พระราชบัญญัติ
นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้าน
การดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น
พุทธศักราช ๒๔๘๙
-------------
อานันทมหิดล
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๙
เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่อานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่นหรือดำเนินงานเพื่อการนั้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙”
มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก. ๒๔๘๙/๒๕/๒๓๗/๓๐ เมษายน ๒๔๘๙]
มาตรา ๓ บรรดาการกระทำก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับการกระทำ
อันเป็นการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น หรือการดำเนินงานเพื่อการนั้นให้ผู้กระทำ
เป็นอันพ้นจากความผิดทั้งสิ้น
มาตรา ๔ ถ้าผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามมาตรา ๓ ต้องคุมขังอยู่ในเรือนจำ
ให้ผู้นั้นยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการดังกล่าวในมาตรา ๗ เพื่อให้พิจารณาปล่อยตัวไป
มาตรา ๕ บุคคลที่ได้พ้นโทษไปก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าโทษนั้น
เป็นโทษในความผิดที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ก็ให้มีสิทธิร้องขอต่อ
คณะกรรมการดังกล่าวในมาตรา ๗ พิจารณามีคำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรม
ตามพระราชบัญญัตินี้ได้
มาตรา ๖ เมื่อบุคคลที่คณะกรรมการได้มีคำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ได้รับนิรโทษกรรมตามความในมาตรา ๕ หรือที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ปล่อยตัวตามความในมาตรา ๗ ได้ร้องขอ ก็ให้คณะกรรมการออกหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗ ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน อธิบดีศาลอุทธรณ์ อธิบดีศาลอาญา อธิบดีกรมอัยการ และเจ้ากรมพระธรรมนูญเป็นกรรมการ มีหน้าที่ดังกล่าวในมาตรา ๔ ในมาตรา ๕ และในมาตรา ๖
ในการพิจารณาคำร้องขอของบุคคลผู้ต้องคุมขังตามความในมาตรา ๔ เมื่อ
คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามความในพระราชบัญญัติ
นี้ ก็ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำให้ปล่อยตัวไปโดยมิชักช้า
มาตรา ๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมี
อำนาจออกหมายเรียกบุคคลให้มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใด ๆ ที่สามารถใช้เป็น
พยานหลักฐาน และสั่งให้บุคคลสาบานปฏิญานก่อนให้ถ้อยคำได้
มาตรา ๙ ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ ให้ถือว่ากรรมการตามพระราช
บัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายของกฎหมายลักษณะอาญา
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
กลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ปรีดี พนมยงค์
นายกรัฐมนตรี
ปรียนันท์/แก้ไข
๑ / ๓ / ๔๕
B+A