูกลบชื่อจากทะเบียน
ให้นายทะเบียนประกาศรายชื่อผู้ที่ขาดจากสมาชิกภาพเป็นคราว ๆ ไป
ข้อ 21 สมาชิกผู้ประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพ ให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือไปยัง
เลขาธิการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา
ข้อ 22 เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าสมาชิกผู้ใดตายหรือศาลมีคำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ไร้ความสามารถ
หรือให้เป็นคนสาบสูญให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาชิกผู้นั้นออกจากทะเบียน
ข้อ 23 สมาชิกสมทบผู้ใดไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันเป็น
สมาชิก หรือขาดต่อใบอนุญาตว่าความ หรือพ้นจากการเป็นทนายความชั้นที่ 2 ด้วยประการใด ๆ ให้นาย
ทะเบียนถอนชื่อสมาชิกสมทบผู้นั้นออกจากทะเบียน
ข้อ 24 ภาคีสมาชิกผู้ใดพ้นจากการเป็นนักศึกษาในสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาชิกผู้นั้นออกจากทะเบียน
ข้อ 25 สมาชิกผู้ใดไม่ชำระหนี้ใด ๆ แก่เนติบัณฑิตยสภาให้เหรัญญิกแจ้งตามวิธีการที่กำหนดในข้อ
44 ให้ชำระภายใน 60 วันนับแต่วันที่ถือว่าได้รับแจ้ง ถ้าสมาชิกผู้นั้นไม่ชำระภายในกำหนดก็ให้เหรัญญิก
แจ้งอีกครั้งหนึ่งให้ชำระภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่าได้รับแจ้งครั้งที่ 2 และถ้าสมาชิกผู้นั้นยังไม่ชำระ
ทั้งไม่ชี้แจงแสดงเหตุให้เป็นที่พอใจ คณะกรรมการมีอำนาจให้ถอนชื่อสมาชิกผู้นั้นออกจากทะเบียนได้
ข้อ 26 ในกรณีที่ผู้ใดพ้นจากสภาพอันเป็นเหตุให้ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกตามข้อ 22 หรือ
ผู้ใดซึ่งถูกถอนชื่อตามข้อ 25 ได้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมดแล้ว ผู้นั้นอาจยื่นคำขอกลับเป็นสมาชิกอีกได้ เมื่อ
คณะกรรมการอนุมัติแล้ว เพื่อประโยชน์แห่งการนับอายุสมาชิกภาพให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยขาดจาก
สมาชิกภาพเลย เมื่อมีการรับผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิกผู้นั้นไม่ต้องชำระค่าจดทะเบียนอีก
ข้อ 27 คณะกรรมการอาจสั่งลบชื่อสมาชิกผู้ใดออกจากทะเบียนได้ ถ้าสมาชิกผู้นั้น
(1) กระทำความผิดอาญาต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่
เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
(2) ต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย หรือ
(3) ประพฤติตนในทางที่อาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่เนติบัณฑิตยสภา
ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าการกระทำของสมาชิกผู้นั้นยังไม่ร้ายแรงถึงควรลบชื่อ จะภาคทัณฑ์หรือเพียง
แต่ว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
ผู้ถูกลบชื่ออาจสมัครเป็นสมาชิกได้อีกเมื่อพ้นกำหนด 3 ปี นับแต่วันถูกลบชื่อ เมื่อคณะกรรมการได้
พิจารณาคำขอสมัครและไม่รับผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิก ผู้นั้นหมดสิทธิขอสมัครเป็นสมาชิกอีกต่อไป
หมวด 5
คณะกรรมการ
----------
ข้อ 28 นอกจากนายกและอุปนายกซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามความในมาตรา 7 แห่ง
พระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2507 ให้มีกรรมการอื่นอีก 20 คน ซึ่งเลือกตั้งจากบุคคล 4 ประเภท
ที่เป็นสามัญสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ประเภทละ 5 คน คือ
(1) ข้าราชการตุลาการ
(2) ข้าราชการอัยการ
(3) ทนายความ
(4) บุคคลอื่นนอกจาก (1) (2) (3)
ประเภทบุคคลดังกล่าว ให้ถือตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งที่เลขาธิการส่งแก่สมาชิกเพื่อ
ประโยชน์ในการเลือกตั้งกรรมการตามข้อ 33
ข้อ 29 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งดังกล่าวในข้อ 28 ให้เลขาธิการแยกประเภทโดยอาศัย
ทะเบียนของเนติบัณฑิตยสภาและทะเบียนของทางราชการครั้งสุดท้ายก่อนวันที่เลขาธิการส่งบัตรเลือกตั้งเป็น
เกณฑ์
ข้อ 30 นอกจากนายกและอุปนายก ให้มีกรรมการเจ้าหน้าที่อื่นอีกคือ เลขาธิการ เหรัญญิก
บรรณารักษ์ ปฏิคม นายทะเบียน และหรือกรรมการเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่น ซึ่งคณะกรรมการจะได้แต่งตั้ง
ข้อ 31 ในการบริหารกิจการของเนติบัณฑิตยสภา คณะกรรมการมีอำนาจตั้งอนุกรรมการเพื่อดำเนิน
การใด ๆ และอาจวางระเบียบและตั้งกรรมการสำหรับแผนกนั้น ๆ ได้
ข้อ 32 เพื่อให้การเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเนติบัณฑิตยสภา คณะกรรมการอาจตั้งแผนกใด
แผนกหนึ่งแห่งเนติบัณฑิตยสภาขึ้น เพื่อให้ดำเนินกิจการใด ๆ และอาจวางระเบียบและตั้งกรรมการ
สำหรับแผนกนั้น ๆ ได้
ข้อ 33 สามัญสมาชิกเป็นผู้เลือกตั้งกรรมการจากบุคคลแต่ละประเภทตามข้อ 28 แต่ต้องไม่เกิน
ประเภทละ 5 คน
การเลือกตั้งให้กระทำโดยวิธีกรอกชื่อสมาชิกผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 28 ที่ผู้เลือกตั้งเห็นว่าสมควรเป็น
กรรมการในแต่ละประเภท ลงในบัตรเลือกตั้งกรรมการซึ่งเลขาธิการส่งให้ แล้วลงลายมือชื่อส่งไปถึง
เลขาธิการภายในวันที่เลขาธิการกำหนด ผู้ได้คะแนนสูงกว่าผู้อื่นในประเภทใด เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น
กรรมการในประเภทนั้น ในกรณีที่มีคะแนนสูงเท่ากัน และเมื่อรวมผู้ที่ได้คะแนนสูงเท่ากันนั้นเข้ากับผู้
ที่ได้คะแนนสูงกว่าในประเภทเดียวกันจะทำให้มีจำนวนเกินจำนวนกรรมการในประเภทนั้น ในระหว่างผู้
ได้คะแนนเท่ากัน ให้ผู้มีชื่อในทะเบียนสมาชิกในลำดับก่อน เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเพียงเท่า
ที่ครบจำนวนในประเภทนั้น
ในกรณีที่ผลของการเลือกตั้งไม่มีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการครบจำนวน ตามประเพณีที่ระบุไว้
ในข้อ 28 ก็ให้นายก อุปนายก พร้อมด้วยกรรมการเท่าที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นผู้เลือกตั้งจนครบ
ข้อ 34 บัตรเลือกตั้งกรรมการดังต่อไปนี้เป็นบัตรเสีย จะถือเป็นคะแนนเลือกตั้งมิได้
(1) บัตรซึ่งมิใช่บัตรเลือกตั้งที่เลขาธิการส่งให้แก่ผู้ลงลายมือชื่อในบัตร
(2) กรอกชื่อผู้รับเลือกตั้งเกินจำนวนประเภทละ 5 คน
(3) ไม่มีลายมือชื่อผู้เลือกตั้ง หรือ
(4) ส่งถึงเลขาธิการภายหลังวันกำหนด
บัตรที่กรอกชื่อบุคคลใดไว้ผิดประเภท ไม่เป็นบัตรเสียแต่จะถือเอาการกรอกชื่อบุคคลนั้นลงในบัตร
เป็นคะแนนเลือกตั้งมิได้
ข้อ 35 กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี
ข้อ 36 กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) เป็นนายกหรืออุปนายกตามข้อ 28
(2) ครบวาระตามข้อ 35
(3) ลาออก
(4) เปลี่ยนประเภทบุคคลไปจากประเภทที่ได้รับเลือกตั้งมา หรือ
(5) ขาดจากสมาชิกภาพ
ในกรณีที่กรรมการซึ่งเลือกตั้งจากบุคคลประเภทใดพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการแต่ง
ตั้งบุคคลในประเภทเดียวกันนั้น เป็นกรรมการแทนเท่าวาระของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 37 ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ คงอยู่รักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่ากรรมการ
ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ให้กรรมการเจ้าหน้าที่ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งกรรมการเจ้าหน้าที่เพราะลาออก หรือพ้นจากตำแหน่ง
กรรมการ คงอยู่รักษาการในตำแหน่งต่อไป จนกว่ากรรมการเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ 38 นายกมีอำนาจหน้าที่ควบคุมกิจการของเนติบัณฑิตยสภา ให้ดำเนินไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ
นี้และมติของที่ประชุมคณะกรรมการ และบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของเนติบัณฑิตยสภา
อุปนายกเป็นผู้ช่วยนายกในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายก และเป็นผู้ทำการแทน
นายกในเรื่องที่นายกมอบหมายหรือเมื่อนายกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ข้อ 39 นายกเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการเป็นครั้งคราวตามที่เห็นสมควร กรรมการมีจำนวน
ไม่น้อยกว่า 5 คน จะเข้าชื่อกันขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการก็ได้
เมื่อนัดประชุมคราวใด ให้แจ้งให้สภานายกพิเศษทราบ
ข้อ 40 นายกเป็นประธานโดยตำแหน่งในที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าในการประชุมคราวใดนายก
และอุปนายกไม่อยู่ประชุม ก็ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการผู้หนึ่งขึ้นเป็นประธานชั่วคราว
ข้อ 41 เว้นแต่ในกรณีที่ข้อบังคับนี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการ
อยู่ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนกรรมการทั้งคณะ จึงจะเป็นองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือ
เอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียง
ชี้ขาด
เพื่อประโยชน์ของการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้องค์ประชุม
คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนกรรมการที่ยังคงอยู่ในตำแหน่ง
ข้อ 42 ในการพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ ต้องมีกรรมการอยู่ประชุมไม่น้อยกว่า 2ใน 3 ของจำนวน
กรรมการทั้งคณะ และมติให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2
ใน 3 ของจำนวนกรรมการที่อยู่ประชุมขณะลงมติ
(1) การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนี้
(2) การลบชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน
(3) การรับสามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญ ในกรณีมีคำคัดค้านตามข้อ 11 หรือในกรณีผู้
สมัครเป็นผู้เคยถูกลบชื่อจากทะเบียนสมาชิกตามข้อ 27
(4) การเทียบมาตรฐานการศึกษาตามข้อ 5 หรือ
(5) ในกรณีที่มีกรรมการเสนอให้องค์ประชุมเป็นไปตามข้อบังคับข้อนี้
ข้อ 43 ในการพิจารณาเชิญบุคคลใดเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ต้องมีกรรมการอยู่ประชุมไม่น้อยกว่า 3
ใน 4 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ มติให้เชิญผู้นั้นเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ต้องเป็นมติเอกฉันท์ และการ
ลงมติดังกล่าวให้กระทำโดยการลงคะแนนลับ
หมวด 6
ปกิณกะ
------
ข้อ 44 การแจ้งข้อความใด ๆ ไปยังสมาชิก เมื่อได้ส่งคำแจ้งไปถึงที่อยู่หรือที่ทำการของสมาชิก
ตามที่สมาชิกได้แจ้งไว้หรือที่ปรากฏต่อเนติบัณฑิตยสภาแล้วก็ดี หรือในกรณีที่ไม่อาจกระทำดังนั้นได้ เมื่อ
ได้ปิดประกาศคำแจ้งนั้นไว้ ณ สำนักงานเนติบัณฑิตยสภาครบ 30 วันแล้วก็ดี ให้ถือว่าสมาชิกได้รับคำแจ้ง
นั้นแล้วตั้งแต่วันที่ส่งถึงหรือวันครบกำหนด 30 วันนับแต่วันปิดประกาศ แล้วแต่กรณี
หมวด 7
บทเฉพาะกาล
----------
ข้อ 45 ผู้ที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วในวันใช้ข้อบังคับนี้ แม้จะเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติสมัครเป็นสมาชิกได้ตาม
ข้อบังคับนี้ ก็ให้คงเป็นสมาชิกต่อไป
ข้อ 46 ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติถึงสมาชิกวิเศษแห่งเนติบัณฑิตยสภา ให้สมาชิกวิสามัญเป็นสมาชิก
วิเศษตามความหมายแห่งกฎหมายนั้น ๆ
ข้อ 47 สมาชิกผู้ใดยังมิได้รับยกเว้นชำระค่าบำรุงตามข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภาที่ใช้อยู่ก่อนข้อบังคับ
นี้ ถ้าได้ชำระค่าจดทะเบียนและค่าบำรุงประจำปีไว้รวมกันพอแก่จำนวนค่าจดทะเบียนตามข้อ 15 แล้ว
เป็นอันไม่ต้องชำระค่าบำรุงประจำปีที่ค้าง (ถ้ามี) อีกต่อไป แต่ถ้ายังไม่พอ ก็ให้ชำระเพียงส่วนที่ขาด
อยู่ภายใน 1 ปี นับแต่วันใช้ข้อบังคับนี้
ภาค 2
สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
--------------------------------
หมวด 1
ข้อความทั่วไป
----------
ข้อ 48 ให้ `สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา' ซึ่งเนติบัณฑิตยสภาได้ก่อตั้งขึ้นและ
ดำรงอยู่ในวันใช้ข้อบังคับนี้ เป็น `สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา' ตามข้อบังคับนี้ โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อประสิทธิ์ประสาทและส่งเสริมการศึกษานิติศาสตร์ และความรู้ความชำนาญในการ
ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย
หมวด 2
คณะกรรมการอำนวยการ
------------------
ข้อ 49 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า `คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่ง
เนติบันฑิตยสภา' มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการและอำนวยการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ตามข้อบังคับนี้
ข้อ 50 คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ประกอบด้วยนายกและ
อุปนายกเนติบัณฑิตยสภา และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า 8 คน ซึ่งคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาแต่ง
ตั้งจากสามัญสมาชิก
ให้นายกเป็นประธาน อุปนายกเป็นรองประธาน และให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็น
เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และคณะกรรมการอาจแต่งตั้งกรรมการอีกคน
หนึ่งเป็นรองเลขาธิการก็ได้
ข้อ 51 ให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่าวาระของคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาซึ่ง
เป็นผู้แต่งตั้ง แต่คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาอาจตั้งซ่อมหรือเปลี่ยนกรรมการคนใดก่อนกำหนดเช่นว่า
นี้ก็ได้ กรรมการที่ตั้งซ่อมหรือเปลี่ยนแทนนี้ ให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่าวาระของกรรมการที่ตนแทน
ข้อ 52 ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง ให้นำข้อ 37 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 53 ให้คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภามีอำนาจหน้าที่ดำเนิน
การและอำนวยการทุกอย่าง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง
เนติบัณฑิตยสภา เช่นกำหนดหลักสูตร การสอน และการสอบไล่ภายในหลักการอบรมศึกษาที่กล่าวไว้ในข้อบังคับนี้
เลือกสรรผู้สอน กำหนดเวลาการอบรมศึกษา ทำการสอบไล่ ควบคุมจัดหารายได้ กำหนดรายจ่าย
แต่งตั้ง และถอดถอนพนักงาน
เพื่อปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าวในวรรคก่อน ให้คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมาย
แห่งเนติบัณฑิตยสภามีอำนาจวางระเบียบใช้บังคับได้ตามที่เห็นสมควร
หมวด 3
หลักการอบรมศึกษา
--------------
และวิทยฐานะของผู้สอบไล่ได้
---------------------
ข้อ 54 หลักการอบรมศึกษา คืออบรมศึกษาเพื่อความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทาง
กฎหมาย
(1) กฎหมายแพ่ง
(2) กฎหมายอาญา
(3) กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
(4) กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(5) กฎหมายลักษณะพยาน
(6) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
(7) กฎหมายอื่น
ข้อ 55 ผู้ที่สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เป็นเนติบัณฑิต
ในเมื่อเนติบัณฑิตยสภาได้รับจดทะเบียนเป็นสามัญสมาชิกแล้ว
หมวด 4
คุณสมบัติของนักศึกษา
---------------
ข้อ 56 ผู้เป็นนักศึกษาในสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาต้องเป็น
(1) ผู้ที่สอบไล่ได้ชั้นอนุปริญญาทางนิติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือผู้ที่สอบไล่ได้
ชั้นอนุปริญญาทางนิติศาสตร์ หรือสอบไล่ได้ภาค 4 ชั้นปริญญาตรีเดิมของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และ
การเมือง ขึ้นไป
(2) ผู้ที่ได้ศึกษาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันการศึกษาอื่นในหรือนอกประเทศไทย และสอบไล่ได้
ตามมาตรฐานซึ่งคณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาเทียบให้ไม่ต่ำกว่า
วิทยฐานะดังกล่าวใน (1)
(3) สมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือ
(4) สมาชิกสมทบแห่งเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งเคยเป็นสมาชิกสมทบเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า
5 ปี
ข้อ 57 คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภามีอำนาจไม่รับผู้ใดเข้า
ศึกษา หรือให้นักศึกษาออกจากการเป็นนักศึกษาได้ เมื่อคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุที่ผู้นั้นไม่สมควรเป็น
นักศึกษา
หมวด 5
ปกิณกะ
-----
ข้อ 58 คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภามีอำนาจกำหนดอัตราค่า
จดทะเบียนเป็นนักศึกษา ค่าศึกษา ค่าสอบ และอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร และมีอำนาจจ่ายเงินเกี่ยวแก่
การจัดดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ได้ภายในวงเงิน
ที่คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาอนุมัติ
ข้อ 59 ให้คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาทำรายงานประจำปี
แสดงกิจการทั่วไปเสนอต่อคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป
ข้อ 60 สมาชิกเนติบัณฑิตยสภาเข้าฟังการสอนในสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาได้
อย่างนักศึกษา แต่จะต้องแสดงความจำนงต่อเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาเพื่อ
ออกหนังสืออนุมัติให้ก่อน
ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สัญญา ธรรมศักดิ์
นายกเนติบัณฑิตยสภา