พระราชบัญญัติ
นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการยึดอำนาจการบริหาร
ราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๐
พ.ศ. ๒๕๐๐
------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๐
เป็นปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ได้มีทหาร ตำรวจและพลเรือนคณะหนึ่งร่วมมือกันยึดอำนาจการบริหาร
ราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ด้วยความปรารถนาที่จะขจัดความเสื่อม
โทรมในการบริหารราชการแผ่นดินและการใช้อำนาจอันไม่เป็นธรรมซึ่งก่อให้เกิดความเดือด
ร้อนและหวาดกลัวแก่ประชาชนโดยทั่วไป และได้กระทำโดยมิได้ปรารถนาแสวงหาประโยชน์
ส่วนตนหรือบำเหน็จตอบแทนแต่อย่างใด จึงเป็นการสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่บุคคล
ผู้กระทำการยึดอำนาจในครั้งนี้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำ
การยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ พ.ศ. ๒๕๐๐”
มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก. ๒๕๐๐/๘๑/๑พ/๒๖ กันยายน ๒๕๐๐]
มาตรา ๓ บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลใด ๆ ก่อนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิดหรือผู้ถูกใช้
ซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.
๒๕๐๐ และในกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน ทั้งนี้ไม่ว่ากระทำอย่างไรและไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าว
นั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำพ้นจาก
ความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง และบรรดาประกาศหรือคำสั่งไม่ว่าจะเป็นในรูปใด ๆ
ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยาย ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย
และใช้บังคับได้โดยถูกต้องทุกประการ
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พจน์ สารสิน
นายกรัฐมนตรี
----------------------------------------------------------
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่ผู้กระทำการยึดอำนาจ
การบริหารราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้กระทำไปโดยปรารถนาที่จะ
ขจัดความเสื่อมโทรมในการบริหารราชการและการใช้อำนาจอันไม่เป็นธรรม ซึ่งก่อให้เกิด
ความเดือดร้อนและหวาดกลัวแก่ประชาชนโดยทั่วไป และได้กระทำโดยมิได้ปรารถนาแสวงหา
ประโยชน์ส่วนตนหรือบำเหน็จตอบแทนอย่างใด จึงเป็นการสมควรให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม
แก่บุคคลผู้กระทำการยึดอำนาจในครั้งนี้
พรพิมล/แก้ไข
๑๓ พ.ย ๒๕๔๔
A+B (C)