หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์และค่าแปลงสภาพของภาระผูกพันของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ประกาศ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์และค่าแปลงสภาพของภาระผูกพันของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (กลับไปยังฉบับหลัก)

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง การกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์

และค่าแปลงสภาพของภาระผูกพันของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ และตามกฎกระทรวงว่าด้วยการดำรงเงินกองทุนของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกประกาศ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ในประกาศนี้

กลุ่มประเทศ OECD” หมายความว่า ประเทศสมาชิกของ Organization for Economic Cooperation and Development และประเทศที่มีฐานะการเงินเทียบเท่า ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สาธารณรัฐสโลวัก สเปน สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ ตุรกี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และซาอุดีอารเบีย

องค์การระหว่างประเทศ หมายความว่า European Investment Bank (EIB) European Bank for Reconstruction and Development (EBRD) International Bank and for Reconstruction and Development (IBRD) International Finance Corporation (IFC) Inter-American Development Bank (IADB) African Development Bank (AfDB) Asian Development Bank (AsDB) Caribbean Development Bank (CDB) Nordic Investment Bank (NIB) และ Islamic Development Bank (IDB)

 

ข้อ ๒  น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท มีดังต่อไปนี้

๒.๑  น้ำหนักความเสี่ยง ๐

๒.๑.๑  เงินสดที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ

๒.๑.๒  เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

๒.๑.๓  เงินลงทุนในตลาดซื้อขายพันธบัตร โดยมีสัญญาว่าจะซื้อคืน หรือขายคืน ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๑.๔  เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หรือหลักทรัพย์ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเงินให้ยืมที่มีหลักทรัพย์ข้างต้นเป็นประกันรวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๑.๕  เงินให้ยืมที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือเงินให้ยืมใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้

๒.๑.๖  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางของประเทศในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกัน โดยปราศจากเงื่อนไข หรือที่มีหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวเป็นประกันรวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๑.๗  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางของประเทศนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกัน โดยปราศจากเงื่อนไข รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ทั้งนี้ ต้องเป็นสกุลเงินของประเทศนั้นและไม่เกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารมีอยู่ในเงินสกุลนั้น

๒.๑.๘  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเต็มจำนวน รวมถึงเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งนิติบุคคลดังกล่าว รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน หรือเงินให้ยืมที่มีตราสารที่ออกโดยนิติบุคคลดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๑.๙  เงินให้ยืมที่มีสิทธิ ซึ่งมีตราสารการฝากเงินซึ่งออกโดยธนาคาร หรือมีเงินสดที่ธนาคารยึดถือไว้เป็นประกัน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินมูลค่าตามตราสาร หรือจำนวนเงินตามเงินสด นั้น

๒.๑.๑๐  ยอดเหลื่อมบัญชีระหว่างสำนักงานของธนาคาร

๒.๑.๑๑  ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

๒.๑.๑๒  เงินให้ยืมเฉพาะส่วนซึ่งเท่ากับจำนวนที่ได้กันไว้เผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

๒.๑.๑๓  ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

๒.๑.๑๔  เงินสดระหว่างเรียกเก็บเพื่อประโยชน์ของลูกค้า

๒.๑.๑๕  เงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ โดยมีบุคคลอื่นทำสัญญากับธนาคารตกลงว่า บุคคลอื่นจะรับความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ในเงินให้ยืมหรือตราสารดังกล่าว ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับความเสี่ยงวางไว้เป็นประกัน หรือจำนวนเงินที่ธนาคารมีสิทธิหักกลบลบหนี้กับผู้รับความเสี่ยง

๒.๑.๑๖  เงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือเงินให้ยืม ที่มีตราสารซึ่งออกโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒  น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๒

๒.๒.๑  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์เป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๒  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๓  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้ยืมซึ่งมีตราสารที่ออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๔  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้ยืม ที่มีตราสารซึ่งออกโดยสถาบันที่กล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๕  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๖  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยองค์การของรัฐในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสาร ซึ่งออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๗  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกโดยองค์การระหว่างประเทศหรือเงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีองค์การดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้ยืม ที่มีตราสารซึ่งออกโดยองค์การดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๒.๘  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว รับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือไม่เกิน ๑ ปี

๒.๒.๙  เงินให้ยืมเพื่อการส่งออกตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต หรือเงินให้ยืมเพื่อการส่งออก ตามเอกสารประเภทอื่น ที่ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศรับผิดชอบในการชำระค่าสินค้าแทนผู้ซื้อ แต่ในกรณีผู้ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือธนาคารพาณิชย์ที่รับผิดชอบในการชำระค่าสินค้าเป็นธนาคารจดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD จะต้องมีระยะเวลาคงเหลือของเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องชำระค่าสินค้าไม่เกิน ๑ ปี

๒.๒.๑๐  เงินให้ยืมใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้แต่สำนักงบประมาณมิได้จัดสรรเงินชำระหนี้ให้จนล่วงพ้นระยะเวลาที่ถึงกำหนดชำระเกินกว่า ๒ ปีขึ้นไป

๒.๒.๑๑  เงินให้ยืมเพื่อการส่งออกที่มีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยรับประกัน ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ให้ธนาคารแล้ว

๒.๒.๑๒  เงินลงทุนในหลักทรัพย์ หรือหน่วยลงทุน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะจำนวนเงินที่กระทรวงการคลังทำสัญญาให้ความคุ้มครองหรือตกลงเป็นผู้รับความเสี่ยง

๒.๓  น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๕

๒.๓.๑  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยเทศบาล หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีเทศบาลรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสารซึ่งออกโดยเทศบาลเป็นประกัน

๒.๓.๒  เงินให้ยืมเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดา โดยธนาคารรับจำนองที่ดินและ/หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นลำดับหนึ่งเป็นประกัน ทั้งนี้ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่ายอดเงินให้ยืมคงค้าง รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ

๒.๓.๓  ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อที่อยู่อาศัยของตนเอง ที่ได้หักรายได้รอตัดบัญชีแล้ว

๒.๓.๔  ภาระผูกพันที่เป็นสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งได้คูณด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ เว้นแต่คู่สัญญาจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีน้ำหนักความเสี่ยงต่ำกว่า ๐.๕

๒.๔  น้ำหนักความเสี่ยง ๑.๐

๒.๔.๑  เงินให้ยืมแก่ภาคเอกชนและผลตอบแทนค้างรับ

๒.๔.๒  เงินฝาก เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้ยืมที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือเกิน ๑ ปี

๒.๔.๓  เงินให้ยืม หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกันโดยปราศจากเงื่อนไข รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ซึ่งมิใช่เงินสกุลของประเทศนั้นหรือมีจำนวนเกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารพาณิชย์มีอยู่ในสกุลเงินนั้น

๒.๔.๔  ลูกหนี้ เช่าซื้ออื่นนอกเหนือจาก ๒.๓.๓ ที่ได้หักรายได้รอตัดบัญชีแล้ว

๒.๔.๕  ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ประจำอื่นๆ และทรัพย์สินรอการขาย

๒.๔.๖  สินทรัพย์อื่นๆ ที่มิได้ระบุน้ำหนักความเสี่ยงไว้ในข้อ ๒

ทั้งนี้ เงินฝาก หรือเงินให้ยืม ในแต่ละรายการข้างต้น ให้หมายความรวมถึงลูกหนี้อื่นๆ (สิทธิเรียกร้องในทางกฎหมาย) ที่เกิดจากธุรกรรมการซื้อหรือขายตราสารโดยมีสัญญาว่าจะขายหรือจะซื้อคืน (Repo) และธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) เช่น ลูกหนี้ตามสัญญาซื้อคืน ลูกหนี้ตามสัญญาให้ยืมหลักทรัพย์ ลูกหนี้มาร์จิ้นที่โอน และลูกหนี้วางเงินสดเป็นประกัน เป็นต้น

 

ข้อ ๓  ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ของภาระผูกพันแต่ละประเภท มีดังต่อไปนี้

๓.๑  ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๑.๐

๓.๑.๑  การรับอาวัลตั๋วเงิน รับรองตั๋วเงิน ค้ำประกันการยืมเงินและค้ำประกันการขาย ขายลด หรือขายช่วงลดตั๋วเงิน

๓.๑.๒  การสลักหลังตั๋วเงินแบบผู้รับสลักหลังมีสิทธิไล่เบี้ย (With Recourse)

๓.๑.๓  สัญญาการซื้อสินทรัพย์ซึ่งธนาคารต้องปฏิบัติตามโดยปราศจากเงื่อนไข

๓.๑.๔  การค้ำประกัน การรับประกัน หรือการก่อภาระผูกพันในรูปแบบใดๆ ของธนาคารอันเนื่องมาจากการขายสินทรัพย์

๓.๑.๕  ภาระผูกพันตามสัญญาขายตราสารโดยมีเงื่อนไขจะซื้อคืน (Private Repo) โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้

(ก)  กรณีธนาคารเป็นผู้ยืมเงิน (ธนาคารขายตราสาร) ถือว่าเป็นการยืมเงินโดยวางตราสารเป็นประกัน และตราสารยังคงเป็นของธนาคาร ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับเงินลงทุนในตราสารดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่ตราสารที่นำไปวางเป็นประกันมีมูลค่ามากกว่าเงินสดที่ได้รับ ธนาคารจะต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับภาระผูกพันดังกล่าวด้วย โดยถือว่าส่วนต่างระหว่างเงินสดที่ได้รับกับมูลค่าตราสารที่เป็นประกันเป็นรายการนอกงบดุล มีค่าแปลงสภาพเท่ากับ ๑

ในกรณีที่ธนาคารต้องส่งเงินสดหรือหลักทรัพย์ (margin) เพิ่มให้กับผู้ให้ยืม เนื่องจากมูลค่าของตราสารลดลงจากเดิมที่นำไปวางเป็นประกันให้ธนาคารนำลูกหนี้ margin ที่เกิดขึ้นนี้มาคำนวณเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและดำรงเงินกองทุนด้วยหรือรับหลักประกันคืนมา เนื่องจากมูลค่าของตราสารเพิ่มขึ้นจากเดิมที่นำไปวางเป็นประกันให้ธนาคารหักมูลค่าที่จะนำไปคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงลงได้

(ข)  กรณีธนาคารเป็นผู้ให้ยืมเงิน (ธนาคารซื้อตราสาร) ถือว่าธนาคารให้ยืมเงินโดยมีตราสารเป็นหลักประกัน ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันของธนาคารเหมือนการให้ยืมตามปกติ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มมูลหนี้ ในกรณีที่ต่อไปหลักประกันเสื่อมค่าลงทำให้หลักประกันที่มีอยู่ไม่คุ้มมูลหนี้ ส่วนต่างของยอดเงินให้ยืมที่เกินกว่าหลักประกัน ให้กำหนดน้ำหนักความเสี่ยงตามความเสี่ยงของลูกหนี้คู่สัญญา ส่วนในกรณีมีการรับตราสารมาเป็นประกันธนาคารไม่ต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับตราสารดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้บันทึกในบัญชีของธนาคาร

ในกรณีที่ธนาคารเรียก margin เพิ่มจากผู้ยืมหรือส่งคืนหลักประกันเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าตราสารที่ได้รับเป็นประกัน ในการคำนวณเงินกองทุนให้ธนาคารนำ margin ที่ได้รับเพิ่ม หรือหลักประกันที่ส่งคืนมาบวกหรือหักออกจากหลักประกันเดิมแล้วแต่กรณี

๓.๑.๖  ภาระผูกพันตามสัญญายืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้

(ก)  กรณีธนาคารเป็นผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ ธนาคารยังคงเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืม ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์โดยถือว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการนอกงบดุล มีค่าแปลงสภาพเท่ากับ ๑

ในกรณีที่ธนาคารมีการเรียก margin เพิ่มหรือส่งคืนหลักประกันเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืมหรือหลักทรัพย์ที่ได้รับเป็นประกันในการคำนวณเงินกองทุนให้ธนาคารนำ margin ที่เรียกเพิ่มหรือหลักประกันที่ส่งคืน มาบวกหรือหักออกจากหลักประกันเดิมแล้วแต่กรณี

(ข)  กรณีธนาคารเป็นผู้ยืมหลักทรัพย์ โดยส่งมอบหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่นเป็นประกันต้องดำรงเงินกองทุนสำหรับหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นประกัน โดยถือว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการนอกงบดุลมีค่าแปลงสภาพเท่ากับ ๑

ในกรณีที่ธนาคารต้องส่ง margin เพิ่ม หรือได้รับหลักประกันคืนเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ยืมมา หรือหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นประกันในการคำนวณเงินกองทุนให้ธนาคารนำ margin ที่ต้องส่งเพิ่มหรือหลักประกันที่ได้รับคืน มาบวกหรือหักออกจากหลักประกันเดิมแล้วแต่กรณี

๓.๒  ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๐.๕

๓.๒.๑  ภาระผูกพันซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของลูกค้า เช่น ค้ำประกันการรับเหมาก่อสร้าง ค้ำประกันการยื่นซองประกวดราคา เป็นต้น

๓.๒.๒  การประกันการจำหน่ายตราสารหรือหลักทรัพย์

๓.๓  ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๐.๒

ภาระผูกพันเพื่อการนำสินค้าเข้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต ทั้งที่มีเอกสารประกอบและยังไม่มีเอกสารประกอบ

๓.๔  ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor)

๓.๔.๑  ตั๋วเงินเพื่อเรียกเก็บ

๓.๔.๒  วงเงินที่ลูกค้ายังมิได้ใช้

๓.๔.๓  ค้ำประกันการออกของ (Shipping Guarantee)

๓.๔.๔  ภาระผูกพันที่ธนาคารสามารถบอกยกเลิกเมื่อใดก็ได้

๓.๔.๕  ภาระผูกพันอื่นๆ ที่มิได้ระบุค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ไว้ในข้อ ๓

๓.๕  ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) สำหรับสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ดังต่อไปนี้

๓.๕.๑  อายุสัญญาที่เหลือไม่เกินสิบสี่วัน มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐

๓.๕.๒  อายุสัญญาที่เหลือไม่เกินหนึ่งปี มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐.๐๒

๓.๕.๓  อายุสัญญาที่เหลือตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป มีค่าแปลงสภาพเป็น ๐.๐๕

ในกรณีที่ลูกค้ารายเดียวกันทำสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนทั้งทางด้านซื้อและด้านขาย ให้คูณจำนวนเงินด้านซื้อและด้านขายด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ก่อน และนำค่าที่ได้มาหักกลบกันแล้วจึงนำจำนวนสุทธิไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กำหนดไว้

 

ข้อ ๔[๑]  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฐิติพงษ์/ผู้จัดทำ

๘ กันยายน ๒๕๔๘

อมรรัตน์/ปรับปรุง

๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๙

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๗๕ ง/หน้า ๓/๑ กันยายน ๒๕๔๘