กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
พ.ศ. ๒๕๓๕
----------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจ
นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ
จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๙
และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม
บทบัญญัติแห่งกฎหมายนายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๑๑ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออก
ตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ
กระทรวงฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(๓) ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวนสอง
แสนบาทเว้นแต่มิได้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดในต่างประเทศต้องวางหลัก
ประกันเป็นจำนวนหนึ่งแสนบาท"
ข้อ ๒ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๔ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายรัฐมนตรี
--------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑
(พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนด
ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดในต่าง
ประเทศต้องวางหลักประกันไว้เป็นจำนวนห้าแสนบาท ตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้น
ไป ซึ่งเมื่อพิจารณาจากค่าเสียหายที่เกิดขึ้นและได้รับชดใช้จากหลักประกันในปัจจุบันแล้ว ถือได้ว่า
หลักประกันมีจำนวนที่สูงกว่าค่าเสียหายเกินความจำเป็น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูและชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวขาดสภาพคล่องทางการเงิน
สมควรลดจำนวนหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศดังกล่าวต้องวางไว้เป็นประกัน
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๔๔/๗๕ก/๓๕/๕ กันยายน ๒๕๔๔]
อัมพิกา/แก้ไข
๑๐/๕/๒๕๔๕
A+B