ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์ และค่าแปลงสภาพของภาระผูกพัน
ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ และตามกฎกระทรวงว่าด้วยการดำรงเงินกองทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
“กลุ่มประเทศ OECD” หมายความว่า ประเทศสมาชิกของ Organization for Economic Cooperation and Development และประเทศที่มีฐานะการเงินเทียบเท่า ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สาธารณรัฐสโลวัก สเปน สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ ตุรกี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และซาอุดิอารเบีย
“องค์การระหว่างประเทศ” หมายความว่า European Investment Bank (EIB) European Bank for Reconstruction and Development (EBRD) International Bank for Reconstruction and Development (IBRD) International Finance Corporation (IFC) Inter-American Development Bank (IADB) African Development Bank (AfDB) Asian Development Bank (AsDB) Caribbean Development Bank (CDB) และ Nordic Investment Bank (NIB)
ข้อ ๒ น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท มีดังต่อไปนี้
๒.๑ น้ำหนักความเสี่ยง ๐
๒.๑.๑ เงินสดที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ
๒.๑.๒ เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
๒.๑.๓ เงินลงทุนในตลาดซื้อขายพันธบัตร โดยมีสัญญาว่าจะซื้อคืนหรือขายคืน ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รวมดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๑.๔ เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หรือหลักทรัพย์ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ข้างต้นเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๑.๕ เงินให้สินเชื่อที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยหรือเงินให้สินเชื่อใด ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้
๒.๑.๖ เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางของประเทศในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกัน โดยปราศจากเงื่อนไข หรือที่มีหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๑.๗ เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางของประเทศนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกัน โดยปราศจากเงื่อนไข รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องเป็นสกุลเงินของประเทศนั้นและไม่เกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารมีอยู่ในเงินสกุลนั้น
๒.๑.๘ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเต็มจำนวน รวมถึงเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งนิติบุคคลดังกล่าว รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน หรือเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารที่ออกโดยนิติบุคคลดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๑.๙ เงินให้สินเชื่อที่มีสิทธิ ซึ่งมีตราสารการฝากเงินซึ่งออกโดยธนาคารหรือมีเงินสดที่ธนาคารยึดถือไว้เป็นประกัน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินมูลค่าตามตราสาร หรือจำนวนเงินตามเงินสด นั้น
๒.๑.๑๐ ยอดเหลื่อมบัญชีระหว่างสำนักงานของธนาคาร
๒.๑.๑๑ ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
๒.๑.๑๒ เงินให้สินเชื่อเฉพาะส่วนซึ่งเท่ากับจำนวนที่ได้กันไว้เผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
๒.๑.๑๓ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
๒.๑.๑๔ เงินสดระหว่างเรียกเก็บเพื่อประโยชน์ของลูกค้า
๒.๑.๑๕ เงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ โดยมีบุคคลอื่นทำสัญญากับธนาคารตกลงว่า บุคคลอื่นจะรับความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ในเงินให้สินเชื่อหรือตราสารดังกล่าว ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับความเสี่ยงวางไว้เป็นประกัน หรือจำนวนเงินที่ธนาคารมีสิทธิหักกลบลบหนี้กับผู้รับความเสี่ยง
๒.๑.๑๖ เงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม รับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือเงินให้สินเชื่อ ที่มีตราสารซึ่งออกโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นประกันรวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ
๒.๒ น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๒
๒.๒.๑ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์รับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์เป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๒ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตรวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๓ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยบริษัทเงินทุนบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อซึ่งมีตราสารที่ออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๔ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยสถาบันที่กล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๕ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว รับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๖ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การของรัฐในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๗ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การระหว่างประเทศ หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีองค์การดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยองค์การดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๒.๘ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือไม่เกิน ๑ ปี
๒.๒.๙ เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต หรือเงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกตามเอกสารประเภทอื่น ที่ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศรับผิดชอบในการชำระค่าสินค้าแทนผู้ซื้อ แต่ในกรณีผู้ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือธนาคารพาณิชย์ที่รับผิดชอบในการชำระค่าสินค้าเป็นธนาคารจดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD จะต้องมีระยะเวลาคงเหลือของเล็ตเตอร์ออฟเครดิต หรือระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องชำระค่าสินค้าไม่เกิน ๑ ปี
๒.๒.๑๐ เงินให้สินเชื่อใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้แต่สำนักงบประมาณมิได้จัดสรรเงินชำระหนี้ให้จนล่วงพ้นระยะเวลาที่ถึงกำหนดชำระเกินกว่า ๒ ปีขึ้นไป
๒.๒.๑๑ เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกที่มีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยรับประกัน ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ให้ธนาคารแล้ว
๒.๒.๑๒ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ หรือหน่วยลงทุน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะจำนวนเงินที่กระทรวงการคลังทำสัญญาให้ความคุ้มครองหรือตกลงเป็นผู้รับความเสี่ยง
๒.๓ น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๕
๒.๓.๑ เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง เป็นประกัน
๒.๓.๒ ภาระผูกพันที่เป็นสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน หรืออัตราดอกเบี้ยซึ่งได้คูณด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ เว้นแต่คู่สัญญาจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีน้ำหนักความเสี่ยงต่ำกว่า ๐.๕
๒.๔ น้ำหนักความเสี่ยง ๑.๐
๒.๔.๑ เงินให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชนและดอกเบี้ยค้างรับ
๒.๔.๒ เงินฝาก หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือเกิน ๑ ปี
๒.๔.๓ เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกันโดยปราศจากเงื่อนไข รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับซึ่งมิใช่เงินสกุลของประเทศนั้น และมีจำนวนเกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารมีอยู่ในเงินสกุลนั้น
๒.๔.๔ เงินลงทุนในหน่วยลงทุน ในกรณีที่ธนาคารสามารถคำนวณมูลค่าสุทธิของหน่วยลงทุนใดตามมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ที่กองทุนผู้ออกหน่วยลงทุนนั้นถืออยู่ในแต่ละวันได้ให้ธนาคารสามารถเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์ดังกล่าวตามสัดส่วน ประเภทและจำนวนที่กองทุนนั้นลงทุนจริงตามแต่กรณีตามประกาศนี้ แทนน้ำหนักความเสี่ยงใน ข้อ ๒.๔ ได้
๒.๔.๕ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ประจำ อื่นๆ และทรัพย์สินรอการขาย
๒.๔.๖ สินทรัพย์อื่นๆ ที่มิได้ระบุน้ำหนักความเสี่ยงไว้ใน ข้อ ๒ นี้
ทั้งนี้ เงินฝาก หรือเงินให้สินเชื่อ ในแต่ละรายการข้างต้น ให้หมายความรวมถึงลูกหนี้อื่นๆ (สิทธิเรียกร้องในทางกฎหมาย) ที่เกิดจากธุรกรรมการซื้อหรือขายตราสารโดยมีสัญญาว่าจะขายหรือจะซื้อคืน (Repo) และธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) เช่น ลูกหนี้ตามสัญญาซื้อคืน ลูกหนี้ตามสัญญาให้ยืมหลักทรัพย์ ลูกหนี้มาร์จิ้นที่โอน และลูกหนี้วางเงินสดเป็นประกัน เป็นต้น
ข้อ ๓ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ของภาระผูกพันแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้
๓.๑ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๑.๐
๓.๑.๑ การรับอาวัลตั๋วเงิน รับรองตั๋วเงิน ค้ำประกันการกู้ยืมเงิน และค้ำประกันการขาย ขายลด หรือขายช่วงลดตั๋วเงิน
๓.๑.๒ การสลักหลังตั๋วเงินแบบผู้รับสลักหลังมีสิทธิไล่เบี้ย (With Recourse)
๓.๑.๓ สัญญาการซื้อสินทรัพย์ ซึ่งธนาคารต้องปฏิบัติตามโดยปราศจากเงื่อนไข
๓.๑.๔ การค้ำประกัน การรับประกัน หรือการก่อภาระผูกพันในรูปแบบใดๆ ของธนาคาร อันเนื่องมาจากการขายสินทรัพย์
๓.๑.๕ ภาระผูกพันตามสัญญาขายตราสารโดยมีเงื่อนไขจะซื้อคืน (Private Repo) โดยวิธีการคำนวณดังนี้
(ก) กรณีธนาคารเป็นผู้กู้ยืมเงิน (ธนาคารขายตราสาร) ถือว่าเป็นการกู้ยืมเงินโดยวางตราสารเป็นประกัน และตราสารยังคงเป็นของธนาคาร ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับเงินลงทุนในตราสารดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่ตราสารที่นำไปวางเป็นประกันมีมูลค่ามากกว่าเงินสดที่ได้รับ ธนาคารจะต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับภาระผูกพันดังกล่าวด้วย โดยถือว่าส่วนต่างระหว่างเงินสดที่ได้รับกับมูลค่าตราสารที่เป็นประกันเป็นรายการนอกงบดุล มีค่าแปลงสภาพเท่ากับ ๑
ในกรณีที่ธนาคารต้องส่งเงินสดหรือหลักทรัพย์ (margin) เพิ่มให้กับผู้ให้กู้ เนื่องจากมูลค่าของตราสารลดลงจากเดิมที่นำไปวางเป็นประกันให้ธนาคารนำลูกหนี้ margin ที่เกิดขึ้นนี้มาคำนวณเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและดำรงเงินกองทุนด้วยหรือรับหลักประกันคืนมาเนื่องจากมูลค่าของตราสารเพิ่มขึ้นจากเดิมที่นำไปวางเป็นประกันให้ธนาคารหักมูลค่าที่จะนำไปคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงลงได้
(ข) กรณีที่ธนาคารเป็นผู้ให้กู้ยืมเงิน (ธนาคารซื้อตราสาร) ถือว่าธนาคารให้กู้ยืมเงินโดยมีตราสารเป็นหลักประกัน ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันของธนาคารเหมือนการให้สินเชื่อตามปกติ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มมูลหนี้ในกรณีที่ต่อไปหลักประกันเสื่อมค่าลงทำให้หลักประกันที่มีอยู่ไม่คุ้มมูลหนี้ ส่วนต่างของยอดเงินให้กู้ยืมที่เกินกว่าหลักประกัน ให้กำหนดน้ำหนักความเสี่ยงตามความเสี่ยงของลูกหนี้คู่สัญญา ส่วนในกรณีมีการรับตราสารมาเป็นประกัน ธนาคารไม่ต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับตราสารดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้บันทึกในบัญชีของธนาคาร
ในกรณีที่ธนาคารเรียก margin เพิ่มจากผู้กู้ยืมหรือส่งคืนหลักประกันเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าตราสารที่ได้รับเป็นประกัน ในการคำนวณเงินกองทุนให้ธนาคารนำ margin ที่ได้รับเพิ่ม หรือหลักประกันที่ส่งคืนมาบวกหรือหักออกจากหลักประกันเดิมแล้วแต่กรณี
๓.๑.๖ ภาระผูกพันตามสัญญายืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้
(ก) กรณีธนาคารเป็นผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ ธนาคารยังคงเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืม ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพัน โดยถือว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการนอกงบดุล มีค่าแปลงสภาพเท่ากับ ๑
ในกรณีที่ธนาคารมีการเรียก margin เพิ่มหรือส่งคืนหลักประกันเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืมหรือหลักทรัพย์ที่ได้รับเป็นประกันในการคำนวณเงินกองทุนให้ธนาคารนำ margin ที่เรียกเพิ่มหรือหลักประกันที่ส่งคืนมาบวกหรือหักออกจากหลักประกันเดิมแล้วแต่กรณี
(ข) กรณีธนาคารเป็นผู้ยืมหลักทรัพย์ โดยส่งมอบหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่นเป็นประกันต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นประกัน โดยถือว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการนอกงบดุลมีค่าแปลงสภาพเท่ากับ ๑
ในกรณีที่ธนาคารต้องส่ง margin เพิ่ม หรือได้รับหลักประกันคืนเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ยืมมา หรือหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นประกันในการคำนวณเงินกองทุนให้ธนาคารนำ margin ที่ต้องส่งเพิ่มหรือหลักประกันที่ได้รับคืน มาบวกหรือหักออกจากหลักประกันเดิมแล้วแต่กรณี
๓.๑.๗ ภาระผูกพันตามสัญญาหรือข้อตกลงการรับประกันความเสี่ยง ซึ่งได้แก่ สัญญาที่ธนาคารรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตจากคู่สัญญา โดยตกลงจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง หรือรับความเสียหายเนื่องจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับคืนเงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือมีเหตุการณ์เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา (Credit Event) เกิดขึ้น
๓.๒ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๐.๕
๓.๒.๑ ภาระผูกพันซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของลูกค้า เช่น ค้ำประกันการรับเหมาก่อสร้าง ค้ำประกันการยื่นซองประกวดราคา เป็นต้น
๓.๒.๒ การประกันการจำหน่ายตราสารหรือหลักทรัพย์
๓.๓ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๐.๒
ภาระผูกพันเพื่อการนำสินค้าเข้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิตทั้งที่มีเอกสารประกอบแล้ว และยังไม่มีเอกสารประกอบ
๓.๔ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๐
๓.๔.๑ ตั๋วเงินเพื่อเรียกเก็บ
๓.๔.๒ วงเงินที่ลูกค้ายังมิได้ใช้
๓.๔.๓ ค้ำประกันการออกของ (Shipping Guarantee)
๓.๔.๔ ภาระผูกพันที่ธนาคารสามารถบอกยกเลิกเมื่อใดก็ได้
๓.๔.๕ ภาระผูกพันอื่นๆ ที่มิได้ระบุค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ไว้ใน ข้อ ๓ นี้
๓.๕ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) สำหรับสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ดังต่อไปนี้
๓.๕.๑ อายุสัญญาที่เหลือไม่เกินสิบสี่วัน มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐
๓.๕.๒ อายุสัญญาที่เหลือไม่เกินหนึ่งปี มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐.๐๒
๓.๕.๓ อายุสัญญาที่เหลือเกินหนึ่งปีขึ้นไป มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐.๐๕
ในกรณีที่ลูกค้ารายเดียวกันทำสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนทั้งทางด้านซื้อและด้านขาย ให้คูณจำนวนเงินด้านซื้อและด้านขายด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ก่อนและนำค่าที่ได้มาหักกลบกัน แล้วจึงนำจำนวนสุทธิไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กำหนดในข้อ ๒
๓.๖ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) สำหรับสัญญาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้
๓.๖.๑ อายุสัญญาที่เหลือไม่เกินสิบสี่วัน มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐
๓.๖.๒ อายุสัญญาที่เหลือไม่เกินหนึ่งปี มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐.๐๐๕
๓.๖.๓ อายุสัญญาที่เหลือเกินหนึ่งปีขึ้นไป มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐.๐๑
ในกรณีที่ลูกค้ารายเดียวกันทำสัญญาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ทั้งทางด้านซื้อและด้านขาย ให้คูณจำนวนเงินด้านซื้อและด้านขายด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ก่อนและนำค่าที่ได้มาหักกลบกัน แล้วจึงนำจำนวนสุทธิไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กำหนดในข้อ ๒
ข้อ ๔[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๒ มกราคม ๒๕๕๑